คณะจากมหาวิทยาลัยเกริกบินเข้าเฝ้าเจ้าชายซาอุดิอาระเบีย อธิการบดีมหาวิทยาลัยอิสลามมาดีนะห์ หารือความร่วมมือทางวิชาการ

ประชาสัมพันธ์28 ก.พ. 2565 • 06:19 น.
คณะจากมหาวิทยาลัยเกริกบินเข้าเฝ้าเจ้าชายซาอุดิอาระเบีย อธิการบดีมหาวิทยาลัยอิสลามมาดีนะห์ หารือความร่วมมือทางวิชาการ
วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2565 เวลา 11:00 น. ตามเวลาท้องถิ่นซาอุดิอาระเบีย Prince Dr.Mamdouh bin Saud bin Thunayan Al Saud ซึ่งดำรงตำแหน่ง อธิการบดีมหาวิทยาลัยอิสลามมาดีนะห์ ประทานวโรกาสให้ นายสรจักร บูรณะสัมฤทธิ กงสุลใหญ่ เมืองเจดดาห์ พร้อมด้วย นายหาลิม แวนะไล รองกงสุลใหญ่ และนายชารีฟ โยธาสมุทร กงสุลประจำสถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองเจดดาห์ นำคณะจากมหาวิทยาลัยเกริกเข้าเฝ้า ประกอบด้วย อาจารย์กัปตันอำพล ขำวิลัย ผู้ช่วยประธานกรรมการบริหารมหาวิทยาลัยเกริก และอาจารย์สราวุธ และซัน ห้วหน้าสาขาวิชาบริหารธุรกิจอิสลาม คณะบริหารธุรกิจ เข้าเฝ้า ณ ห้องโถงรับรองอธิการบดี มหาวิทยาลัยอิสลามมาดีนะห์ นายสรจักร บูรณะสัมฤทธิ กงสุลใหญ่ เมืองเจดดาห์ กล่าวว่า ในนามของกระทรวงการต่างประเทศของไทย รู้สึกปลาบปลื้มที่ Prince Dr.Mamdouh bin Saud bin Thunayan Al Saud อธิการบดีมหาวิทยาลัยอิสลามมาดีนะห์ ได้ทรงประทานตอบรับการเข้าพบในครั้งนี้ ของคณะผู้บริหารมหาวิทยาลัยเกริก ซึ่งเป็นคณะแรกที่มาเยือนซาอุดิอาระเบีย ภายหลังจากการเดินทางมาเยือนของนายกรัฐมนตรีประเทศไทย โดยทางคณะมีความประสงค์ที่จะหารือในการทำความร่วมมือทางด้านวิชาการ และแลกเปลี่ยนการศึกษา นักศึกษา และคณาจารย์ระหว่างกัน อาจารย์กัปตันอำพล ขำวิลัย ผู้ช่วยประธานกรรมการบริหารมหาวิทยาลัยเกริก กล่าวว่า ในนามของผู้บริหาร คณาจารย์ และนักศึกษามหาวิทยาลัยเกริก รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ที่ทาง Prince Dr.Mamdouh bin Saud bin Thunayan Al Saud อธิการบดี ทรงพระกรุณาให้เข้าเฝ้า เพื่อหารือด้านความร่วมมือทางวิชาการ ระหว่าง มหาวิทยาลัยเกริก และมหาวิทยาลัยอิสลามมาดีนะห์ ซึ่งมหาวิทยาลัยเกริกก่อตั้งมาแล้วกว่า 68 ปี และในปัจจุบันยังได้เปิดารเรียนการสอนในหลักสูตร บริหารธุรกิจอิสลาม เป็นที่แรกและที่เดียวในประเทศไทย จากที่ทราบถึงคณาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิและประสบการณ์ของมหาวิทยาลัยอิสลามมาดีนะห์แห่งนี้ เราจึงมีความเชื่อมั่นและตั้งใจที่จะทำความร่วมมือทางวิชาการ งานค้นคว้าวิจัย ให้เกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ นักศึกษา และคณาจารย์ระหว่างกันในอนาคต อาจารย์สราวุธ และซัน หัวหน้าสาขาวิชาบริหารธุรกิจอิสลาม ได้นำเรียนว่า มหาวิทยาลัยเกริก ได้เปิดหลักสูตรใหม่ในปี 2564 โดยมีชื่อว่า สาขาวิชาบริหารธุรกิจอิสลาม แบ่งเป็น 3 วิชาเอก ได้แก่ การเงินอิสลาม อุตสาหกรรมฮาลาล การจัดการบริการฮัจย์และอุมเราะห์ มีนักศึกษาปีแรกกว่า 100 คน ซึ่งเป็นนักศึกษาที่จบมัธยมปลายจากซาอุดิอาระเบีย มูวัลลัด(ชาวไทยที่เกิดและโตในซาอุดิอาระเบีย) กว่าครึ่งหนึ่ง จึงทำให้มีการเรียนการสอนทั้งภาษาไทย อังกฤษ และอาหรับ ด้วยเหตุนี้เองมหาวิทยาลัยเกริกจึงมีนโยบายที่จะก่อตั้ง Bangkok Arabic Language Center ขึ้น โดยทำความร่วมมือทางวิชาการและหลักสูตรกับทางมหาวิทยาลัยอิสลามมาดีนะห์ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด เกิดประโยชน์กับนักศึกษา ประชาชนและประเทศชาติโดยรวม อีกทั้งยังต้องการสร้างโอกาสในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ทางวิชาการ การฝึกทักษะภาษาอาหรับ และแลกเปลี่ยนคณาจารย์ที่เชี่ยวชาญใน 