วันที่ 22 กรกฎาคม 2569 ที่ห้องประชุม 5501 กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย รักษาราชการแทน อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เป็นประธานการประชุมกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ครั้งที่ 11/2569 พร้อมด้วย นายศิริพันธ์ ศรีกงพลี นายบุญประสงศ์ นวลสายย์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ผู้บริหารหน่วยงานในสังกัด สถ. ท้องถิ่นจังหวัด ท้องถิ่นอำเภอ และบุคลากร สถ. เข้าร่วมประชุมผ่านระบบออนไลน์
นายนิรัตน์ กล่าวว่า ตนมาทำงานกับทุกท่านในวันนี้ต้องบอกก่อนว่าเป็นการมา “ร่วมทุกข์” ร่วมกันแก้ไขปัญหา เพื่อร่วมกันนำพาองค์กรก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบาก มิใช่เพื่อสร้างความหวาดระแวงหรือเปลี่ยนแปลงบุคลากร การเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ในครั้งนี้ผมจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุดและขอให้ทุกท่านทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุดด้วยเช่นกัน
พวกเราเป็นข้าราชการต้องทำงานเพื่อแผ่นดิน โดยกำชับอย่างเด็ดขาดไม่ให้มีการนำตำแหน่งหน้าที่หรือชื่อของผู้บริหารไปแอบอ้างเรียกรับผลประโยชน์ในทุกกรณี พร้อมย้ำว่าการสอบคัดเลือกบุคลากร โดยเฉพาะการสอบสายบริหารที่จะมีขึ้นในวันที่ 26 กรกฎาคม 2569 จะต้องเป็นไปด้วยความโปร่งใส สุจริต และตรวจสอบได้ ห้ามมีการซื้อขายตำแหน่ง การวิ่งเต้น หรือการส่งรายชื่อแทรกแซงกระบวนการสอบโดยเด็ดขาด
ขอให้ทบทวนมาตรการป้องกันการทุจริตในกระบวนการสอบอย่างรัดกุม โดยประสานความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ในฐานะผู้ดำเนินการจัดสอบ เพื่ออุดช่องโหว่ที่อาจเกิดขึ้น และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่สังคมว่าการสอบของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจะดำเนินการด้วยมาตรฐานสูงสุด พร้อมเตือนเจ้าหน้าที่ทุกคนว่าการกระทำที่ไม่ถูกต้องในปัจจุบันสามารถถูกตรวจสอบและเปิดเผยได้ทุกเวลา จึงต้องยึดมั่นในความซื่อสัตย์สุจริตอย่างเคร่งครัด
”กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เป็นหน่วยงานหลักในการส่งเสริม สนับสนุน และให้คำปรึกษาและแนะนำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้ความเข้มแข็งและการบริหารจัดการที่ดีเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน อีกทั้งยังเป็นหน่วยงานสำคัญที่จะนำนโยบายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารงานท้องถิ่น จากรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทยไปสู่การปฏิบัติเพื่อก่อให้เกิดผล อย่างเป็นรูปธรรม ขอให้ทุกท่านช่วยส่งเสริม สนับสนุน การทำงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างราบรื่น เพื่อร่วมกันสร้างกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นให้เป็นองค์กรที่โปร่งใส และได้รับความเชื่อมั่นจากประชาชนอีกครั้ง“ นายนิรัตน์ กล่าว








