วันที่ 26 ก.ค.2569 พรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุก ระบุว่า " พรรคประชาชน ไม่ล้ม 30 บาท เราสนับสนุนแก้กฎหมายบัตรทองเพื่อปฏิรูประบบให้ยั่งยืน ปกป้องสิทธิของประชาชน สร้างมาตรฐานที่เท่าเทียมของ 3 กองทุนสุขภาพ เพิ่มเสียงประชาชนและบุคลากรการแพทย์ในบอร์ด สปสช.
ระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า หรือ ‘บัตรทอง’ เป็นระบบที่มีความสำคัญต่อการดูแลสุขภาพของประชาชน ช่วยให้ประชาชนไม่ว่ามีฐานะทางการเงินอย่างไร สามารถเข้าถึงบริการทางสาธารณสุขได้อย่างครอบคลุม ถือเป็นความสำเร็จของระบบสาธารณสุขไทยที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันทุกฝ่ายยอมรับร่วมกันว่าระบบบัตรทองของเรากำลังเผชิญความท้าทายหลายประการ ที่หากไม่ริเริ่มแก้ไขตั้งแต่วันนี้ จะส่งผลกระทบในระยะยาวต่อทั้งผู้ให้บริการ เช่น โรงพยาบาล บุคลากรทางการแพทย์ และกระทบต่อผู้รับบริการ ซึ่งคือประชาชน
พรรคประชาชนเห็นว่าการแก้ไขเรื่องนี้ที่ต้นตอมีความจำเป็น เราจึงสนับสนุนการแก้ไขพระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545 หรือกฎหมายบัตรทอง
แก้ไขกฎหมายเพื่อทำให้ระบบมีความยั่งยืนและมีประสิทธิภาพสูงสุด ทั้งในแง่งบประมาณ คุณภาพบริการ และขวัญกำลังใจของคนทำงาน
พรรคประชาชนจะ ‘ไม่เห็นด้วย’ กับร่างกฎหมายที่ทำให้สิทธิประโยชน์ของประชาชนลดลง หรือทำให้ประชาชนมีภาระในการเข้าถึงระบบการดูแลสุขภาพมากขึ้น
โดยสาระสำคัญของการแก้ไขกฎหมายที่เราจะผลักดัน ประกอบด้วย
1. ปรับโครงสร้างของบอร์ด หรือ ‘คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ’ โดยเพิ่มสัดส่วนประชาชนผู้ใช้สิทธิและบุคลากรผู้ให้บริการ เช่น แพทย์ พยาบาล และลดสัดส่วนผู้แทนจากราชการ เพื่อแก้ไขปัญหาบอร์ดนั่งยาวและนั่งวน จนส่งผลให้บอร์ดขาดมุมมองใหม่ๆ ในการตัดสินใจ
2. สนับสนุนการใช้ข้อมูลวิชาการที่มีคุณภาพเพื่อประกอบการตัดสินใจเลือกชุดสิทธิประโยชน์ และปรับอัตราที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) จ่ายให้โรงพยาบาล ให้สะท้อนต้นทุนจริงตามที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน
3. ผลักดันให้เกิดชุดสิทธิประโยชน์หลักที่เป็นมาตรฐานเดียวกันของทั้ง 3 กองทุน นั่นคือ กองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ กองทุนประกันสังคม และสวัสดิการรักษาพยาบาลของข้าราชการ ยุติปรากฏการณ์ ‘โรบินฮูด’ หรือการที่โรงพยาบาลเอาเงินกองทุนอื่นมาชดเชยบัตรทอง
4. เพิ่มงบประมาณและดูแลบุคลากร เติมงบประมาณสำหรับการซื้อชุดสิทธิประโยชน์หลักให้เพียงพอต่อทั้งผู้ป่วยและบุคลากร จ่ายค่าตอบแทนคนทำงานอย่างเป็นธรรม เพื่อให้ทำงานได้ยาวๆ ลดภาวะสมองไหลหรือการลาออกจากระบบ
5. หาแหล่งเงินเพิ่มจากผู้ที่มีความสามารถในการจ่ายชุดสิทธิประโยชน์เสริม เช่น ผลักดันให้นายจ้างร่วมจ่ายเป็นสวัสดิการของลูกจ้าง เปิดช่องให้ประชาชนที่มีประกันสุขภาพเอกชนใช้ประกันของตัวเองจ่ายในส่วนนี้ได้ ส่วนผู้ที่ไม่มีนายจ้างและไม่มีประกันเอกชน เช่น แรงงานนอกระบบ เกษตรกร ให้รัฐร่วมจ่าย ประชาชนจะได้ไม่ต้องจ่ายเองทั้งหมด โดยหลักเกณฑ์ให้ขึ้นกับการตัดสินใจของบอร์ด
6. ยกระดับบริการสุขภาพปฐมภูมิ ลงทุนกับการจัดบริการสุขภาพปฐมภูมิทั้งที่ชุมชนและที่ทำงาน เพิ่มประสิทธิภาพการสร้างเสริมสุขภาพ การรักษาที่หน่วยปฐมภูมิ และส่งรักษาต่ออย่างแม่นยำ
สำหรับกระบวนการในการปรับแก้กฎหมาย พรรคประชาชนจะพิจารณาข้อเสนอต่างๆ รวมถึงร่าง พ.ร.บ. ของฝ่ายรัฐบาล ก่อนมีมติพรรคว่าจะดำเนินการอย่างไร ทั้งนี้ เราพร้อมรับฟังข้อเสนอแนะตลอดจนข้อกังวลจากทุกฝ่าย และยินดีทำงานร่วมกันเพื่อให้การปฏิรูประบบประกันสุขภาพถ้วนหน้าเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน
พรรคประชาชนยืนยันว่าเราจะ ‘ไม่เห็นด้วย’ กับร่างกฎหมายที่ทำให้สิทธิประโยชน์ของประชาชนลดลง หรือทำให้ประชาชนมีภาระในการเข้าถึงระบบการดูแลสุขภาพมากขึ้น และพรรคจะมุ่งผลักดันให้คณะกรรมการ สปสช. มีสัดส่วนของภาคประชาชนและผู้ให้บริการมากขึ้น ทั้งหมดนี้เพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย ‘คนไข้ - บุคลากรการแพทย์ - โรงพยาบาล’ อยู่รอดและอยู่ได้ไปด้วยกัน








