โครงการเต็มใจคว้ารางวัล CSR ยอดเยี่ยมแห่งปี ในงาน "หยั่งรากสู่ยั่งยืน 2566"
โครงการเต็มใจคว้ารางวัล CSR ยอดเยี่ยมแห่งปี ในงานหยั่งรากสู่ยั่งยืน 2566 พร้อมประกาศความสำเร็จปีแรก รณณงค์ยอดบริจาคเลือดทะลุเป้าสูงถึง 1.7 ล้านซีซี โดย ม.ศรีปทุม คว้าแชมป์รางวัลยอดโลหิตสูงสุด ส่วนลาดกระบังคว้ารางวัลแคมเปญยอดเยี่ยมแห่งปี ตั้งเป้าปี 67 ถวาย 72 ล้านซีซี เทอดพระเกียรติในหลวงรัชกาลที่ 10 คาดมีนักศึกษาเข้าร่วมประกวดกว่า 10,000 คน
เสร็จสิ้นลงไปแล้วสำหรับการประกวดกิจกรรมรณรงค์บริจาคโลหิต ในกลุ่มเยาวชน ระดับอุดมศึกษา ภายใต้โครงการเต็มใจ โดยได้รับการบริจาคทั้งสิ้น 1,724,850 ซีซี มีมหาวิทยาลัยเข้าร่วม 27 แห่ง จำนวนผู้สมัครเข้าร่วมประกวด 3,122 คน และมีทีมผู้ชนะเลิศการประกวดรางวัล ดังต่อไปนี้
รางวัลประเภททีมยอดโลหิตสูงสุด ประจำปี 2566 ผู้ชนะเลิศได้แก่ ทีม Volunteer Life จากมหาวิทยาลัยศรีปทุม สมาชิกในทีม นางสาวณัฏฐณิชา เกียรติสิริศรศรี นางสาวพิชญาพร พรหมจำปา นางสาวกนกทิพย์ ตรงชื่น นางสาววรัญญา ดีพิชัย นางสาวธัญชนก นิลใบ นายบารมี ศรีสมาน นางสาวศศิมา เตชะนัง นายนพคุณ น่วมโพธิ์ นายเมฆา วิลาศ และนาย ชาญชัย พลปัฐพี โดยมีอาจารย์ที่ปรึกษา คือ นายวีรภัทร สุธีรางกูร และนักธุรกิจจิตอาสาที่ปรึกษา คือ นางสาวสุภาพรรณ เยี่ยมชัยภูมิ CEO แบรนด์ White Prestige นักเล่าเรื่องความสำเร็จ
รางวัลประเภททีมแคมเปญยอดเยี่ยม ประจำปี 2566 ผู้ชนะเลิศ ได้แก่ ทีม Y2K Way to Care จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง สมาชิกในทีม นางสาวเอกอุษา วชิระสัมพันธ์ นางสาวจินดาพร จิตต์อาจหาญ นางสาวตติชิลา สังข์ทอง นางสาวนภัสสร ปานอ่อน นางสาวพรรษชล หัดประสม นางสาวพรลภัส คงศักดิ์พรชัยนางสาวพิฬชามนธ์ จงจิระเกษม นางสาวสุธิมา วิทยอุดม และนางสาวอรอุษา ม่วงโกสัย อาจารย์ที่ปรึกษาของทีม คือ ผศ.ดร.สมพิศ ฟูสกุล และนักธุรกิจจิตอาสาที่ดูแล คือ นางสาววรัสชญาน์ จรัสธรรมภัสร์ CEO แบรนด์ P’liv
และรางวัลประเภทมหาวิทยาลัยยอดโลหิตสุงสุด ได้แก่ มหาวิทยาลัยศรีปทุม
ทั้งนี้ทีมผู้ชนะเลิศประเภททีมยอดโลหิตสูงสุด จะได้เข้าเฝ้ารับพระราชทานรางวัลจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ส่วนรางวัลประเภทอื่นๆ จะได้รับมอบจากนายเตช บุนนาค เลขาธิการสภากาชาดไทย โดยพิธีมอบรางวัลจัดขึ้นในงานหยั่งรากสู่ความยั่งยืน ของมูลนิธิดั่งพ่อสอน วันเสาร์ที่ 9 ธันวาคม 2566 ตั้งแต่เวลา 13.00-14.45 น. ณ ห้องศกุณตลา โรงแรมเพ็นนินซูลา กรุงเทพฯ
