- โฆษณา -

ศิษย์เก่ารัฐประศาสนศาสตร์ DPU แนะรุ่นน้อง ค้นหาตัวเอง-พัฒนาทักษะรับมือตลาดงาน

ประชาสัมพันธ์16 ก.ค. 2569 • 16:57 น.
ศิษย์เก่ารัฐประศาสนศาสตร์ DPU แนะรุ่นน้อง ค้นหาตัวเอง-พัฒนาทักษะรับมือตลาดงาน

คณะรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) จัดกิจกรรม “พี่พบน้อง” เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 โดยเชิญศิษย์เก่าที่ประสบความสำเร็จในสายอาชีพที่หลากหลาย ได้แก่ ภาครัฐ และภาคเอกชน มาร่วมถ่ายทอดประสบการณ์ แนวทางการเรียน การปรับตัวในชีวิตมหาวิทยาลัย การพัฒนาทักษะที่จำเป็น และเส้นทางสู่ความสำเร็จในการทำงาน เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและความมั่นใจให้แก่นักศึกษาชั้นปีที่ 1 ว่าการศึกษาด้านรัฐประศาสนศาสตร์สามารถต่อยอดสู่อาชีพได้อย่างหลากหลาย และตอบโจทย์ความต้องการของตลาดแรงงานในปัจจุบัน ณ ห้องประชุมสัจจา เกตุทัต DPU

บรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างสนุกสนานและเป็นกันเอง โดยมีศิษย์เก่าคณะรัฐประศาสนศาสตร์ที่ประสบความสำเร็จในสายอาชีพต่าง ๆ จำนวน 6 คน ร่วมแบ่งปันประสบการณ์ ได้แก่นางสาวพัสวี บุญสิทธิ์ ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง อำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี, นายรัชตะ อธิคมเสรณี นักทรัพยากรบุคคล 5 ส่วนวิเคราะห์และวางแผนทรัพยากรบุคคล สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม สำนักนายกรัฐมนตรี, นางสาวจีรนันท์ โกมลภิส นักพัฒนาทรัพยากรบุคคล สังกัดกลุ่มฝึกอบรม สำนักพัฒนาการถ่ายทอดเทคโนโลยี กรมส่งเสริมการเกษตร, ว่าที่ร้อยตรีหญิง พัลลภา ทาระวัตร เจ้าหน้าที่ศูนย์พัฒนาศักยภาพและอาชีพ(Potentialigence Center) มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์, นายธีรภัทร ทองคำ CO-FOUNDER & CEO บริษัท เฟรน ออฟ เรียล จำกัด และ นางสาวจิตรานุท สุขสัจจิ Senior Human ResourcesDevelopment & Project Manager บริษัท ยูนิกซ์เดฟ จำกัด

- โฆษณา -

• เปิดทางปี 1 ค้นศักยภาพ วางเป้าหมายอาชีพ

รองศาสตราจารย์ ดร.วลัยพร รัตนเศรษฐคณบดีคณะรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ กล่าวว่า กิจกรรมครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรเตรียมความพร้อมสำหรับนักศึกษาชั้นปีที่ 1 โดยช่วงเช้าเป็นการบรรยายพิเศษเรื่อง “การบริหารภาครัฐที่ดี” เพื่อให้นักศึกษาเข้าใจการนำองค์ความรู้ด้านรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์มาประยุกต์ใช้ในการบริหารประเทศ ภายใต้หลักนิติธรรม หลักธรรมาภิบาล และการบริหารงานที่มุ่งสร้างผลลัพธ์เพื่อตอบสนองความต้องการของประเทศ สังคม และประชาชน

การบรรยายเน้นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและถ่ายทอดประสบการณ์จากสถานการณ์จริงมากกว่าการเรียนการสอนเชิงทฤษฎี เพื่อเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้ตั้งคำถาม พูดคุย และมองเห็นความเชื่อมโยงระหว่างเนื้อหาในห้องเรียนกับการบริหารงานภาครัฐในบริบทต่าง ๆ โดยมีนักศึกษารุ่นพี่เข้ามาช่วยดูแลและสร้างความคุ้นเคยให้กับนักศึกษาใหม่ตลอดการจัดกิจกรรม

สำหรับช่วงบ่ายเป็นกิจกรรม “พี่พบน้อง” ซึ่งเชิญศิษย์เก่าระดับปริญญาตรีจำนวน 6 คน จาก 6 หน่วยงาน ทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้ประกอบอาชีพอิสระ มาร่วมถ่ายทอดประสบการณ์การทำงาน เส้นทางการเข้าสู่อาชีพ การนำความรู้จากสาขารัฐประศาสนศาสตร์ไปใช้ ตลอดจนแนวทางการพัฒนาตนเองให้ประสบความสำเร็จ โดยมีศิษย์เก่าที่ประกอบอาชีพปลัดอำเภอ รวมถึงผู้ที่ศึกษาต่อในระดับปริญญาเอกเข้าร่วมแบ่งปันประสบการณ์ด้วย

