“น้ำหวาน–ณพวงศ์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา” ผู้ก่อตั้งและกรรมการ บริษัท วงศ์กุลศรา เอสเตท จำกัด ผู้พัฒนาและบริหารธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โครงการ Bambini Villa และ Galeri 24 และยังเป็นกรรมการบริษัท อรรถกระวี จำกัด ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของครอบครัว ทำหน้าที่รับผิดชอบโครงการพัฒนาที่ดินและบริหารทรัพย์สินประเภทอาคารสำนักงานให้เช่าและศูนย์การค้า เป็นนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่นำไลฟ์สไตล์และบทบาทของความเป็นแม่ มาเป็นแนวคิดในการพัฒนาและบริหารโครงการคอมมูนิตี้มอลล์สำหรับครอบครัวและเด็ก ทั้งโครงการ “แบมบีนี่ วิลล่า” (Bambini Villa) และโครงการล่าสุด “แกเลอริ 24” (Galeri 24) บนสุขุมวิท 24 โดยการเป็นแม่ทำให้เธอมองข้ามเพียงเรื่องฟังก์ชันหรือขนาดพื้นที่ สู่การให้ความสำคัญกับ “ความรู้สึก” ของผู้ใช้งานจริง หรือการออกแบบจาก “ตารางเมตร” ไปสู่ “ประสบการณ์” ของคนที่เข้ามาใช้พื้นที่ แนวคิดนี้จึงนำไปสู่การสร้าง “พื้นที่แห่งความสบายใจ” ที่ผู้คนอยากใช้เวลาอยู่ ไม่ใช่เพียงแค่เข้ามาแล้วจากไป และถูกถ่ายทอดผ่าน Galeri 24 ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Canvas Building” พัฒนาอาคารให้ทำหน้าที่เป็นสื่อกลาง สำหรับการจัดแสดงงานศิลปะและข้อความสร้างแรงบันดาลใจ โดยมีการหมุนเวียนผลงานอย่างสม่ำเสมอ เพื่อสร้างความเคลื่อนไหวให้พื้นที่ และดึงดูดการมีส่วนร่วมของผู้คนในทุกช่วงเวลา โดยแนวคิดดังกล่าวยังถูกต่อยอดผ่านการคัดเลือกผู้เช่า (Tenants) อย่างพิถีพิถันใน Galeri 24 อาทิ Tops Daily, Let’s Relax รวมถึงร้านอาหารคุณภาพอย่าง Sol Eatery, El Gaucho และ La Fontana ซึ่งร่วมกันสร้าง Ecosystem ที่ปลอดภัย น่าเชื่อถือ และตอบโจทย์การใช้ชีวิตของครอบครัวและคนในชุมชนอย่างแท้จริง
ความน่าสนใจอีกมุมหนึ่งคือ การเปิดพื้นที่ให้ “ครอบครัว” เข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการสร้างสรรค์จริง โดยเธอเป็นคุณแม่ของลูกชาย 2 คน อายุ 14 และ 11 ปี ซึ่งปัจจุบันกำลังศึกษาอยู่ที่ประเทศอังกฤษ และโดยเฉพาะลูกชายคนโตที่ได้มีส่วนร่วมทั้งในมุมมองของการออกแบบและการตั้งคำถามกับฟังก์ชันของพื้นที่ ซึ่งกลายเป็นอินไซต์เล็กๆ ที่ช่วยต่อยอดไปสู่การคิดรูปแบบโครงการในภาพใหญ่ สะท้อนแนวคิดของการสร้างพื้นที่ที่ไม่ได้เกิดจากมุมมองของผู้พัฒนาเพียงฝ่ายเดียว แต่เติบโตมาจากประสบการณ์และความรู้สึกของคนในครอบครัวอย่างแท้จริง
ในขณะเดียวกัน บทบาทของ Working Mom ยังส่งผลต่อ “วิธีคิดในการพัฒนาโครงการ” อย่างชัดเจน โดยเธอ ให้ความสำคัญกับ “Efficiency of Life” ที่ทุกอย่างควรถูกรวมไว้ในจุดเดียว (One-Stop) และมีการสัญจร (Flow)ที่ไม่ซับซ้อน เพื่อให้ผู้คนสามารถใช้ชีวิตได้อย่างสะดวกและมีเวลาคุณภาพมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการพาลูกมาทำกิจกรรม หรือแวะใช้บริการต่างๆ ในชีวิตประจำวัน ขณะเดียวกัน โครงการยังถูกออกแบบให้เป็นพื้นที่ที่ส่งเสริมความสัมพันธ์ของคนในชุมชน ผ่านกิจกรรมอย่าง Run Club หรือกิจกรรมเพื่อสังคม เช่น จุดรับขยะรีไซเคิล (Drop by to recycle your waste) ภายใต้แนวคิด “For a Good Cause” และการใช้ตัวอาคารเป็นสื่อกลาง (Building as Media) ในการสื่อสารข้อความดีๆ และงานศิลปะสู่ผู้คนในเมือง ซึ่งสะท้อนมุมมองของณพวงศ์ที่เชื่อว่า ความสำเร็จของโครงการไม่ได้วัดจากอัตราการเช่าหรือผลกำไรสูงสุด แต่คือการได้เห็นผู้คนในสุขุมวิท 24 เข้ามาใช้เวลาอย่างมีความสุขจริงๆ
นอกจากนี้ ในการบริหารทั้งบทบาทผู้บริหารและแม่ เธอเลือกใช้แนวคิด “Integration” มากกว่า “Balance” โดยนำความละเอียดอ่อนแบบแม่มาใช้ในการทำงาน และนำความเป็นมืออาชีพไปถ่ายทอดให้กับลูก ทำให้ทุกบทบาทเกื้อหนุนกันอย่างลงตัว ขณะเดียวกัน เธอยังให้ความสำคัญกับการดูแลตัวเอง (Self-Care) ผ่านช่วงเวลาเล็กๆ ของตัวเอง (Me Time) ไม่ว่าจะเป็นการแวะพักผ่อนเพื่อชาร์จพลัง เพื่อให้พร้อมรับมือกับทุกบทบาทในแต่ละวันได้อย่างเต็มที่








