หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ กองเรือยุทธการ (หน่วยซีล) ร่วมกับ สิงห์อาสา โดยมูลนิธิพระยาภิรมย์ภักดี และ บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัดเดินหน้าจัดโครงการ “อบรมหลักสูตรกู้ภัยทางน้ำ ประจำปี 2569” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 8 ระหว่างวันที่ 9 - 13 กรกฎาคม 2569 ที่ศูนย์การฝึกสงครามพิเศษทางเรือ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ถ่ายทอดทักษะกู้ภัยทางน้ำขั้นสูงให้เครือข่ายอาสาสมัครกู้ภัยสิงห์อาสาทั่วประเทศ เพื่อสร้างทีมกู้ภัยที่มีศักยภาพ พร้อมเข้าช่วยเหลือประชาชนในสถานการณ์ภัยพิบัติทางน้ำที่ซับซ้อนอย่างทันท่วงทีและปลอดภัย
พล.ร.ต.บรรพต นิธิณัฐอาภาศิริ ผู้บัญชาการ หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ กองเรือยุทธการ กล่าวว่า “โครงการนี้จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 8 ภายใต้ความร่วมมือกับสิงห์อาสา ซึ่งมีเครือข่ายกู้ภัยที่ลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยและอุบัติเหตุทางน้ำมาโดยตลอด หลักสูตรนี้จึงมุ่งเน้นการมอบองค์ความรู้ที่ถูกต้องเพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ปฏิบัติงานจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับหลักสูตรขั้นสูงในปีนี้ ได้มีการเพิ่มทักษะความปลอดภัยในการปฏิบัติงานใต้น้ำที่ระดับความลึกไม่เกิน 90 ฟุต โดยหวังเป็นอย่างยิ่งว่าความรู้เหล่านี้จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการกู้ภัย ทั้งต่อตัวเจ้าหน้าที่เองและผู้ประสบภัย"
ด้าน คุณรวินทร์ ชมพูนุชธานินทร์ ผู้อำนวยการกลุ่มประชาสัมพันธ์ บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด เผยว่า “ความร่วมมือตลอด 8 ปีที่ผ่านมา เป้าหมายสำคัญคือการเสริมทักษะให้หน่วยกู้ภัยทั่วประเทศมีความพร้อมรับมือสถานการณ์จริง โดยเฉพาะภารกิจทางน้ำที่มีความเสี่ยงสูง ทุกนาทีคือชีวิตของผู้ประสบภัย สิงห์อาสาจึงเดินหน้าสนับสนุนการฝึกอบรมที่ช่วยเพิ่มความพร้อมให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยสามารถปฏิบัติภารกิจได้อย่างมั่นใจ พร้อมช่วยเหลือประชาชนได้อย่างปลอดภัย พาทุกชีวิตกลับไปหาครอบครัวได้อีกครั้ง ในขณะเดียวกัน ผู้ปฏิบัติงานเองก็ต้องปลอดภัยเช่นกัน”
สำหรับไฮไลต์การฝึกหลักสูตรกู้ภัยทางน้ำ ประจำปี 2569 ประกอบด้วย การทดสอบในห้องแรงดันบรรยากาศสูง เพื่อเตรียมความพร้อมของร่างกายก่อนปฏิบัติภารกิจใต้น้ำ, การฝึกดำน้ำลึกในทะเลจริงที่ระดับความลึกไม่เกิน 90 ฟุต, การฝึกดำน้ำค้นหาในเวลากลางคืน ซึ่งเป็นหนึ่งในภารกิจที่มีความยากและอันตรายสูง รวมถึงการฝึกกู้วัตถุใต้น้ำ และการวางแผนช่วยเหลือในสถานการณ์จำลองที่ซับซ้อน โครงการนี้มุ่งหวังให้เครือข่ายอาสาสมัครกู้ภัยสิงห์อาสาที่ผ่านการอบรม สามารถเป็นกำลังสำคัญในการปกป้องและรักษาชีวิตของประชาชนทั่วประเทศ โดยนำความรู้และทักษะที่ได้รับไปถ่ายทอดต่อให้กับเครือข่ายในพื้นที่ เพื่อเพิ่มความพร้อมในการรับมือเหตุฉุกเฉินทางน้ำได้อย่างทันท่วงทีและปลอดภัย