นางสาวจิระฐา โลหะพรหม ประธานร่วมโครงการเต็มใจ ได้กล่าวถึงการประกวดครั้งนี้ว่า ขอแสดงความยินดีกับผู้ได้รับรางวัลทุกท่าน ที่ได้ร่วมแรงร่วมใจเสียสละเพื่อส่งมอบโลหิตให้กับผู้ป่วยที่รอคอย นับเป็นกุศลอันดียิ่งที่ได้ร่วมทำกิจกรรมนี้ร่วมกัน ตลอดระยะเวลาที่ได้ลงพื้นที่ทำกิจกรรมร่วมกับแต่ละมหาวิทยาลัย ได้เห็นความตั้งใจของผู้บริหาร อาจารย์ที่ปรึกษา ทีมนิสิตนักศึกษา และนักธุรกิจจิตอาสา ที่ได้ทำงานเป็นหนึ่งเดียวกัน โดยมีเป้าหมายคือการได้รับบริจาคโลหิต โดยเฉพาะจากกลุ่มผู้บริจาคหน้าใหม่ และผู้บริจาคที่ไม่ได้บริจาคสม่ำเสมอ หลายๆ มหาวิทยาลัยที่เปิดรับบริจาคโลหิต มีตัวเลขของน้องๆ นักศึกษาที่มาบริจาคครั้งแรกที่ชัดเจน อย่างกรณีของมหาวิทยาลัยศรีปทุม จากรอบบริจาคปกติของมหาวิทยาลัย จะมียอดผู้บริจาคประมาณ 70-80 คน แต่ในวันที่ทีมผู้เข้าประกวดได้เปิดรับการบริจาค ตัวเลขของผู้มาบริจาคเพิ่มขึ้นเป็น 120-150 คน ส่วนของมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ก็มีตัวเลขที่ชี้ชัดว่า มีผู้บริจาคครั้งแรก มากถึง 48.34% ของการบริจาคในรอบของโครงการเต็มใจ นี่เป็นเพียงตัวเลขของผู้ที่บริจาคสำเร็จ ยังมีกลุ่มที่ตั้งใจมาบริจาคแต่นอนน้อยและติดปัญหาด้านสุขภาพอีกเป็นจำนวนมาก และในพื้นที่ของมหาวิทยาลัยอื่นๆ ก็คล้ายๆ กัน นั่นแสดงว่า การรณรงค์ของนิสิตนักศึกษาได้ผล เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายใหม่ และสามารถเชิญชวนให้เพื่อนและคนรอบข้างบริจาคโลหิตได้
ส่วนการเปิดโครงการเต็มใจปีที่ 2 ชื่อแคมเปญ “รวมใจไทย 72 ล้านซีซี เทิดพระเกียรติ 72 พรรษา” จะเริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2567 – 30 พฤศจิกายน 2567 โดยในปีที่ 2 นี้ คาดว่าจะมีมหาวิทยาลัยเข้าร่วม 100 แห่ง และมีนักธุรกิจจิตอาสาเป็นที่ปรึกษา 30 แบรนด์ ปริมาณโลหิตที่ได้รับทั้งสิ้น 72 ล้านซีซี หรือประมาณ 206,000 ยูนิต
เป้าหมายของโครงการเต็มใจ คือการเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ปัญหาการขาดแคลนโลหิตในสังคมไทย จากข้อมูลของศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย พบว่า ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ มีความต้องการโลหิตจากการบริจาควันละ 2,200 ยูนิต ปัจจุบันสามารถจัดหาโลหิตได้เพียงเฉลี่ยวันละ 1,600 – 1,700 ยูนิต/วัน ซึ่งไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้โลหิตของผู้ป่วยในโรงพยาบาล โดยโรงพยาบาลทำการขอเบิกโลหิตเฉลี่ยวันละ 3,400 – 3,500 ยูนิต/วัน แต่สามารถจ่ายโลหิตได้เพียงร้อย 40 ของการขอเบิก ทำให้โลหิตที่ได้รับจากการบริจาคไม่มีพอจ่ายให้กับโรงพยาบาล
