ทีเส็บดันยุทธศาสตร์ 4Es แคมเปญ Meet Exponential ปรับโฉมอุตสาหกรรมแสดงสินค้าไทย ตอกย้ำอาเซียนฮับ เพิ่มขีดความสามารถแข่งขันตลาดโลก
กรุงเทพฯ ประเทศไทย 14 สิงหาคม 2569: สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ โดยฝ่ายอุตสาหกรรมการแสดงสินค้านานาชาติ เดินหน้ายกระดับอุตสาหกรรมแสดงสินค้าของไทย ด้วยยุทธศาสตร์ 4Es ภายใต้แคมเปญ “Meet Exponential” แนวคิด Connecting Businesses for Exponential Growth พร้อมขับเคลื่อน Thailand MICE Bidding Alliance หรือ “ทีมหารายได้ไมซ์ไทย” เพื่อยกระดับงานแสดงสินค้าจากเวทีพบปะทางธุรกิจ สู่กลไกสำคัญในการเชื่อมผู้ประกอบการไทยกับคู่ค้าเทคโนโลยี เงินลงทุน และตลาดใหม่จากทั่วโลก สร้างโอกาสทางการค้าและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย
ทิศทางของอุตสาหกรรมแสดงสินค้าทั่วโลกกำลังเปลี่ยนไป จากเดิมที่ให้ความสำคัญกับจำนวนผู้เข้าร่วม พื้นที่จัดงาน หรือขนาดของงาน วันนี้ผู้จัดงาน ผู้แสดงสินค้า และผู้เข้าชมต่างมองหาสิ่งที่มากกว่านั้น คือคุณภาพของผู้เข้าร่วม โอกาสในการพบคู่ค้าที่ใช่ และผลลัพธ์ทางธุรกิจที่เกิดขึ้นจริง ทีเส็บจึงวางยุทธศาสตร์ 4Es บนแนวคิดว่า การเติบโตของอุตสาหกรรมจะมีความหมายก็ต่อเมื่อธุรกิจไทยเติบโตไปพร้อมกัน ซึ่งประกอบด้วย Empower Thai-First Model มุ่งให้ผู้ประกอบการไทยมีส่วนร่วมและได้รับประโยชน์จากการเติบโตของอุตสาหกรรม Enhance Thailand Industry Profile ใช้งานแสดงสินค้าเป็นเครื่องมือสร้างโอกาสและยกระดับภาพรวมของอุตสาหกรรมไทย Ensure Measurable Impact ปรับการวัดผลจากจำนวนและขนาดของงานไปสู่ผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจริง และ Ecosystem-wide Sustainability Standards ยกระดับมาตรฐานความยั่งยืนตลอดทั้งระบบนิเวศ
ภายใต้ยุทธศาสตร์ดังกล่าว “Meet Exponential” จะเป็นกลไกเร่งการเติบโตของงานแสดงสินค้า ผ่าน Show Multiplier สำหรับผู้จัดงาน และ Buyer Power Up เพื่อเพิ่มจำนวนและคุณภาพของผู้ซื้อ โดยเปลี่ยนงานแสดงสินค้าให้เป็นพื้นที่ที่ผู้ประกอบการไทยสามารถพบคู่ค้าใหม่ เปิดตลาดใหม่ และต่อยอดไปสู่การค้า การลงทุน และความร่วมมือทางธุรกิจให้เกิดขึ้นจริงและเชื่อมโยงกับ 9 อุตสาหกรรมเป้าหมาย ได้แก่ ดิจิทัลและ AI, เซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ, อาหารและนวัตกรรมเกษตร, การผลิตขั้นสูง, ยานยนต์แห่งอนาคต, เทคโนโลยีชีวภาพ, การท่องเที่ยวและเศรษฐกิจประสบการณ์, การแพทย์และสุขภาพ และเศรษฐกิจอายุยืน เพื่อให้งานแสดงสินค้าเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการพาธุรกิจไทยเข้าไปเชื่อมต่อกับอุตสาหกรรมแห่งอนาคตและตลาดโลก
ขณะเดียวกัน ทีเส็บเดินหน้า Thailand MICE Bidding Alliance หรือ ทีมหารายได้ไมซ์ไทย ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างทีเส็บและพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อร่วมกันเสนอตัวประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ World Iconic Shows หรืองานแสดงสินค้าชั้นนำระดับโลก โดยมี New Show Accelerator เป็นกลไกในการผลักดันและเตรียมความพร้อมประเทศไทยสำหรับการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพ และ Iconic Connect สำหรับต่อยอดโอกาสเมื่อได้งานระดับโลกเข้ามาจัดในประเทศไทย เพื่อเชื่อมผู้ประกอบการไทยเข้ากับเครือข่ายธุรกิจและตลาดนานาชาติ