“กิจกรรมนี้จะช่วยให้นักศึกษาเห็นว่า เมื่อสำเร็จการศึกษาแล้วสามารถประกอบอาชีพได้อย่างหลากหลาย ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะหน่วยงานภาครัฐ แต่ยังสามารถทำงานในภาคเอกชน ประกอบอาชีพอิสระ หรือศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้นได้ นักศึกษาจะได้ค้นพบศักยภาพและความสนใจของตนเอง รวมถึงมองเห็นเส้นทางอาชีพที่เหมาะสมได้ชัดเจนยิ่งขึ้น” รองศาสตราจารย์ ดร.วลัยพร กล่าว

คณะยังมีแนวทางจับคู่ศิษย์เก่ากับนักศึกษาที่สนใจสายงานเดียวกัน เพื่อให้ศิษย์เก่าทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงหรือบัดดี้ คอยให้คำแนะนำด้านการเรียน การเตรียมตัวเข้าสู่การทำงาน และการพัฒนาทักษะที่จำเป็น เป้าหมายสำคัญคือการสร้างพื้นที่ให้รุ่นพี่และรุ่นน้องได้พบปะ พูดคุย และแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันโดยตรง ขณะที่อาจารย์ทำหน้าที่สนับสนุนและอำนวยความสะดวกในการเรียนรู้

กิจกรรมดังกล่าวเป็นหนึ่งในกิจกรรมเตรียมความพร้อมประมาณ 10 กิจกรรม ซึ่งจัดต่อเนื่องตลอดระยะเวลา 2 เดือน ครอบคลุมทั้งการเรียนรู้ในห้องเรียน การบรรยายพิเศษ กิจกรรมฐาน การเล่นกีฬา การละลายพฤติกรรม และการศึกษาดูงานนอกสถานที่ เช่น การเยี่ยมชมรัฐสภา เพื่อให้นักศึกษาได้เรียนรู้กระบวนการประชาธิปไตย บทบาทของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร การออกกฎหมาย และการตรวจสอบการบริหารงานของรัฐบาลจากสถานที่จริง

“เราต้องการให้นักศึกษาชั้นปีที่ 1 เริ่มต้นชีวิตในมหาวิทยาลัยด้วยความพร้อม ได้รู้จักเพื่อน รุ่นพี่ ศิษย์เก่า และคณาจารย์ ผ่านกิจกรรมที่หลากหลาย เพื่อสร้างความสัมพันธ์ ความผูกพัน และบรรยากาศของการเป็นครอบครัวรัฐประศาสนศาสตร์ พร้อมส่งเสริมให้นักศึกษาเรียนรู้อย่างมีความสุขและมองเห็นเป้าหมายของตนเองตั้งแต่เริ่มต้น” รองศาสตราจารย์ ดร.วลัยพร กล่าว

• ศิษย์เก่าชี้ รู้จักตนเอง–พัฒนาทักษะ–ปรับตัวทันโลก กุญแจสู่ความสำเร็จ

นางสาวพัสวี บุญสิทธิ์ ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง อำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี ในฐานะศิษย์เก่าคณะรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ กล่าวว่า การร่วมกิจกรรม “พี่พบน้อง” เป็นโอกาสในการถ่ายทอดประสบการณ์ด้านการทำงานราชการให้แก่นักศึกษาชั้นปีที่ 1 ตั้งแต่บทบาทหน้าที่ของปลัดอำเภอ ลักษณะการทำงานในพื้นที่ ไปจนถึงแนวทางเตรียมตัวสอบเข้ารับราชการ ซึ่งเป็นเส้นทางอาชีพที่สอดคล้องกับการเรียนด้านรัฐประศาสนศาสตร์โดยตรง

“ทั้งนี้จากประสบการณ์ทำงานจริงก็ได้นำความรู้จากการเรียนคณะรัฐประศาสนศาสตร์ มาปรับใช้ในการทำงานภาครัฐทั้งเรื่องภาวะผู้นำ การสื่อสาร และการประสานงาน โดยเป็นทักษะที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้กับทุกสายอาชีพ ยิ่งหากเป็นงานราชการที่ต้องทำงานร่วมกับประชาชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และเครือข่ายในพื้นที่จำนวนหลายร้อยคน สามารถใช้เพื่อขับเคลื่อนภารกิจของอำเภอให้มีประสิทธิภาพ”

นางสาวพัสวี ยังเล่าถึงพัฒนาการของตนเองว่า ก่อนเข้าเรียนมหาวิทยาลัยเป็นคนไม่กล้าแสดงออกและไม่มั่นใจในการพูดต่อหน้าผู้อื่น แต่ระหว่างเรียน อาจารย์เปิดโอกาสให้นักศึกษาออกไปนำเสนอผลงานหน้าชั้นเรียน แสดงความคิดเห็น และตอบคำถามอยู่เสมอ กระบวนการเรียนรู้ดังกล่าวช่วยฝึกให้กล้าคิด กล้าพูด และสามารถเรียบเรียงความคิดเพื่อสื่อสารกับผู้อื่นได้ ซึ่งกลายเป็นพื้นฐานสำคัญเมื่อต้องออกมาปฏิบัติงานจริงในฐานะปลัดอำเภอ

