“กระทรวงยุติธรรม ปรับระเบียบเพิ่มกรอบค่าตอบแทนต่อวันของนักจิตวิทยาและนักสังคมสงเคราะห์ สนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ เสริมประสิทธิภาพการคุ้มครองเด็กและเยาวชนในกระบวนการยุติธรรม”
กระทรวงยุติธรรม ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของนักจิตวิทยาหรือนักสังคมสงเคราะห์ที่มีบทบาทสำคัญ ในการให้ความคุ้มครองเด็กและเยาวชนในกระบวนการยุติธรรม การปรับปรุงกรอบอัตราค่าตอบแทนนี้เป็นไปเพื่อให้การปฏิบัติงานของนักจิตวิทยาหรือนักสังคมสงเคราะห์ กระบวนการยุติธรรม และการคุ้มครองสิทธิของเด็กและเยาวชนให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น สำนักงานปลัดกระทรวงยุติธรรมจึงได้พิจารณาทบทวนระเบียบกระทรวงยุติธรรม ว่าด้วยการจ่ายค่าตอบแทนและค่าพาหนะเดินทางแก่นักจิตวิทยาหรือนักสังคมสงเคราะห์ที่เข้าร่วมในการร้องทุกข์ การสอบสวน การไต่สวนมูลฟ้องและการพิจารณา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 12 ทวิ พ.ศ. 2549 ที่บังคับใช้มาเป็นระยะเวลานาน โดยเฉพาะอัตราค่าตอบแทนที่กำหนดไว้ไม่สอดคล้องกับสภาวการณ์ในปัจจุบัน
สำนักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม จึงได้ดำเนินการรวบรวมข้อมูลอัตราค่าตอบแทนกับสหวิชาชีพในกระบวนการยุติธรรมตามกฎ หรือระเบียบที่เกี่ยวข้องที่บังคับใช้อยู่ในปัจจุบัน รวมทั้งข้อมูลเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ที่ได้จากการสอบถามนักจิตวิทยาหรือนักสังคมสงเคราะห์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา และข้อมูลจากสำนักงานศาลยุติธรรมและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในฐานะเป็นหน่วยงานปฏิบัติงานซึ่งมีหน้าที่ในการเบิกจ่ายค่าตอบแทนให้แก่นักจิตวิทยา หรือนักสังคมสงเคราะห์ เพื่อนำมาประกอบการพิจารณาปรับปรุงกรอบค่าตอบแทนให้กับนักจิตวิทยาหรือนักสังคมสงเคราะห์ ซึ่งระเบียบกระทรวงยุติธรรมว่าด้วยการจ่ายค่าตอบแทนและค่าพาหนะเดินทางแก่นักจิตวิทยาหรือนักสังคมสงเคราะห์ที่เข้าร่วมในการร้องทุกข์ การสอบสวน การไต่สวนมูลฟ้องและการพิจารณา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 12 ทวิ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2569 ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2569 และมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 14 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป โดยมีสาระสำคัญในการปรับปรุงค่าตอบแทนในอัตราคนละครั้งละ 500 บาท โดยให้เบิกจ่ายไม่เกินคนละ 2 ครั้งต่อวัน
ทั้งนี้ การปรับปรุงกรอบค่าตอบแทนต่อวัน ในครั้งนี้จะช่วยสนับสนุนให้นักจิตวิทยาและนักสังคมสงเคราะห์สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเหมาะสมและต่อเนื่อง ส่งผลให้เด็กและเยาวชนที่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมได้รับการดูแลจากผู้เชี่ยวชาญอย่างมีประสิทธิภาพ ลดผลกระทบทางด้านจิตใจ และได้รับการคุ้มครองสิทธิตามกฎหมายอย่างเหมาะสม อันเป็นการยกระดับกระบวนการยุติธรรมให้คำนึงถึงประชาชนและผู้ที่อยู่ในภาวะเปราะบางมากยิ่งขึ้น โดยประชาชน ที่ได้รับความเดือดร้อนหรือไม่ได้รับความเป็นธรรม สามารถติดต่อขอรับคำปรึกษาและความช่วยเหลือได้ที่กระทรวงยุติธรรม หรือสำนักงานยุติธรรมจังหวัดใกล้บ้าน หรือติดต่อสายด่วนกระทรวงยุติธรรม โทร 1111 กด 77 โทรฟรี ตลอด 24 ชั่วโมง