การดึงงานระดับโลกเข้ามาในไทยจึงไม่ใช่เพียงการเพิ่มจำนวนงาน แต่ต้องทำให้งานเหล่านั้นสร้างโอกาสให้ธุรกิจไทยได้พบลูกค้าใหม่ เรียนรู้เทคโนโลยี สร้างพันธมิตร และขยายตลาด ขณะเดียวกัน ทีเส็บจะปรับแนวทางการสนับสนุนโดยให้น้ำหนักกับ Economic Impact มากขึ้น จากเดิมที่พิจารณาตามจำนวนหรือขนาดของงาน ไปสู่การให้ความสำคัญกับงานที่สอดคล้องกับอุตสาหกรรมเป้าหมาย สร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการไทย และสร้างผลต่อเศรษฐกิจในวงกว้าง
ดร. ศุภวรรณ ตีระรัตน์ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ กล่าวว่า อุตสาหกรรมแสดงสินค้าทั่วโลกกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งจากเทคโนโลยีและ AI ความยั่งยืน รวมถึงพฤติกรรมของผู้จัดงาน ผู้แสดงสินค้า และผู้เข้าชมที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพของผู้เข้าร่วมงาน โอกาสในการพบคู่ค้า และผลลัพธ์ทางธุรกิจมากขึ้น
“การแข่งขันในวันนี้ต้องมองไปถึงความสามารถของงานในการสร้างโอกาสและผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริงให้กับธุรกิจและเศรษฐกิจ สิ่งที่ไทยต้องทำไม่ใช่เพียงปรับตัวให้ทันโลก แต่ต้องสร้างสภาพแวดล้อมใหม่ให้ธุรกิจเติบโตได้จริง วัดผลได้จริง และแข่งขันได้ในระยะยาว เพราะความสำเร็จของอุตสาหกรรมแสดงสินค้าไม่ได้วัดจากจำนวนงานที่เพิ่มขึ้นเท่านั้น แต่ต้องวัดจากโอกาสและมูลค่าที่ส่งต่อไปยังเศรษฐกิจไทย”
ดร. ศุภวรรณ กล่าวเพิ่มเติมว่า ทิศทางการพัฒนาครั้งนี้ มุ่งให้อุตสาหกรรมแสดงสินค้าไทยเติบโตทั้งในด้าน “คุณภาพของงาน” และ “คุณค่าที่เกิดขึ้นจากงาน” พร้อมสร้างโอกาสให้ธุรกิจไทยเชื่อมต่อกับตลาดโลก และตอกย้ำประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางงานแสดงสินค้าของอาเซียน โดยทุกงานที่เกิดขึ้นในประเทศไทยควรสร้างคุณค่าได้มากกว่าช่วงเวลาที่จัดงานและสามารถต่อยอดเป็นโอกาสทางธุรกิจและการเติบโตของผู้ประกอบการไทยในระยะยาว
ยุทธศาสตร์ 4Es เป็นการต่อยอดจากยุทธศาสตร์ 4Rs ได้แก่ REDEFINE กำหนดอุตสาหกรรมและตลาดเป้าหมายให้ชัดเจน REGENERATE สร้างการเติบโตที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและสังคม REIMAGINE ยกระดับประสบการณ์ของผู้เข้าร่วมงาน และ REVOLUTIONISE นำข้อมูลและเทคโนโลยีมาใช้ยกระดับการทำงานและการตัดสินใจ และเป็นยุทธศาสตร์ที่มุ่งตอบสนองแบรนด์ MaxiMICE Thailand ของทีเส็บในการจัดวางจุดขายให้กับอุตสาหกรรมไมซ์ไทยในตลาดต่างประเทศ
ประเทศไทยมีทั้งจุดแข็งและฐานตลาดที่พร้อมต่อยอด โดยในปี 2568 ไทยมีพื้นที่การจัดงานแสดงสินค้านานาชาติ (Net Exhibition Space Sold) รวมกว่า 670,000 ตารางเมตร ซึ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์และเป็นอันดับ 1 ของอาเซียน ตามข้อมูลของสมาคมการแสดงสินค้าโลก (UFI) ขณะที่สถิติของทีเส็บพบว่า มีนักเดินทางจากงานแสดงสินค้าทั้งในและต่างประเทศ 23,588,982 คน สร้างรายได้ 98,540 ล้านบาท มูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 225,827 ล้านบาท และก่อให้เกิดการจ้างงาน 169,895 ตำแหน่ง สะท้อนว่าอุตสาหกรรมแสดงสินค้าไม่ได้สร้างประโยชน์เฉพาะในช่วงการจัดงาน แต่ยังส่งต่อรายได้และโอกาสไปยังธุรกิจตลอดห่วงโซ่ ตั้งแต่สถานที่จัดงาน โรงแรม การเดินทาง ร้านอาหาร ไปจนถึงผู้ประกอบการไทย
จากนี้ ทีเส็บจึงมุ่งขยับประเทศไทยจาก “สถานที่จัดงาน” สู่ “แพลตฟอร์มสร้างการเติบโต” ให้คนจากทั่วโลกไม่ได้เพียงเดินทางมาพบกันที่ประเทศไทย แต่เข้ามาเพื่อพบคู่ค้า สร้างพันธมิตร ขยายตลาด และต่อยอดธุรกิจ ขณะเดียวกันทุกงานที่เกิดขึ้นในประเทศไทยต้องสามารถสร้างมูลค่าและโอกาสกลับคืนสู่เศรษฐกิจไทยได้อย่างต่อเนื่อง เพราะเป้าหมายของงานแสดงสินค้าไทยในวันนี้ ไม่ใช่แค่ทำให้โลกมาพบกันที่ประเทศไทย แต่ต้องทำให้ธุรกิจไทยเติบโตขึ้นทุกครั้งที่โลกมาพบกันที่นี่








