มูลนิธิสร้างรอยยิ้มฯ มอบโอกาส และคืนชีวิตใหม่ให้กับเด็กที่มีภาวะปากแหว่งเพดานโหว่
สำหรับเด็กที่เกิดมามีภาวะปากแหว่งเพดานโหว่ จะประสบปัญหาการกินและกลืนอาหาร อีกทั้งยังได้รับผลกระทบด้านอื่นๆ ตามมาอีกมากมายตลอดช่วงวัยเด็ก เช่น ปัญหาทางเดินหายใจ ปัญหาทางการได้ยิน การเจริญเติบโตช้า ปัญหาทางภาษาและการพูด พัฒนาการด้านการพูดล่าช้ามากกว่าวัยเดียวกัน ซ้ำยังพูดไม่ชัด เสียงขึ้นจมูก ส่งผลกระทบต่อการสื่อสารกับผู้คนรอบข้างไปโดยปริยาย เช่น โสภณ คำรินทร์ หรือ บอม ชาวแม่สอด จังหวัดตาก แต่ด้วยความร่วมมือของแพทย์และโรงพยาบาลในพื้นที่ร่วมกับทีมแพทย์อาสาของมูลนิธิสร้างรอยยิ้ม ประเทศไทย ซึ่งมีกำหนดการออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่เป็นประจำปีละ 3-4 โครงการหมุนเวียนไปตามจังหวัดพื้นที่ห่างไกลเพื่อให้การผ่าตัดรักษาต่อเนื่องโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ แก่ผู้ป่วยยากไร้ขาดโอกาสเข้าถึงบริการสาธารณสุข จึงทำให้ได้รับการผ่าตัดรักษาภาวะปากแหว่งเพดานโหว่ครั้งแรกเพื่อปิดริมฝีปากที่แยกออก และรักษาอย่างต่อเนื่อง
จากการผ่าตัดครั้งแรก และการเข้ารับการรักษาอย่างต่อเนื่องรวมกว่า 7 ครั้ง เพื่อรักษาภาวะปากแหว่งเพดานโหว่ตั้งแต่วัยทารกจนถึงอายุ 15 ปี มีการพัฒนาจนสามารถสื่อสารได้ชัดเจน มีความเชื่อมั่นในการใช้ชีวิต การเรียนมีความก้าวหน้า ด้วยการเข้ารับบริการผ่าตัดจากมูลนิธิสร้างรอยยิ้ม ดังนั้นจึงเป็นที่มาของการให้ความร่วมมือกับมูลนิธิสร้างรอยยิ้ม ในการผลิตสื่อภาพยนตร์สั้นเพื่อการประชาสัมพันธ์ผลลัพธ์ในปฏิบัติการคืนรอยยิ้ม คืนชีวิต ให้เด็กด้อยโอกาสทั่วประเทศที่เกิดมาพร้อมภาวะปากแหว่งเพดานโหว่

ยุพเรศ นิมกาญจน์
ทั้งนี้ ทพญ.ยุพเรศ นิมกาญจน์ ประธานกรรมการมูลนิธิสร้างรอยยิ้ม ประเทศไทย กล่าวว่า ทางมูลนิธิฯ ได้จัดทำภาพยนตร์สั้นเพื่อการประชาสัมพันธ์และการระดมทุนการกุศลเพื่อปฏิบัติการคืนรอยยิ้ม = คืนชีวิต เป็นภารกิจหลักของมูลนิธิฯ ในโครงการหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ เพื่อทำการผ่าตัดและดูแลรักษาภาวะปากแหว่งเพดานโหว่ให้เด็กด้อยโอกาสในพื้นที่ห่างไกลทั่วประเทศ โดยมีเป้าหมายการรักษาในปี 2564 จำนวนกว่า 800 ราย โดยผู้ที่ต้องการสนับสนุนสามารถบริจาคเงินผ่านบัญชีออมทรัพย์ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาเพลินจิต เลขที่ 059-285581-4 ได้ เพราะในแต่ละปีจำนวนผู้ป่วยด้อยโอกาสที่เข้ารับการรักษาภาวะปากแหว่งเพดานโหว่จะขึ้นอยู่กับจำนวนเงินบริจาคสนับสนุนการทำงานของมูลนิธิฯ
โดยในปี 2562 มูลนิธิฯ ได้ให้การผ่าตัดรักษาไปแล้วจำนวน 758 ราย ด้วยการออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่จำนวน 4 ครั้ง และโครงการผ่าตัดแบบต่อเนื่องจำนวน 4 โรงพยาบาล ในปี 2563 ที่ต้องเผชิญกับสถานการณ์โควิด-19 ทำให้การดำเนินงานของมูลนิธิฯ ประสบความยากลำบาก แต่ก็จะพยายามสานต่อพันธกิจในการให้การรักษาเด็กปากแหว่งเพดานโหว่ และความผิดปกติอื่นๆ บนใบหน้าแก่ผู่ป่วยยากไร้ ทั้งนี้ผู้ป่วยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ เป็นจำนวน 421 ราย มีการออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ 2 ครั้ง และโครงการผ่าตัดแบบต่อเนื่องจำนวน 4 โรงพยาบาล ได้แก่ โรงพยาบาลชลบุรี โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมาและ โรงพยาบาลสงขลานครินทร์

โสภณ คำรินทร์
ขณะที่แผนงานในปี 2564 ของมูลนิธิสร้างรอยยิ้ม ประเทศไทย ที่ยังคงได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 เนื่องจากจำนวนเงินบริจาคที่มูลนิธิสร้างรอยยิ้มได้รับอาจไม่เพียงพอต่อการรักษาเด็กจำนวนมากที่ยังรอโอกาสอยู่ ถึงกระนั้นก็ยังคงเดินหน้าให้ความช่วยเหลือในการผ่าตัดกับเด็กด้อยโอกาสต่อไป โดยวางแผนโครงการหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ 3 ภาค รวม 4 จังหวัด และโครงการผ่าตัดแบบต่อเนื่องจำนวน 5 โรงพยาบาล โดยมีเป้าหมายการรักษาประมาณ 800 ราย เพื่อคืนรอยยิ้ม และคืนชีวิตให้เด็กปากแหว่งเพดานโหว่ ให้มีโอกาสเติบโตและอยู่ในสังคมได้อย่างคนปกติ