นางสาวพัสวี ฝากถึงนักศึกษาว่า ควรใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัยอย่างเต็มที่ ทั้งด้านการเรียนและการทำกิจกรรม โดยเฉพาะงานที่เปิดโอกาสให้วางแผน รับผิดชอบโครงการ และทำงานร่วมกับผู้อื่น เพราะจะช่วยพัฒนาทักษะที่จำเป็นต่อการทำงานในอนาคต พร้อมย้ำว่าไม่ควรกดดันหรือเปรียบเทียบตนเองกับผู้อื่น เนื่องจากแต่ละคนอาจค้นพบเป้าหมายในช่วงเวลาที่ต่างกัน จึงควรกล้าลอง เรียนรู้จากประสบการณ์ และพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง

ขณะที่ นายรัชตะ อธิคมเสรณี นักทรัพยากรบุคคล 5 ส่วนวิเคราะห์และวางแผนทรัพยากรบุคคล สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม สำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สิ่งสำคัญของการวางเส้นทางชีวิตและการทำงานคือการรู้จักตนเอง เข้าใจความสามารถ จุดแข็ง และศักยภาพที่มี โดยไม่ปล่อยให้ความคิดเห็นของผู้อื่นมาลดทอนความมั่นใจ พร้อมเชื่อว่าการเรียนการสอนและการดูแลจากคณาจารย์คณะรัฐประศาสนศาสตร์ DPU เป็นพื้นฐานสำคัญที่ช่วยเตรียมความพร้อมให้นักศึกษา ทั้งด้านการสมัครงาน การปรับตัว และการพัฒนาตนเองให้ประสบความสำเร็จในสายอาชีพ

ด้านนางสาวจิตรานุท สุขสัจจิ Senior Human Resources Development & Project Manager บริษัท ยูนิกซ์เดฟ จำกัด ในฐานะตัวแทนศิษย์เก่าจากภาคเอกชน กล่าวว่า การพัฒนาตนเองต้องเริ่มจากการเปิดใจเรียนรู้สิ่งใหม่อยู่เสมอ พร้อมติดตามความเปลี่ยนแปลงของโลกและเทคโนโลยี เพื่อให้สามารถปรับตัวได้ทันกับความต้องการของตลาดแรงงาน ไม่ว่าจะเลือกทำงานในภาครัฐหรือภาคเอกชน ควรทำหน้าที่อย่างเต็มความสามารถ มีความรับผิดชอบ และมุ่งมั่นต่อเป้าหมาย เพราะความสำเร็จเกิดขึ้นได้จากการลงมือทำอย่างจริงจังและต่อเนื่อง

• รับแรงบันดาลใจจากรุ่นพี่ ตอกย้ำเป้าหมายสู่สายราชการ

ขณะที่นางสาวศุภัชญา ลิ้มไพบูลย์ นักศึกษาชั้นปีที่ 1 คณะรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ กล่าวว่า การเข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้ทำให้ได้รับทั้งความรู้และมุมมองเกี่ยวกับเส้นทางอาชีพ โดยช่วงเช้าได้เรียนรู้เนื้อหาใหม่จากคณาจารย์ ส่วนช่วงบ่ายได้ฟังประสบการณ์จากศิษย์เก่าที่กลับมาแนะแนวรุ่นน้อง ทำให้เข้าใจมากขึ้นว่า หลังสำเร็จการศึกษาสามารถประกอบอาชีพใดได้บ้าง และควรเตรียมตัวอย่างไรตั้งแต่ยังเรียนอยู่

“รู้สึกประทับใจและได้รับแรงบันดาลใจจากรุ่นพี่ที่ทำงานในตำแหน่งปลัดอำเภอ เพราะเป็นสายงานที่ตรงกับความตั้งใจของตนเองซึ่งต้องการรับราชการในอนาคต หลังจากนี้จึงตั้งใจเก็บเกี่ยวความรู้ เข้าร่วมกิจกรรมของคณะและมหาวิทยาลัยให้มากขึ้น พร้อมฝึกทักษะการทำงานร่วมกับผู้อื่นและพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง โดยไม่กดดันตัวเองมากเกินไป เนื่องจากมีความสนใจด้านงานราชการและงานของภาคเอกชนอยู่แล้ว และมีบุคคลในครอบครัวทำงานด้านการปกครองท้องถิ่น จึงเป็นแรงผลักดันให้เลือกเรียนด้านรัฐประศาสนศาสตร์” นักศึกษาที่เข้าร่วมกิจกรรม กล่าว