"กลุ่ม สว.สำรอง" จับมือผู้ตรวจการเลือกตั้ง ยื่นคลิป-หลักฐานวิทยาศาสตร์มัด "กกต.-แสวง บุญมี" ส่อละเว้นปฏิบัติหน้าที่ ปล่อยโกงเลือก สว. แฉตั้งอนุกรรมการชุดพิเศษหวังคว่ำคดีช่วยพวกพ้อง ด้าน "ไอติม พริษฐ์" กาง 4 คำถามจี้พิรุธ ตอกย้ำผลประโยชน์ทับซ้อน กกต. 4 ใน 7 คน นั่งตำแหน่งได้เพราะ สว.ชุดนี้รับรอง
วันที่ 9 มิ.ย.2569 เวลา 11.30 น. ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) รับยื่นหนังสือร้องเรียนจาก นายอัครวัฒน์ พงศ์ธนาชลิตกุล สว.กลุ่มสำรอง และ พ.ต.อ.มนัส นครศรี ผู้ตรวจการเลือกตั้งประจำจังหวัดสมุทรปราการ เพื่อขอให้ตรวจสอบการทุจริตเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา (สว.) เมื่อเดือนมิถุนายน 2567 หลังพบหลักฐานใหม่ทางวิทยาศาสตร์และคลิปวิดีโอที่ชี้ชัดว่า นายฐิติเชษฐ์ นุชนาฏ กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และ นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ในฐานะผู้รับผิดชอบโดยตรง มีพฤติการณ์ส่อขัดกันแห่งผลประโยชน์และเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
โดยพ.ต.อ.มนัส เปิดเผยพฤติการณ์เชิงลึกในวันเลือก สว. ระดับประเทศ (26 มิ.ย. 2567) ว่า ตนได้รับแจ้งเบาะแสจากผู้สมัคร สว.หญิงรายหนึ่งตั้งแต่เวลา 08.10 น. ว่ามีการจับกุมและจัดทำ "โพยฮั้ว" ในพื้นที่ จึงได้โทรศัพท์แจ้งเบาะแสตรงไปยัง นายแสวง บุญมี ในฐานะผู้อำนวยการเลือก สว. เมื่อเวลา 08.29 น.
"แต่นายแสวงกลับตอบผมว่า 'ปล่อยเขาไปเถอะ เขาเตรียมวางแผนกันมาดีแล้ว' การปกปิดข้อมูลและเมินเฉยเช่นนี้ เท่ากับเป็นการเปิดประตูให้ขบวนการโกง สว. ทำงานสำเร็จจนผ่านรอบแรกในเวลา 09.00 น." พ.ต.อ.มนัส กล่าว
พ.ต.อ.มนัส ยังระบุว่า มีหลักฐานเด็ดจากกล้องวงจรปิด เผยให้เห็นภาพ นายฐิติเชษฐ์ (กรรมการ กกต.) เดินไล่เก็บโพยจากมือผู้สมัคร ซึ่งขัดแย้งกับคำแถลงข่าวของ กกต. เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคมที่ผ่านมาอย่างสิ้นเชิงที่ปฏิเสธว่าไม่มีการใช้โพย ยิ่งไปกว่านั้น การตั้งอนุกรรมการชุดที่ 26 เพื่อไต่สวนในคดีนี้ พบมูลความผิดของกระบวนการโกงเลือก สว. ถึง 229 คน และมี สว. ชุดปัจจุบันเกี่ยวข้องถึง 136 คน แต่ กกต. กลับตั้งอนุกรรมการชุดที่ 36 ซึ่งเป็นกลุ่มพรรคพวกตนเองขึ้นมาซ้อน เพื่อล้มมติเดิมและมีมติ 5 ต่อ 2 ให้ยกคำร้องทั้งหมด พ.ต.อ.มนัส จึงลั่นวาจา "กรณีนี้ถือว่า กกต. เป็นผู้จัดโกงเลือกตั้งเสียเอง"
ด้าน นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ประธานวิปฝ่ายค้าน ยืนยันว่าฝ่ายค้านจะนำข้อมูลทั้งหมดไปดำเนินกระบวนการตรวจสอบทันที พร้อมตั้งข้อสังเกต และพบพิรุธ 4 ถามจี้พิรุธไปยัง กกต. คือ 1.หาก กกต. เป่าคดีฮั้วสว.จริง มีประเด็นที่เป็นข้อเท็จจริงที่แตกต่างจากการตรวจสอบของอนุกรรมการ ชุดที่26 หรือไม่ 2.เหตุผลที่ กกต. ตั้งอนุกรมการ ชุดที่ 36 เพื่อตรวจสอบการไต่สวนของคณะอนุกรรมการ ชุดที่26 นั้นเพื่อต้องการฟอกขาว บุคคลที่ถูกกล่าวหาทั้ง 226 คนในคดีฮั้วสว.หรือไม่
นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า 3.มีประเด็นต่างตอบแทนหรือไม่ เพราะ กกต. จำนวน4 คนจาก 7 คนในปัจจุบันพบว่าาจากการรับรองโดย สว.ที่ตกเป็นผู้ถูกกล่าวหาและถูกตรวจสอบในคดีฮั้วสว. ซึ่งถือว่ามีผลประโยชน์ทับซ้อนของการได้รับตำแหน่งผ่านเงื่อนไขช่วยน้ำเงินด้วย และ 4.มีการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือตรวจสอบกรณีฮั้วสว.หรือไม่ เพราะที่ผ่านมามีการยื่นหลักฐาน แสดงว่ามีโพยเลือก แต่ กกต. กลับออกแถลงการณ์ปฏิเสธว่าไม่มีโพย
นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่าเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาวิปฝ่ายค้านได้ตั้งคณะทำงานเพื่อติดตามเรื่องการทุจริตฮั้วสว. โดยเฉพาะดังนั้นจะเดินหน้าตรวจสอบทั้งกลไกของสภาและกลไกภายนอกสภา อย่างไรก็ดีในกลไกของสภาฯ นั้นคณะกรรมาธิการ (กมธ.) กิจการศาล องค์กรอิสะ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุนสภาฯ ได้ติดตามและเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาได้ใช้มติออกคำสั่งเรียกให้ กกต. เข้าชี้แจงในวันที่ 11มิ.ย.นี้ แต่ล่าสุดได้รับแจ้งว่า กกต. ไม่สามารถมาชี้แจงได้ เท่ากับว่าไม่ให้ความร่วมมือตรวจสอบ ดังนั้นที่ประชุม กมธ.ฯ จะหารือร่วมกันอีกครั้งว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป








