กระทรวงพลังงานจัดงานนิทรรศการและการประชุมด้านพลังงานและยานยนต์พลังงานสะอาดครั้งใหญ่
กระทรวงพลังงาน เดินหน้าจัดงานนิทรรศการและการประชุมด้านพลังงานและยานยนต์พลังงานสะอาดครั้งใหญ่ โดยผนึกงาน "ฟิวเจอร์ เอนเนอร์ยี เอเชีย 2022 " (Future Energy Asia 2022) และ "ฟิวเจอร์ โมบิลิตี้ เอเชีย 2022" (Future Mobility Asia 2022) พร้อมกัน ระหว่างวันที่ 20 ถึง 22 กรกฎาคม 2565 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค กรุงเทพฯ เพื่อกระตุ้นการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานและหนุนยานยนต์พลังงานสะอาดในภูมิภาคอาเซียน โดยมีบริษัท ดีเอ็มจี ผู้จัดงานนิทรรศการและการประชุมด้านพลังงานรายใหญ่ที่สุดในโลกเป็นผู้จัดงาน
ดร.ทวารัฐ สูตะบุตร หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงพลังงานประเทศไทย และ ประธานร่วมของคณะกรรมการขับเคลื่อนยานยนต์แห่งอนาคตในเอเชีย กล่าวว่า การรวมสองงานใหญ่เข้าด้วยกันในครั้งนี้ จะทำให้ผู้เข้าร่วมงานได้พบกับการจัดแสดงผลิตภัณฑ์และโซลูชันต่างๆ รวมถึงมีโอกาสในการเจรจาพูดคุยและสร้างเครือข่าย ซึ่งถือเป็นการสนับสนุนกระบวนการเปลี่ยนแปลงด้านพลังงานและยานยนต์เพื่อก้าวสู่เส้นทางของพลังงานสะอาดอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ งานฟิวเจอร์ เอนเนอร์ยี เอเชีย (Future Energy Asia) เป็นงานนิทรรศการและการประชุมชั้นนำเกี่ยวกับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน ซึ่งเป็นการรวมตัวของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องระดับสูงในภาคอุตสาหกรรมก๊าซ ก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) และพลังงานหมุนเวียน ในขณะที่งานฟิวเจอร์ โมบิลิตี้ เอเชีย (Future Mobility Asia) เป็นการจัดแสดงแนวคิด เทคโนโลยี และนวัตกรรมด้านยานยนต์และการขนส่งที่ใช้พลังงานสะอาดอย่างครบวงจร โดยการจัดงานในครั้งนี้จะเป็นการรวมตัวของผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานและยานยนต์มากกว่า 10,000 คนจากกว่า 50 ประเทศทั่วโลก
โดยภายในงานจะมีความน่าสนใจในหลายเหตุการณ์ อาทิ พิธีเปิดงานอย่างเป็นทางการโดยรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ประเทศไทย พร้อมกับประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท., ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ ที่พร้อมผนึกกำลังขับเคลื่อนให้ประเทศไทยก้าวสู่พลังงานและยานยนต์สะอาดอย่างแท้จริง
พิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) โดยกลุ่มความร่วมมือทางด้านเทคโนโลยีการดักจับ การใช้ประโยชน์ และการกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์แห่งประเทศไทย (Thailand CCUS Technology Development Consortiumการประชุมเชิงยุทธศาสตร์ การประชุมเชิงเทคนิค และนิทรรศการภายใต้หัวข้อ “ไฮโดรเจน: หัวใจสำคัญในการพลิกโฉมพลังงาน” (Hydrogen at the heart of energy transformation) และงานสัมมนาระดับประเทศที่เจาะลึกประเทศอินโดนีเซีย ไทย ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม ซึ่งถือเป็นตลาดที่มีความน่าสนใจเป็นอย่างยิ่งและยังแสดงให้เห็นถึงโอกาสในการลงทุนมูลค่านับพันล้านด้วย ตลอดจน เป็นเวทีหลักสำหรับผู้กำหนดนโยบายระดับอาวุโสและเหล่าซีอีโอในแวดวงอุตสาหกรรมพลังงานและยานยนต์พลังงานสะอาด
