บิ๊กป้อม เร่งแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำอย่างเป็นระบบ
วันที่ 17 ก.ค.63 ที่ห้องประชุม 301 ชั้น 3 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ครั้งที่ 2/2563 โดยมี ดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) และผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม อาทิ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การประปาส่วนภูมิภาค กรมควบคุมมลพิษ สำนักงบประมาณ

พลเอก ประวิตร กล่าวอีกว่าปัญหาที่ต้องให้ความสำคัญอย่างยิ่งคือปัญหาการจัดการน้ำเสีย โดยที่ประชุมได้เห็นชอบต่อแนวทางการดำเนินงานในการขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านการจัดการคุณภาพน้ำ และอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ โดย กรมควบคุมมลพิษ และให้เสนอต่อ กนช. พิจารณา เพื่อให้การขับเคลื่อนการดำเนินงานภายใต้แผนแม่บทฯ น้ำ ด้านที่ 4
กลยุทธ์ที่ 1 การป้องกันและลดการเกิดน้ำเสียที่ต้นทาง และกลยุทธ์ที่ 2 การเพิ่มประสิทธิภาพในการบำบัดและควบคุมการระบายน้ำเสียออกสู่สิ่งแวดล้อม เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ครอบคลุมการจัดการน้ำเสียจากทุกแหล่งกำเนิด เพราะปัจจุบันมีแหล่งน้ำเพียง 3 แหล่งน้ำ หรือคิดเป็นร้อยละ 5 ได้แก่ แม่น้ำแม่กลอง แม่น้ำพุมดวง และแม่น้ำตรัง เท่านั้น ที่ผ่านเกณฑ์ตามเป้าหมายที่กำหนด ส่วนแหล่งน้ำหลัก 48 สาย ยังขาดกฎหมายที่จะควบคุมให้มีการรวบรวมน้ำเสียจากทุกกิจกรรมในอาคารบ้านเรือนไปทำการบำบัด
รวมถึงไม่มีกฎหมายที่กำหนดให้มีการจัดการน้ำเสียให้เป็นไปตามมาตรฐานประกอบการพิจารณาการอนุญาต/ต่ออายุใบอนุญาต และที่ประชุมยังได้มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยและกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เร่งรัดการดำเนินการตามแผนปฏิบัติการด้านการจัดการน้ำเสียชุมชน ระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2561–2580) สำหรับหน่วยงานมีแผนงานอยู่ภายใต้แผนแม่บทน้ำ เป็นการกำหนดทิศทางและเป้าหมายของการทำงาน สอดคล้องกับการดำเนินด้านงบประมาณ ที่จะสามารถจัดสรรไปได้ ตามกรอบที่กำหนดไว้ ซึ่งในแผนแม่บทน้ำที่มีอยู่ 6 ด้าน มีคณะทำงานจากหน่วยงานต่าง ๆ ช่วยกันดำเนินการ ขอให้คิดวิเคราะห์ บูรณาการแผนงานต่าง ๆ ให้สอดคล้องไปในแนวทางเดียวกัน
เมื่อวางแผนงานได้ดีแล้ว ต้องมีการขับเคลื่อนให้ได้ตามแผน สามารถแก้ไขปัญหาด้านน้ำของประเทศได้อย่างยั่งยืน ทั้งน้ำท่วม น้ำแล้ง และน้ำเสีย ในครั้งนี้ได้ให้แต่งตั้งคณะทำงานขับเคลื่อนโครงการธนาคารน้ำใต้ดิน เพื่อให้การพัฒนาแหล่งน้ำใต้ดินมีหลักเกณฑ์ มีแผนพัฒนาอย่างเหมาะสมชัดเจน ขอให้หน่วยงานเร่งดำเนินการให้สัมฤทธิ์ผลโดยเร็วต่อไป