วันที่ 9 สิงหาคม 2569 ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน จัดเวทีกิจกรรม "เจาะลึกหลักฐาน คดีโกง สว. ภาค 4 ใบสั่ง เส้นเงิน สายสัมพันธ์" โดยมีการเชิญอดีตผู้สมัคร สว. ปี 2567 จำนวน 3 ราย ร่วมเปิดเผยข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับกระบวนการที่ส่อไปในทางทุจริตและการฮั้วเลือก สว. ที่ผ่านมา
นายกฤษณ์ ขำทวี อดีตผู้สมัคร สว. จ.เพชรบุรี และเลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน เปิดเผยข้อสังเกตตั้งแต่เริ่มรับสมัครเมื่อวันที่ 20-24 พฤษภาคม 2567 โดยพบว่าหลังจากกระทรวงสาธารณสุขประกาศว่าอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ไม่ถือเป็นเจ้าหน้าที่รัฐเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม กลุ่ม อสม. ได้แห่มาสมัครเป็นจำนวนมาก
จากการตรวจสอบในกลุ่มที่ 17 ภาคประชาสังคมที่ตนสมัคร พบผู้สมัคร 5 คน เป็น อสม. ถึง 3 คน ซึ่งระบุประสบการณ์ว่าดูแลเด็กและผู้สูงอายุ แต่จากการตรวจสอบพบว่าเพิ่งผ่านการอบรม อสม. เมื่อเดือนมีนาคม 2567 ก่อนมาสมัคร สว. ในเดือนพฤษภาคม จึงตั้งข้อสังเกตว่าขาดคุณสมบัติด้านประสบการณ์ 10 ปี
นอกจากนี้ยังพบความผิดปกติกรณีคู่สมรส บุพการี และบุตร สมัครในคราวเดียวกัน ซึ่งตนได้ร้องเรียนต่อ กกต. จังหวัดเพชรบุรี เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2567 และแจ้งความที่ สภ.เมืองเพชรบุรี แต่ไม่มีความคืบหน้า ต่อมาได้ยื่นฟ้องต่อศาลจังหวัดเพชรบุรี 7 คดี แม้ศาลอุทธรณ์จะสั่งให้รับพิจารณา แต่สุดท้ายศาลจังหวัดยกฟ้องโดยอ้างว่าผู้สมัครไม่ใช่ผู้เสียหายตาม ป.วิอาญา
ทั้งนี้ กกต. วินิจฉัยว่ากรณีสมัครพร้อมกันผิดเฉพาะคนสมัครลำดับหลัง โดยอ้างคำสั่งศาลฎีกาที่ ลต.สว. 248/2567 ซึ่งตนมองว่าเป็นคนละกรณีกันเนื่องจากคำสั่งดังกล่าวเป็นเรื่องลักษณะต้องห้ามของคู่สมรสที่เป็นนักการเมืองท้องถิ่น ไม่ใช่เรื่องการสมัครในคราวเดียวกัน และเมื่อโต้แย้งไป กกต. ตอบกลับว่าคำวินิจฉัยถือเป็นที่สุดอุทธรณ์ไม่ได้
"ผมเรียนกฎหมายมาถึงปริญญาเอก แต่ผมไม่เข้าใจคำว่าสมัครในคราวเดียวกัน กกต. วินิจฉัยว่าผิดเฉพาะคนสมัครหลัง ทั้งที่มาพร้อมกันมันเหมือนร่วมกันกระทำความผิด ถ้าคนเข้าไปลักทรัพย์พร้อมกัน 3 คน เขาถือว่าเป็นการปล้นทรัพย์" นายกฤษณ์ กล่าว
ด้านนายปัญญา ธาตุวิสัย อดีตผู้สมัคร สว. จ.หนองบัวลำภู เปิดเผยขบวนการจ้างสมัครโดยระบุว่าตนเคยอยู่ในกระบวนการจัดหาคนสมัครผ่านนายคำพอง เค้างิ้ว ซึ่งเป็นหัวหน้างานภาคเกษตร โดยนายคำพองเสนอเงินค่าจ้างสมัครให้คนละ 5,000 บาท และจะให้ตนอีกคนละ 5,000 บาท จากการสืบทราบพบว่ามีนายวรวิทย์ ชัยลิมปมนตรี เป็นผู้ดำเนินการและเป็นเส้นทางเงินให้นายคำพองอีกทอดหนึ่ง โดยมีบุคคลระดับผู้ใหญ่อยู่เบื้องหลัง
ข้อมูลระบุว่านายคำพองได้รับเงินจากนายพันศักดิ์และนายดิชฐ์พิเชษฐ์ครั้งแรก 80,000 บาท ที่ร้านอาหารหน้าโรงพยาบาลจังหวัดหนองบัวลำภู เพื่อจ่ายค่าถ่ายรูป ใบรับรองแพทย์ และค่าพาหนะคนละ 2,000 บาท และต่อมาได้รับเงินจากนายพันศักดิ์อีก 1,070,000 บาท ที่ยูดีทาวน์ จ.อุดรธานี