ในการประกวดกิจกรรมรณรงค์บริจาคโลหิตของโครงการเต็มใจในปีที่ 2 นี้ รองศาสตราจารย์ แพทย์หญิงดุจใจ ชัยวานิชศิริ ผู้อำนวยการศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย กล่าวถึงการสนับสนุนกิจกรรมครั้งนี้ว่า ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ได้ร่วมบรรยายให้ความรู้แก่สถาบันการศึกษาที่ร่วมโครงการประกวดกิจกรรมรณรงค์บริจาคโลหิต และจัดหน่วยเคลื่อนที่ออกรับบริจาคโลหิตแก่สถาบันการศึกษาในพื้นกรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยในปี 2566 ได้รับโลหิตตลอดระยะเวลาดำเนินโครงการกว่า 4,250 ยูนิตหรือ 1.7 ล้านซีซี ซึ่งทางโครงการเต็มใจได้ตั้งเป้าหมายตลอดระยะเวลาดำเนินโครงการไว้ที่ 2,500 ยูนิตหรือ 1 ล้านซีซี ทำให้โครงการในครั้งนี้บรรลุตามเป้าหมาย และในปี 2567 นี้ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ/ภาคบริการโลหิตแห่งชาติ ได้ให้การสนันสนุนการดำเนินงานของโครงการเต็มใจและยังได้ประสานงานขอความร่วมมือไปยังโรงพยาบาลต่างๆทั่วประเทศ และสถาบันการศึกษาในการสนับสนุนการดำเนินงานของโครงการเต็มใจ
ทางด้านนายวรสรวง สมัตถุพันธ์ ประธานร่วมโครงการเต็มใจ กล่าวถึงการจัดกิจกรรมโครงการเต็มใจ ปีที่ 2 ว่า ปี 2567 เป็นปีมหามงคลที่พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เฉลิมพระชนมพรรษา ครบ 72 พรรษา ทางโครงการเต็มใจ จึงอยากจะขอเชิญชวนร่วมกันบริจาคโลหิต ภายใต้ชื่อ “รวมใจไทย 72 ล้านซีซี เทิดพระเกียรติ 72 พรรษา” โดยในปีที่ 2 จะมีการขยายจำนวนมหาวิทยาลัยและจำนวนนิสิตนักศึกษาที่เข้าร่วมประกวด โดยเน้นให้เกิดการรณรงค์ทุกจังหวัดทั่วประเทศไทย ด้วยการปูพื้นฐานที่ดีแล้วในปี 66 เชื่อว่า ในปี 67 นี้จะทำให้การจัดกิจกรรมราบรื่นด้วยดี และสามารถบรรลุเป้าหมายที่วางไว้
ขอเรียนเชิญมหาวิทยาลัยและนิสิตนักศึกษาทั่วประเทศ สมัครเข้าร่วมประกวดกิจกรรมรณรงค์บริจาคโลหิตไปกับโครงการเต็มใจ โดยในปีที่ 2 นี้ มีรางวัลทั้งสิ้น 3 ประเภท คือ ประเภททีมยอดโลหิตสูงสุด ประเภทแคมเปญยอดเยี่ยม และประเภทมหาวิทยาลัยยอดโลหิตสูงสุด สามารถติดตามข่าวสารและสมัครได้ที่ https://www.heartfeltthailand.com/ หรือ Line OA: @heartfelt