พรรคประชาชนเปิดแผลใหญ่แลนด์บริดจ์! "ภคมน หนุนอนันต์" โฆษกพรรคประชาชน รุกฆาตกลางสภาฯ แฉบทเรียนซ้ำรอย EEC กางหลักฐานนายทุนใหญ่กว้านซื้อที่ดินทำเลทอง "ชุมพร-ระนอง" จนชาวบ้านแซะเกือบตั้งชื่ออำเภอตามชื่อนายทุน ติง "พิพัฒน์" ปกป้องผลประโยชน์ตัวเองมากกว่าประชาชน หลังชิ่งเวทีรับฟังความเห็นถี่ พร้อมเปิดโปงกลยุทธ์ "เล่นแร่แปรธาตุ" ซอยย่อยโครงการรถไฟ-มอเตอร์เวย์ หวังลวงให้ชาวบ้านเซ็นอนุมัติภาพรวมแลนด์บริดจ์โดยไม่รู้ตัว
วันที่ 28 พฤษภาคม 2569 เวลา 15.05 น. ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยมี น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 ทำหน้าที่ประธานการประชุม ได้มีการพิจารณาญัตติด่วน ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญเพื่อพิจารณาศึกษาปัญหาการดำเนินการโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่ง เพื่อพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ เชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน หรือ "โครงการแลนด์บริดจ์" โดย น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคประชาชน ได้ขึ้นอภิปรายเสนอญัตติและเปิดเผยข้อมูลเชิงลึกในพื้นที่ โดยยอมรับว่า คนใต้ต้องการเครื่องจักรเศรษฐกิจตัวใหม่จริง แต่ประชาชนจำเป็นต้อง "รู้เท่าทัน" ว่าแท้จริงแล้ว รัฐบาลและกลุ่มทุนต้องการอะไรจากโครงการนี้กันแน่ สิ่งที่รัฐบาลไม่เคยพูดให้ชัดเจนกับประชาชน คือเบื้องหลังโครงการแลนด์บริดจ์ จำเป็นต้องมีการออกกฎหมายพิเศษ คือ พ.ร.บ. ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ (Southern Economic Corridor หรือ SEC) กฎหมายฉบับนี้จะแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่งที่มีอำนาจแบบ "รัฐเหนือรัฐ" สามารถอนุมัติ อนุญาต และยกเว้นกฎหมายปกติได้อย่างน้อย 16 ฉบับ ที่สำคัญคือสามารถเปิดทางให้อนุมัติสัมปทานที่ดินให้กับกลุ่มทุนต่างชาติได้ยาวนานถึง 99 ปี (จากสัญญาแรก 50 ปี และสามารถแก้ไขต่อสัญญาเพิ่มได้อีก 49 ปี) รวมถึงเปิดทางให้แรงงานข้ามชาติเข้ามาประกอบอาชีพที่เคยสงวนไว้ให้คนไทย
"เม็ดเงินจีดีพีอาจจะพุ่งสูงขึ้นให้รัฐบาลเคลมเป็นผลงาน แต่คำถามคือ เงินจริงๆ เข้ากระเป๋าใคร? ประชาชนในพื้นที่กำลังจะถูกผลักให้เป็นพลเมืองชั้นสอง เหมือนกับความล้มเหลวที่เคยเกิดขึ้นในโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) มาแล้ว" น.ส.ภคมน กล่าว
โฆษกพรรคประชาชน เปิดเผยข้อมูลเดือดถึงกรณีที่มีกระแสข่าวนายทุนกว้านซื้อที่ดินในจังหวัดชุมพรและระนองอย่างหนัก โดยระบุว่า นายทุนเจ้านี้เดินเกมคำนวณล่วงหน้าอย่างแม่นยำ กว้านซื้อที่ดินที่ห่างจากเขตเวนคืนเพียง 200 เมตร โดยไม่สนว่าจะมีโฉนดหรือไม่ เพราะอ้างว่าสามารถเคลียร์กับหน่วยงานรัฐเพื่อออกโฉนดทีหลังได้ จุดสำคัญคือ "พื้นที่แหลมริ่ว" ซึ่งเป็นพื้นที่หลังท่าเรือที่จะถูกเปลี่ยนเป็นเขตอุตสาหกรรมมูลค่าสูง ปัจจุบันถูกกว้านซื้อไปแล้วทั้งลูก ตั้งแต่หน้าหาด ขึ้นภูเขา ทะลุออกถนนใหญ่ จนประชาชนในพื้นที่พากันแซะว่า "แทบจะเปลี่ยนชื่ออำเภอเป็นชื่อนายทุนรายนี้ได้แล้ว"