นอกจากนี้ยังมีหลักฐานการโอนเงินจากนายคำพองมายังตนจำนวนกว่า 30,000 บาท เพื่อนำไปจ่ายให้ผู้สมัครในรอบอำเภอคนละ 3,000 บาท รวมเป็น 5,000 บาทต่อคน ทั้งนี้ยังพบเส้นเงินที่นายคำพองโอนให้นางแต๋ว (สายที่ 4) จำนวน 2 ครั้ง ครั้งละ 40,000 บาท จึงขอเรียกร้องให้ สว.วุฒิชาติ ออกมาชี้แจงว่ามีความเกี่ยวข้องกับขบวนการของนายวรวิทย์ ชัยลิมปมนตรี นายดิชฐ์พิเชษ สุวรรณโพธิ์ และนายคำพอง เค้างิ้วหรือไม่
"หัวหน้าบอกปัญญาหาคนมาลงสมัครให้หน่อย จะให้คนละ 5,000 บาท ผมก็คิดว่าจะเป็นการเข้ามาช่วยภาคเกษตร แต่แล้วมันไม่ใช่ มีคนอยู่ข้างบนที่สั่งการและเป็นเส้นทางเงินมาอีกทีหนึ่ง" นายปัญญา กล่าว
ขณะที่นายมนตรี เฉียบแหลม อดีตผู้สมัคร สว. จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งปัจจุบันได้รับการคุ้มครองสิทธิ์จากกระทรวงยุติธรรมและมีการติดตั้งตู้แดงป้องกันความปลอดภัย ได้นำหลักฐาน "โพยสั่งโหวต" และเส้นเงินสดมาเปิดเผย โดยระบุว่าใน จ.นครศรีธรรมราช มี สว. ที่ถูกเรียกว่า "สว.สีน้ำเงิน" 3 ราย มาจากกลุ่มที่ 5, 6 และ 20 ส่วนอีก 2 รายเป็น สว.อิสระ
จากการสังเกตการณ์พบว่าผู้สมัครกลุ่ม "พลีชีพ" 22 คน จาก 29 คน ไม่เลือกตัวเองแต่เลือกตามโพย ทำให้คนกลุ่มนี้ได้ 0-3 คะแนน ขณะที่บุคคลระดับอดีตรองนายกรัฐมนตรียังสอบตกในรอบเช้า นายมนตรียืนยันว่ามีการนัดแนะกากบาทตามโพยที่โรงแรมธาราแกรนด์ โดยมี "โกเกียรติ" บิดาของรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยคนปัจจุบัน เป็นวิทยากรแนะนำเบอร์ที่จะต้องเลือก ซึ่งผลปรากฏว่าผู้ที่มีรายชื่อในโพย 20 ช่อง ได้เป็น สว. ทั้งหมด 100%
นอกจากนี้ยังแฉเส้นทางเงินสดในวันที่ 24 มิถุนายน ณ โรงแรมอัศวิน ห้อง 706 โดยระบุว่า "นายกน้ำ" หรือนางสาววาริน ชิณวงศ์ ซึ่งขณะนั้นเป็นเลขานุการส่วนตัวในสมัยนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นผู้แจกซองขาวบรรจุเงินสด 20,000 บาท ให้ผู้สมัคร 29 คน รวมเป็นเงิน 580,000 บาท และมีการจ่ายรอบสองอีกคนละ 80,000 บาท ให้กับผู้สมัครที่ยอมพลีชีพ 26 คน ที่โรงแรมใน จ.นครศรีธรรมราช รวมเงินที่จ่ายจริงในส่วนนี้ประมาณ 2,660,000 บาท
นายมนตรีได้ตั้งคำถามถึง สว. 3 ท่าน ได้แก่ นายณัฐกิตติ์ หนูรอด (กลุ่ม 20), นายเตชสิทธิ์ ชูแก้ว (กลุ่ม 6) และนายสมศักดิ์ จันทร์แก้ว (กลุ่ม 5) ว่าได้อยู่ในเหตุการณ์รับซองที่โรงแรมอัศวิน ห้อง 706 พร้อมตนจริงหรือไม่ และร่วมกาโพยที่โรงแรมธาราแกรนด์ตามที่กล่าวอ้างจริงหรือไม่ โดยเฉพาะนายณัฐกิตติ์ที่เคยเป็นผู้สมัคร สส. พรรคภูมิใจไทย
พร้อมวิงวอนให้ กกต. ทั้ง 7 ท่าน ตรวจสอบความถูกต้องเพื่อไม่ให้เกียรติยศชื่อเสียงเสื่อมเสียจากการสนองอำนาจกลุ่มคนบางกลุ่ม และทิ้งท้ายถึงกลุ่ม "สว.สีน้ำเงิน" ว่าอย่าทำตัวเหมือนขี้หมาที่รู้ว่าตัวเองไร้ค่าแต่คิดว่าไม่มีใครกล้าเหยียบ
"ใน 20 ช่องที่เป็นโพยของนครศรีธรรมราชที่เราไปกากันที่โรงแรมธาราแกรนด์ ได้เป็น สว. ทั้งหมดเกลี้ยง 100% ปรบมือให้ท่าน สว. ผู้ทรงเกียรติหน่อยครับ นี่เป็นความบังเอิญหรือความตั้งใจ ทุกคนที่ให้พวกเรากาได้เป็น สว. หมดเลย" นายมนตรี กล่าว








