“ฟิวร์เจอร์ สกาย” แถลงทวงเงิน “กรมจัดหางาน” 715 ล้าน ค้างจ่ายค่าระบบ e-WorkPermit นาน 10 เดือน ยันฟ้องศาลปกครองเดินหน้าต่อเพื่อประเทศ

ประชาสัมพันธ์4 ก.ย. 2569 • 19:07 น.
“ฟิวร์เจอร์ สกาย” แถลงทวงเงิน “กรมจัดหางาน” 715 ล้าน ค้างจ่ายค่าระบบ e-WorkPermit นาน 10 เดือน ยันฟ้องศาลปกครองเดินหน้าต่อเพื่อประเทศ

วันที่ 4 กันยายน 2569 เวลา 13.30 น.ที่โรงแรม ดิ เอเมอรัลด์ กรุงเทพฯ นายชัยรัตน์ แสงจันทร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กิจการร่วมค้า ฟิวร์เจอร์ สกาย เปิดเผยในงานแถลงข่าวความคืบหน้าการดำเนินโครงการจ้างเหมาเอกชน “ขึ้นทะเบียนและผลิตใบอนุญาตทำงานให้กับแรงงานต่างด้าว” (e-WorkPermit) เพื่อทวงถามเงินค่าจ้างที่กรมการจัดหางานค้างจ่ายมานานกว่า 10 เดือน พร้อมเดินหน้าร้องเรียนต่อศาลปกครอง โดย​นายชัยรัตน์ กล่าวว่า นับตั้งแต่เริ่มเปิดระบบ e-WorkPermit เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2568 จนถึงสิงหาคม 2569 บริษัทฯ ได้ออกบัตรประจำตัวให้แก่แรงงานต่างด้าวไปแล้วกว่า 1,600,000 ใบ นำส่งเงินสะสมจากค่าธรรมเนียมเข้ากรมการจัดหางานประมาณ 3,800 ล้านบาท แต่กรมการจัดหางานกลับค้างจ่ายค่าจ้างบริษัทฯ รวมเป็นเงินสะสมสูงถึง 715 ล้านบาท

S  26976420

​“เราทำงานมากว่า 10 เดือนแต่ยังไม่ได้เงินค่าจ้างเลยแม้แต่บาทเดียว แม้จะมีการเจรจาและทวงถามมาโดยตลอด แต่กลับถูกเพิกเฉย บริษัทฯ จึงจำเป็นต้องพึ่งบารมีศาลปกครอง โดยได้ยื่นฟ้องเพื่อเรียกค่าจ้างที่ค้างชำระตามกฎหมาย” นายชัยรัตน์ กล่าว

S  26976426

​ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฯ ได้ชี้แจงถึงอุปสรรคสำคัญในการทำงาน ซึ่งเกิดจากข้อจำกัดของภาครัฐ ได้แก่ ​TOR ไม่ตรงกับความเป็นจริง ตัวเลขประมาณการใน TOR ต่ำกว่าจำนวนแรงงานจริง ทำให้เกิดปัญหาคอขวด บริษัทฯ เคยเสนอขยายศูนย์บริการเฉพาะกิจในพื้นที่ที่มีแรงงานหนาแน่น เช่น กรุงเทพฯ สมุทรสาคร สมุทรปราการ และชลบุรี โดยเคยทดลองเปิดศูนย์ที่หลักสี่พลาซ่า ซึ่งสามารถผลิตบัตรได้มากกว่า 1,000 ใบต่อวัน แต่กรมการจัดหางานกลับไม่อนุมัติให้เปิดศูนย์ลักษณะนี้เพิ่ม ​ภาระการตรวจเอกสารเกินขอบเขต TOR กำหนดให้ตรวจเอกสาร 6,000 ชุดต่อวัน แต่ในความเป็นจริงมีเอกสารยื่นเข้ามาวันละ 10,000 ถึง 90,000 ชุด บริษัทฯ ต้องเพิ่มบุคลากรและจ่ายค่าล่วงเวลา (O/T) ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อตรวจให้เสร็จภายใน 24 ชั่วโมงตามข้อตกลง ไม่เช่นนั้นจะถูกปรับใบละ 520 บาท คอขวดในขั้นตอนการอนุมัติของภาครัฐ แม้บริษัทฯ จะตรวจเอกสารเสร็จตามเวลา แต่เอกสารกลับไปค้างในระบบเพื่อรอการอนุมัติจากนายทะเบียนและผู้ช่วยนายทะเบียน นานสูงสุดถึง 4 เดือน ส่งผลกระทบต่อความรวดเร็วในการให้บริการแก่นายจ้างและแรงงานต่างด้าว

S  26976427

​​นายชัยรัตน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า บริษัทฯ ต้องแบกรับค่าใช้จ่ายสูงถึงเดือนละประมาณ 30 ล้านบาท แม้การไม่ได้รับชำระเงินนานกว่า 10 เดือนจะส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องอย่างรุนแรง แต่ผู้บริหารยืนยันจะเดินหน้าโครงการต่อ เนื่องจากระบบ e-WorkPermit ช่วยป้องกันการเรียกรับผลประโยชน์และการทุจริตคอร์รัปชัน อีกทั้งยังเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยให้ภาคอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจของประเทศดำเนินต่อไปได้

S  26984456

​ทั้งนี้ หลังจบการแถลงข่าว นายชัยรัตน์ พร้อมทีมกฎหมายและตัวแทนพนักงาน ได้เดินทางไปยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมและทวงถามเงินค้างจ่ายอย่างเป็นทางการ ณ กรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน อีกครั้ง