UNFPA Thailand จับมือ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดงานวันประชากรโลก 2569 สะท้อนวิกฤตโครงสร้างประชากรไทยก้าวสู่ ‘สังคมสูงวัยระดับสุดยอด’ ขณะที่เด็กเกิดใหม่ดิ่งต่ำกว่า 1.0 เร่งจี้ภาครัฐเปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาส ด้วยการสร้างนโยบายความสมานฉันท์ระหว่างวัย เติมเต็มความฝันเยาวชน และคุ้มครองสิทธิทางเลือกตลอดช่วงชีวิต
เมื่อวันที่ 16 ก.ค. 2569 ในช่วงเวลาที่ประเทศไทยกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนผ่านทางโครงสร้างประชากรครั้งใหญ่ที่สุด กองทุนประชากรแห่งสหประชาชาติ ประจำประเทศไทย (UNFPA Thailand) ร่วมกับ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดกิจกรรมเนื่องในวันประชากรโลก ประจำปี 2569 ณ อาคารเฉลิมราชกุมารี 60 พรรษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ภายใต้หัวข้อ “เติมเต็มความหวังและความฝันของเยาวชน เพื่อวันนี้และอนาคต: เสริมพลังทุกวัย เพื่ออนาคตไทยที่ยั่งยืน ภายใต้การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากร” เพื่อผลักดันวาระใหม่ด้านประชากรที่เน้นสิทธิ ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และทางเลือกของประชาชนทุกช่วงวัย
ปัจจุบัน ภูมิทัศน์ประชากรไทยกำลังเปลี่ยนผ่านอย่างรวดเร็วเข้าสู่ "สังคมสูงวัยระดับสุดยอด" (Super-Aged Society) สวนทางกับอัตราการเจริญพันธุ์ที่ลดต่ำลงกว่าระดับทดแทน (ปัจจุบันต่ำกว่า 1.0) ขณะเดียวกัน คนรุ่นใหม่ต้องแบกรับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ทั้งค่าครองชีพสูง ความไม่มั่นคงในอาชีพ ภาระการดูแลครอบครัวที่ไม่สมดุล รวมถึงความคาดหวังในการสร้างครอบครัวที่เปลี่ยนไป ส่งผลกระทบตรงต่อตลาดแรงงานและระบบดูแลคุณภาพชีวิตของคนทั้งประเทศ
ดร. จูลิตตา โอนาบันโจ ผู้อำนวยการ UNFPA ประจำประเทศไทย และผู้แทนประจำประเทศมาเลเซีย ได้เปิดตัวรายงานผลสำรวจอนาคตประชากร ประจำปี 2569 โดยเรียกร้องให้ประเทศไทยเปลี่ยนผ่านจาก "ความวิตกกังวลทางประชากร" ไปสู่การใช้ "ความรอบรู้และศักยภาพทางประชากร" ผ่านข้อเสนอสำคัญ 4 ประการ ได้แก่ 1.การลงทุนในอำนาจการตัดสินใจ และสุขภาวะของเยาวชน 2.เสริมสร้างระบบสนับสนุนครอบครัว ที่ครอบคลุมเพื่อลดภาระของผู้หญิง 3.การเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างวัย (Intergenerational Solidarity) 4.นโยบายที่คุ้มครองสิทธิ ทางเลือก และความเสมอภาค ตลอดช่วงชีวิต
ด้าน น.ส.สิริลักษณ์ เชียงว่อง หัวหน้าสำนักงาน UNFPA Thailand เน้นย้ำว่า "อัตราการเกิดที่ลดลงไม่ใช่แค่เรื่องตัวเลขสถิติ แต่คือชีวิตจริงของคนรุ่นใหม่ ความรับผิดชอบร่วมกันของเราคือการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อให้คนรุ่นใหม่สามารถตัดสินใจเกี่ยวกับอนาคตของตนเองได้อย่างมีข้อมูล ทั้งเรื่องงาน สุขภาพ ความเท่าเทียมทางเพศ และสถานที่ทำงานที่เป็นมิตรต่อครอบครัว"
"มหาวิทยาลัยต้องช่วยให้สังคมเข้าใจความเปลี่ยนแปลงก่อนที่ความเปลี่ยนแปลงนั้นจะกลายเป็นวิกฤต ในสังคมสูงวัย การศึกษาต้องเสริมสร้างศักยภาพของมนุษย์ตลอดช่วงชีวิต และส่งเสริมความเข้าใจระหว่างคนต่างรุ่น"
ภายในงานยังมีการเสวนาหัวข้อ “การเตรียมพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากร กรอบการพัฒนาตลอดช่วงชีวิตและการเกื้อกูลระหว่างรุ่น” ซึ่งได้รับความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ทั้งสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.), กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, กระทรวงสาธารณสุข, สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล, สมาคมนักประชากรไทย, มูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท, ThisAble.me และสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย
งานวันประชากรโลกประจำปี 2569 ปิดท้ายด้วยข้อเรียกร้องให้ประเทศไทยขับเคลื่อนการรับมือผ่าน “แนวทางแบบทั้งสังคม” (Whole-of-Society Approach) เพื่อให้มั่นใจว่าการเปลี่ยนผ่านทางประชากรของไทยในครั้งนี้ ประชาชนทุกคน ทุกช่วงวัย จะสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ด้วยความหวัง ความมั่นคง ศักดิ์ศรี และมีทางเลือกที่แท้จริงในสังคม