3 วิชาเอกข้างต้น และเชี่ยวชาญภาษาอาหรับ ไปยังประเทศไทยอีกด้วย Prince Dr.Mamdouh bin Saud bin Thunayan Al Saud อธิการบดีมหาวิทยาลัยอิสลามมาดีนะห์ มีพระดำริถึงความสัมพันธ์อันดีงามระหว่าง 2 ราชอาณาจักรไทย และราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบียภายหลังการฟื้นความสัมพันธ์ครั้งใหม่ในรอบ 32 ปี และทรงชื่นชมทางมหาวิทยาลัยเกริกที่มีหลักสูตรเกี่ยวกับอิสลามอย่าง Islamic Finance , Halal Industry , Hajj and Umrah Service Managment และมีความยินดีอย่างยิ่งที่จะทำความร่วมมือกันด้านวิชาการ การวิจัย การพัฒนาหลักสูตร ตลอดจนคณาจารย์ผู้สอนและนักศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งการตั้ง Bangkok Arabic Language Center ที่จะเกิดประโยชน์สังคมโดยรวม เพื่อพัฒนาศักยภาพและทักษะด้านภาษาทั้งการเรียนและการประกอบอาชีพ ซึ่งเรามหาวิทยาลัยอิสลามที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศซาอุดิอาระเบีย ก่อตั้งมากว่า 60 ปี อีกทั้งยังเป็นเป็นมหาวิทยาลัยที่มีความหลากหลายทางด้านพหุวัฒนธรรม และเชื้อชาติจากทั่วทุกมุมโลกซึ่งนักศึกษาทั้งหมดได้รับทุนการศึกษาจากรัฐบาลซาอุดิอาระเบีย 100 % นอกจากนี้เรายังเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกและแห่งเดียวที่มีหลักสูตรออนไลน์ได้รับการรับรองโดยกระทรวงศึกษาธิการของซาอุดิอาระเบีย และเรามีความยินดีที่จะทำความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเกริก โดยมอบหมายให้คณะผู้บริหารมหาวิทยาลัยประชุมหารือในรายละเอียดข้อตกลงทุกด้าน ที่ห้องประชุมอีกครั้งหนึ่ง ภายหลังจากการประชุมหารือของทั้งสองมหาวิทยาลัย ได้ข้อสรุปถึงความร่วมมือทางวิชาการที่จะเป็นประโยชน์กับทั้งสองฝ่าย ดังนี้ 1- ทางมหาวิทยาลัยอิสลามมาดีนะห์ มีสถาบัน Money Lab เพื่อให้คำปรึกษาด้านเศรษฐกิจ การเงินอิสลาม และการลงทุนตามหลักชะรีอะห์ซึ่งมหาวิทยาลัยเกริกมีการเรียนการสอนด้านการเงินอิสลาม อีกทั้งยังมีความร่วมมือ MOU กับธนาคารอิสลามประเทศไทย จึงจะให้มีความร่วมมือกันในการมอบบุคลากรธนาคารอิสลาม และคณาจารย์มหาวิทยาลัยเกริก เป็นการเดินทางมาอบรมหลักสูตรเฉพาะของ Money Lab 2- มหาวิทยาลัยเกริกที่มีความร่วมมืออันดีกับสำนักจุฬาราชมนตรี จะหารือแนวทางการจัดตั้ง สถาบันนวัตกรรมการเงินอิสลามและการลงทุนชะรีอะห์ สำนักจุฬาราชมนตรี โดยสถาบัน Money Lab มหาวิทยาลัยอิสลามมาดีนะห์ จะร่วมมือให้การสนับสนุนการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และในด้านอื่นๆ นอกจากนี้ยังพร้อมให้การสนับสนุนด้านองค์ความรู้ และวิจัย ตำรา แก่สถาบันวะสะตี้ยะฮ์เพื่อสันติภาพและการพัฒนา สำนักจุฬาราชมนตรี หากประสงค์ให้สนับสนุนด้านใด 3- มหาวิทยาลัยอิสลามมาดีนะห์ พร้อมสนับสนุนมหาวิทยาลัยเกริก ในการจัดตั้ง Bangkok Arabic Language Center โดยมี Institute of Teaching Arabic ของมหาวิทยาลัยอิสลามมาดีนะห์เป็นต้นแบบ 4- ให้มีความร่วมมือด้านวิจัย แลกเปลี่ยนนักศึกษา อาจารย์ต่อกัน ภายหลังการขออนุมัติจากกระทรวงศึกษาธิการ ประเทศซาอุดิอาระเบียแล้ว 5- มหาวิทยาลัยอิสลามมาดีนะห์มีความร่วมมือ MOU กับ Saudi Food & Drug Authority (SFDA) โดยเสนอให้มหาวิทยาลัยเกริกทำความร่วมมือกับ SFDA โดยการช่วยประสานงานของมหาวิทยาลัยอิสลามมาดีนะห์ เพื่อพัฒนาต่อยอดด้าน Halal Industry ของมหาวิทยาลัยเกริก ช่วงท้ายยังได้หารือในประเด็นอื่นๆ ซึ่งอยู่ในระหว่างการหาข้อมูลเพิ่มเติม และประสานงานกันต่อไป โดยทางคณะผู้บริหารพูดถึงความประสงค์ที่จะเดินทางไปเยือนประเทศไทย เพื่อสร้างความร่วมมือต่อกัน ประมาณหลังเดือนรอมฏอน(เดือนพฤษภาคม) ปีนี้