นายเชน ยุหยวน หัวหน้าฝ่ายการเปลี่ยนแปลงด้านพลังงาน บริษัท ดีเอ็มจี อีเว้นท์ กล่าวว่า งานฟิวเจอร์ เอนเนอร์ยี เอเชีย (Future Energy Asia) และงานฟิวเจอร์ โมบิลิตี้ เอเชีย (Future Mobility Asia) จัดโดยบริษัท ดีเอ็มจี อีเว้นท์ ซึ่งเป็นผู้จัดงาน Abu Dhabi International Petroleum Exhibition & Conference (ADIPEC) และ Gastech ซึ่งเป็นงานที่ใหญ่ที่สุด ทั้งยังมีความสำคัญและมีอิทธิพลอย่างมากในอุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซ ซึ่งมีบรรดารัฐมนตรีและซีอีโอในแวดวงอุตสาหกรรมดังกล่าวมาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง สำหรับงานนิทรรศการภายใต้การดำเนินงานของบริษัท ดีเอ็มจี อีเวนท์ที่ผ่านมานั้น มีจำนวนมากถึง 84 งานต่อปีและมีผู้เข้าร่วมงานมากกว่า 425,000 คน
งานฟิวเจอร์ เอนเนอร์ยี เอเชีย (Future Energy Asia) จะจัดแสดงผลิตภัณฑ์ โซลูชั่น และเทคโนโลยีระดับโลกจากผู้เล่นชั้นนำในอุตสาหกรรม ซึ่งแบ่งออกเป็น 4 โซน ได้แก่ “ไฮโดรเจน” (Hydrogen), “ก๊าซ ก๊าซธรรมชาติเหลว LNG และการกักเก็บคาร์บอนในรูปของผลิตภัณฑ์คาร์บอนต่ำ” (Gas, LNG and Carbon Capture as low carbon solutions), “เทคโนโลยีกริดและการเปลี่ยนกระบวนการทำงานให้กลายเป็นระบบดิจิทัล” (Grid technologies and digitalisation) และ “พลังงานหมุนเวียน (พลังงานแสงอาทิตย์, ลม, การจัดเก็บพลังงาน)” (Renewables (solar, wind, energy storage))
ทั้งนี้ภายในงานฟิวเจอร์ โมบิลิตี้ เอเชีย (Future Mobility Asia) ผู้เข้าร่วมงานจะสามารถเข้าถึงผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในห่วงโซ่คุณค่าของยานยนต์พลังงานสะอาด ซึ่งประกอบด้วยผู้ผลิตอุปกรณ์ดั้งเดิม (OEM) สำหรับรถยนต์โดยสารและรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ ซัพพลายเออร์หลังการขาย ผู้ให้บริการแบตเตอรี่ ระบบจัดเก็บพลังงาน โครงสร้างพื้นฐานสำหรับระบบชาร์จ และเทคโนโลยีที่ช่วยอำนวยความสะดวกในหลากหลายรูปแบบ
สำหรับบริษัทที่เข้าร่วมงานในครั้งนี้ อาทิ ปตท. (PTT), ปตท.สผ.(TTEP) , เชเนียร์ (Cheniere),แดสซอลท์ ซิสเต็มส์ (Dassault Systemes), ซี อีเล็คทริก (SEA Electric), แบ็บค็อก แอนด์ วิลค็อกซ์ ( Babcock & Wilcox) , อีวีโลโม (EVLomo), เบเกอร์ ฮิวจ์ (Baker Hughes), เฮกซากอน (Hexagon), ชไนเดอร์ อิเล็คทริค (Schneider Electric), โนกา โฮลดิ้ง (Nogaholding), ไซส์ (Zeiss) และอื่นๆ อีกมากมาย
นายชนินทร์ ขาวจันทร์ รองเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ บีโอไอ เปิดเผยว่า ทางบีโอไอ พร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการที่เป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์และผู้ผลิตแบตเตอรี่ เพื่อเปลี่ยนผ่านมาสู่การผลิตเพื่อรองรับพลังงานสะอาด ตามนโยบาบความพร้อมสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2608 และผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้าให้ได้อย่างน้อย 30% ของการผลิตยานยนต์ทั้งหมดในปี 2573 หรือปี 2030 เรียกว่านโยบาย 30 ต่อ 30 โดยคาดว่าจะมีจำนวนรถยนต์นั่งส่วนบุคคลระบบไฟฟ้าและรถกระบะไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 725,000 คัน และรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 675,000 คัน
ดร.อัครินทร์ สุวรรณรัตน์ ผู้ช่วยพิเศษของซีอีโอและอีวีพี บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทฯ มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมงานแสดงด้านพลังงานและยานยนต์ครั้งสำคัญครั้งนี้ โดยบริษัทฯ จะนำเสนอพลังงานสะอาด นวตกรรมด้านรถไฟฟ้า เรือไฟฟ้า สถานีชาร์ดรถไฟฟ้า และแบตเตอรี่ เพื่อให้เกิดการรับรู้และให้เห็นถึงความพร้อมของภาคธุรกิจของไทย