"บิ๊กป้อม" ลุยสระบุรีตรวจลุ่มน้ำป่าสัก – เจ้าพระยา สั่งหน่วยงานเตรียมรับมืออุกภัยช่วยเหลือประชาชน

ประชาสัมพันธ์15 ส.ค. 2565 • 12:23 น.
"บิ๊กป้อม" ลุยสระบุรีตรวจลุ่มน้ำป่าสัก – เจ้าพระยา สั่งหน่วยงานเตรียมรับมืออุกภัยช่วยเหลือประชาชน

วันที่ 15 ส.ค.65 ที่ ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดสระบุรีพลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) และผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) พร้อมคณะ ลงพื้นที่จังหวัดสระบุรี เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำ การเตรียมการรับมือ และให้ความช่วยเหลือประชาชน โดยประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  โดยมี นายแมนรัตน์ รัตนสุคนธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี กล่าวต้อนรับ ดร.สุรสีห์ กิตติมณฑล เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) นำเสนอแผนด้านทรัพยากรน้ำใน จ.สระบุรี สถานการณ์น้ำภาพรวมและความก้าวหน้าตาม 13 มาตรการรับมือฤดูฝน นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน นำเสนอแผนบริหารจัดการน้ำเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์และแนวทางการระบายน้ำฝั่งตะวันออกแม่น้ำเจ้าพระยา และผู้แทนกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยนำเสนอการเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคกลาง ก่อนลงพื้นที่ไปยังจุดซ่อมแซมคันกั้นน้ำบริเวณบริเวณ 23 ขวาคลองชัยนาท-ป่าสัก โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเริงราง และเดินทางไปวัดเชิงราก เพื่อรับฟังรายงานผลการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมแม่น้ำป่าสัก และการปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณวัดเชิงราก พร้อมพบปะประชาชน พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำในพื้นที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ได้มอบหมายให้ สทนช. กรมชลประทาน กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และจังหวัดสระบุรี ดำเนินการตามแผนรับมือฤดูฝนทั้ง 13 มาตรการอย่างเคร่งครัด และดำเนินการตามแผนป้องกันและแก้ไขภาวะน้ำท่วม ปี 2565 ที่ กนช.ได้เห็นชอบไว้ พร้อมมอบกรมโยธาธิการและผังเมือง พิจารณาก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมแม่น้ำป่าสัก เพื่อลดผลกระทบจากการพังทลายของตลิ่งในช่วงน้ำหลาก อีกทั้งได้มอบให้ สทนช. ปภ. ทหาร ตำรวจ และจังหวัดสระบุรี สร้างการรับรู้และเข้าช่วยเหลือประชาชนทันที พร้อมบูรณาการการทำงานร่วมกันเพื่อให้สถานการณ์คลี่คลายโดยเร็วที่สุด และมอบหมาย สทนช. และกรมชลประทาน พิจารณาเร่งรัดการซ่อมแซมคันดิน 23 ขวาคลองชัยนาท-ป่าสัก พร้อมวางแผนปรับปรุงให้มั่นคงต่อไป
ดร.สุรสีห์ กิตติมณฑล เลขาธิการ สทนช. กล่าวเพิ่มเติมว่า ที่ผ่านมารัฐบาลโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งดำเนินการพัฒนาโครงการด้านทรัพยากรน้ำในลุ่มน้ำป่าสัก โดยในปี 2561–2564 มีโครงการที่ดำเนินแล้วรวม 337 แห่ง ปริมาณน้ำที่เพิ่มขึ้นประมาณ 8 ล้าน ลบ.ม. เกิดประโยชน์กับประชาชนในพื้นที่กว่า 7 หมื่นไร่ อาทิ โครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูแหล่งน้ำอ่างเก็บน้ำห้วยยางหนึ่ง จ.ลพบุรี ฝายบ้านลำน้ำอ้อย 2 จ.สระบุรี การพัฒนาแหล่งน้ำบาดาลในพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำ และก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งระยะทางรวมกว่า 7.5 กิโลเมตร ​​​​​​​
สำหรับสถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำป่าสักในระยะนี้ แม้ในภาพรวมปริมาณฝนจะลดลง แต่ยังคงต้องติดตามประเมินสถานการณ์น้ำในพื้นที่อย่างใกล้ชิด เนื่องจากยังคงมีปริมาณน้ำหลากจากพื้นที่ตอนบน โดยเฉพาะภาคเหนือที่มีปริมาณฝนตกสะสมในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ไหลลงมายังพื้นที่ตอนล่างอย่างต่อเนื่อง จึงมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดน้ำเอ่อล้นตลิ่งในพื้นที่ลุ่มต่ำของลุ่มน้ำป่าสักและลุ่มน้ำเจ้าพระยา ซึ่งขณะนี้มีปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์และเจ้าพระยาเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง.