หมอ เตือนผู้หญิงอายุ 40 ปีขึ้นไปอย่าชะล่าใจ ตรวจมะเร็งเต้านมด้วยวิธีแมมโมแกรมทุกๆ 2 ปี

ประชาสัมพันธ์9 พ.ย. 2565 • 06:41 น.
หมอ เตือนผู้หญิงอายุ 40 ปีขึ้นไปอย่าชะล่าใจ ตรวจมะเร็งเต้านมด้วยวิธีแมมโมแกรมทุกๆ 2 ปี

หมอ เตือน ผู้หญิงอายุ 40 ปีขึ้นไปอย่าชะล่าใจ ตรวจมะเร็งเต้านมด้วยวิธีแมมโมแกรมทุกๆ 2 ปี  ป้องกันและลดความเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็งเต้านม ยืนยันโรคมะเร็งเต้านมรักษาหายได้

การอบรมหลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิตนวัตกรรมการจัดการสุขภาพยุคดิจิทัล หรือ HIDA รุ่นที่ 2 ณ โรงแรมชาเทรียม ริเวอร์ไซค์ ยังคงมุ่งเน้นการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญที่ผู้เข้าอบรมสามารถนำไปปฏิบัติและดูแลสุขภาพของตนเองให้แข็งแรง รวมทั้งดูแลบุคคลใกล้ชิดให้ปลอดภัยจากโรคได้
 

โดยในช่วงแรก ด็อกเตอร์นายแพทย์สมยศ ดีรัศมี ประธานกรรมการมูลนิธิกาญจนบารมี กล่าวบรรยายในหัวข้อ “ HIDA เพื่อสังคมร่วมแรงร่วมใจต้ายภัยมะเร็งเต้านมกับมูลนิธิกาญจนบารมี ” ว่า อุบัติการณ์ของโรคมะเร็งเต้านม จากผลการศึกษาขององค์การอนามัยโลก พบว่า ประชาชนเป็นโรคมะเร็งเต้านม อัตราการเสียชีวิต 1ใน 3 กล่าวคือ เป็นโรคมะเร็งเต้านม 100 คน เสียชีวิตประมาณ30คน ทั้งนี้ ทั่วโลกผู้หญิงเป็นมะเร็งเต้านม 2.3ล้านคนต่อปี เสียชีวิต 658,000 คนต่อปี โดยคนเบลเยี่ยมเป็นโรคมะเร็งเต้านมมากที่สุดแต่สัดส่วนการตายเพียง 8 คนต่อ1คนเท่านั้น เนื่องจากมีระบบสาธารณสุขที่ดีป้องกันได้ ตรวจพบรักษาทันที ขณะที่ ประเทศไทย ผู้หญิงเป็นโรคมะเร็งเต้านมมากที่สุด 22,158 คนและมีโอกาสเป็นมะเร็งเต้านมน้อยกว่าผู้หญิง 1 ใน100-200เท่า รองลงมา โรคมะเร็งลำใส้ ส่วนผู้ชายพบเป็นมะเร็งตับมากที่สุด พบในท่อน้ำดี ตามมาด้วยมะเร็งปอด


 
ปัจจัยเสี่ยงเป็นโรคมะเร็งเต้านม คือ ผู้หญิงอายุเกิน40ปีขึ้นไป  เด็กที่มีการฉายแสงบริเวณทรวงอกตอนเด็กบ่อย ผู้ที่มีน้ำหนักเกณฑ์ปกติ ผู้ที่ใช้โฮอร์โมน และ กรรมพันธุ์ สำหรับการวินิจฉัยมะเร็งเต้านม ซักประวัติจากปัจจัยเสี่ยงต่างๆ  เช่น การเริ่มต้นมีประจำเดือนอายุน้อย7-8 ขวบ ตรวจเต้านมทุกปี ทำอัลตราซาวน์ การทำแมมโมแกรม หากตรวจพบเข้าสู่กระบวนการรักษาผ่าตัด การตรวจยีน ตรวจพันธุกรรม หากเจอก้อนมะเร็งขนาด 2 เซนติเมตร โอกาสหายเจ็ดสิบเปอร์เซนต์ ก้อนมะเร็งขนาด 5 เซนติเมตรโอกาสรักษาหายเหลือเพียง30% ส่วนวิธีการรักษาใช้วิธีผ่าตัดเอาก้อนมะเร็งออกจากเต้านม  ผ่าตัดเลาะต่อมน้ำเหลืองออก ฉายแสง ใช้เคมีบำบัด และยาพุ่งเป้า
 
 
 
วิธีป้องกันโรคมะเร็งเต้านมที่ดีที่สุด คือ ผู้หญิงที่มีอายุเกิน 40 ปีขึ้นไป ให้ตรวจมะเร็งเต้านมด้วยวิธีเมมโมแกรม เป็นประจำทุกๆ 2 ปี ออกกำลังกาย ทานผักผลไม้ ลดอาหารไขมัน ควบคุมน้ำหนัก และหลีกเลี่ยงอากาศที่ไม่ดี หากตรวจพบเป็นโรคมะเร็งเต้านมโอกาสรอด 30%​
 
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันมี คนไทยเพียงร้อยละ 10 ที่ตรวจเต้านมด้วยตนเองแบบสม่ำเสมอ  ดังนั้น  มูลนิธิกาญจนบารมี ทำโครงการ ให้สามารถช่วยเหลือประชาชนได้มีการออกหน่วยตรวจมะเร็งเต้านมด้วยเครื่องเอ็กซเรย์เต้านมที่มีประสิทธิภาพสูง ตั้งแต่วันที่ 6 ตุลาคม 2557 ถึง วันที่ 7 พฤศจิกายน 2565 มูลนิธิกาญจนบารมีออกหน่วยคัดกรองมะเร็งเต้านมเคลื่อนที่ จำนวน 2179 ครั้ง ออกหน่วย 77 จังหวัด ออกหน่วย 736 อำเภอ มีผู้รับบริการทั้งหมด  299,751 ราย พบผู้ป่วยมะเร็งเต้านมในระยะเริ่มต้น 1,003 ราย


 
พร้อมกันนี้ ด็อกเตอร์นายแพทย์สมยศ กล่าวเน้นย้ำด้วยว่า ผู้หญิงอายุ 40 ปีขึ้นไปต้องตรวจมะเร็งเต้านม แบบแมมโมแกรม ในทุก 2 ปี รวมถึง ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ควบคุมน้ำหนักตัว เพื่อลดอัตราการเสี่ยงและป้องกันการเกิดโรคมะเร็งเต้านม หากตรวจบพในเบื้องต้นสามารถรักษาหายได้
 
แพทย์หญิงสมรรัตน์ จำปาเทศ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญอายุรศาสตร์หัวใจ สถาบันโรคทรวงอก กล่าวบรรยายในหัวข้อ “ การช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน ” กล่าวว่า การช่วยชีวิตเบื้องต้น คือ การช่วยเหลือผู้ป่วยที่มีภาวะหัวใจหยุดเต้นหรือหยุดหายใจกะทันหันให้หัวใจกลับมาเต้นและส่งถึงแพทย์ได้ทันท่วงที ทั้งนี้ ขั้นตอนการช่วยฟื้นคืนชีพ หรือ CPR ตรวจดูความปลอดภัยของสถานที่เกิดเหตุ ประเมินการตอบสนองของผู้ป่วยว่ามีสติหรือไม่ ขอความช่วยเหลือ โทร 1669 ตามเครื่องช็อตไฟฟ้าหัวใจอัตโนมัติ กดหน้าอกทันที เปิดทางเดินหายใจ ช่วยหายใจถ้าทำได้ เมื่อAED มาถึง ให้ใช้ AED ทันที และ ทำ CPR ต่อเนื่อง
 
การช่วยเหลือสิ่งแปลกปลอมอุดกั้นทางเดินหายใจนั้น ให้สังเกตอาการพูดไม่ได้ หน้าเริ่มซีดเซียว มักใช้มือกุมลำคอตัวเอง โดยผู้ที่เข้าช่วยเหลือให้ถามว่า คุณสำลักใช่หรือไม่ ส่วนวิธีการช่วยเหลือเบื้องต้น คือ การรัดกระตุกที่ท้องเหนือสะดือใต้ลิ้นปี่ เข้าไปอยู่ด้านหลังใช้มือข้างที่


ถนัด กำหมัดไว้ตรงหน้าท้องระหว่างสะดือกับลิ้นปี่ มืออีกข้างโอบเอวไว้ รัดกระตุกเข้าหาตัวผู้ทำการช่วยเหลืออย่างแรงๆ หลายครั้ง จนกว่าสิ่งแปลกปลอมหลุดออกมา แต่หากผู้ที่ประสบเหตุมีรูปร่างใหญ่ให้ผู้ที่เข้าทำการช่วยเหลือปฐมพยาบาลเลื่อนขึ้นมาตรงกระดูกสันอก ส่วนกรณีที่เกิดกับตัวเอง หรือ อยู่คนเดียว ให้กำมือกระทุ้งตรงสันอก
 
สำหรับการช่วยเหลือและปฐมพยาบาลคนจมน้ำนั้น แพทย์หญิงสมรรัตน์ กล่าวแนะนำว่า ให้ใช้วิธีตะโกน  โยนสิ่งของที่ลอยน้ำได้ เช่น ขอนไม้ หรืออุปกรณ์การช่วยเหลือ จากนั้น ปฐมพยาบาลเบื้องต้น และโทรสายด่วน 1669.