"ชาวบ้านบางคนไม่อยากขายแต่ถูกบีบ พอขายเสร็จนายทุนก็ให้เช่าที่ดินทำกินเดิมของตัวเองต่อในราคาปีละ 5 หมื่นบาท หักลบตั้งแต่วันซื้อขาย เรื่องนี้ฉันเคยเรียกร้องให้ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี ลงไปดูว่านายทุนที่ชาวบ้านเรียกว่าอาม่านั้นคือใคร แต่ท่านกลับเอาบริษัท อาม่า มารีน จำกัด (มหาชน) ของน้องชายท่านมาแถลงปฏิเสธจนคนขำกันทั้งเมือง แทนที่จะสวมหมวกมนตรีปกป้องทรัพยากรชาติ ท่านกลับสวมบทบาทนายทุนปกป้องสมบัติของตัวเอง"
น.ส.ภคมน ยังได้เปิดโปงกลยุทธ์ที่ระบุว่าเป็น "การเล่นแร่แปรธาตุ" ของรัฐบาลในการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็น โดยใช้วิธีต่อจิ๊กซอว์ซอยย่อยโครงการขนาดใหญ่แยกออกจากกัน เพื่อหลีกเลี่ยงคำว่า "แลนด์บริดจ์" ซึ่งเป็นยาขมที่ประชาชนต่อต้าน ยกตัวอย่างเช่น เวทีรับฟังความคิดเห็นเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคมที่ผ่านมา เรื่องการสร้างทางรถไฟชุมพร-ระนอง และโครงการถนนมอเตอร์เวย์ MR8 โดยรัฐบาลหลอกล่อด้วยความฝันของชาวบ้านที่อยากได้ถนน 4 เลน และรถไฟเชื่อมเมือง ให้ชาวบ้านเซ็นชื่อยอมรับโครงการย่อย โดยไม่บอกว่าโครงการเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของแลนด์บริดจ์ในภาพใหญ่ เพื่อให้ได้เอกสารความยินยอมจากชุมชนไปใช้อ้างอิงโดยที่ชาวบ้านไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าผลกระทบที่แท้จริงคืออะไร
พรรคประชาชนเสนอว่า รัฐบาลควรวางผลประโยชน์ทับซ้อนลง แล้วปรับรูปแบบการพัฒนาภาคใต้ให้ประชาชนเป็นศูนย์กลางอย่างยั่งยืน โดยไม่จำเป็นต้องลงทุนมหาศาลตูมเดียวกับแลนด์บริดจ์ แต่สามารถยกระดับเศรษฐกิจภาคใต้ได้ทันทีผ่าน 4 แนวทางหลัก ยกระดับท่าเรือระนองเดิม: พัฒนาให้เป็นประตูการค้าฝั่งอันดามัน เชื่อมโยงสู่เมียนมาและเอเชียใต้ ควบคู่กับการพัฒนาจังหวัดข้างเคียง สร้างท่าเรือสงขลาแห่งใหม่ ดันเป็นศูนย์กลางการขนส่งและโลจิสติกส์ของภาคใต้ตอนล่าง เชื่อมโยงระบบรางสู่มาเลเซีย พัฒนารถไฟรางคู่เชื่อมท่าเรือปีนังกับหาดใหญ่-สงขลา เพื่อขนส่งสินค้าผ่านแดน เปิดใช้ด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่ บูรณาการการขนส่งให้ครบวงจร ทั้งทางเรือ ทางราง และทางถนน
"สุดท้ายอาจมีคนบอกว่าพวกดิฉันทำงานไม่เป็นเพราะไม่เคยบริหาร แต่ถ้าการทำงานเป็น คือการทำให้ผลประโยชน์ของตัวเองและพวกพ้องงอกเงย ดิฉันก็ภูมิใจที่จะยืนเคียงข้างประชาชน หลังจากนี้ หัวหน้าพรรคประชาชนจะขึ้นมาฉายภาพให้เห็นว่า การพัฒนาที่ประชาชนได้ประโยชน์จริงหน้าตาเป็นอย่างไร" น.ส.ภคมน กล่าว








