วันที่ 24 พ.ค.2569 สถานการณ์ชายแดนในพื้นที่โอร์เสม็ด ตรงข้ามช่องจอม จ. สุรินทร์ ซึ่งเป็นพื้นที่ คาสิโนและอาณาจักรสแกมเมอร์ ที่ทหารไทยยึดคืนในส่วนที่เป็นแผ่นดินไทย และยึดพื้นที่ระวังป้องกัน รวมจำนวนหลายพัน ไร่ นั้น
มีรายงานข่าวจาก กองกำลังสุรนารีว่า ในพื้นที่นี้ทหารกัมพูชา ซึ่งถูกส่งมาใหม่ มีการยั่วยุก่อกวน ด้วยการยิงปืน ทุกวันทุกคืน วันละหลายนัด ตลอด1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมา
โดยฝ่ายทหารไทย ก็ได้ยิงเตือน ขึ้นฟ้าไปทุกครั้ง เพื่อเป็นการส่งสัญญาณ ว่าให้หยุดยิง เพราะถือเป็นการยั่วยุและก่อกวน ซึ่งขัดต่อข้อตกลงร่วม JS ในการหยุดยิง แต่ปรากฏว่า ทหารกัมพูชาก็ยังยิงปืนทุกวัน โดยเฉพาะในเวลากลางคืน ซึ่งคาดว่าเป็นการยิงเช็กแนว และเป็นการยิงก่อกวนฝ่ายไทย ดังนั้นทหารไทยจึงต้องมีการยิงเตือนตอบโต้ เพื่อสกัดไม่ให้กำลังทหารกัมพูชารุกคืบเข้ามาใกล้พื้นที่เส้นปฏิบัติการของฝ่ายไทย
โดยการยิงเตือน แค่ 2-3 นัด เท่านั้น ไม่ได้ยิงเตือนคราวละเป็นสิบนัด หรือ 22 นัด เช่นที่พลโทหญิงมาลี โสเจียตา โฆษกกระทรวงกลาโหมกัมพูชา ได้ให้ข่าวกล่าวหา ว่าทหารไทยยิงปืน ถึง 22 นัด ถือเป็นการบิดเบือน เพราะฝ่ายไทยเราเป็นลูกผู้ชายชาติทหาร ถ้ายิงก็ยอมรับว่ายิง ซึ่งเรายืนยันว่าเราได้ยิงเตือน ตอบโต้จริง โดยที่ฝ่ายไทยไม่เคยเป็นฝ่ายเริ่มก่อนเลย แต่ฝ่ายกัมพูชา จะเป็นฝ่ายยิงก่อน ดังนั้นทหารไทยจึงต้องยิงเตือนตอบโต้ เพราะไม่เช่นนั้นทหารกัมพูชาก็จะรุกคืบเข้ามาใกล้เขตแดนของไทย
ทั้งนี้ตั้งข้อสังเกตได้ว่าในพื้นที่นี้ซึ่งเป็นพื้นที่ผลประโยชน์ของจีนเทา กับ บางกลุ่มในการสร้างเมือง สแกมเมอร์ เมื่อทหารไทยเข้ายึด ตั้งแต่การรบรอบที่2. ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมาก็ทำให้ฝ่ายจีนเทาและทหารกัมพูชาที่เสียผลประโยชน์ไม่พอใจอย่างมาก พยายามที่จะก่อกวนในที่นี้








