เดือดจัด! "สามารถ" หวด "ปิยบุตร" ยับ ซัดตัดเสื้อฝรั่งเศสให้คนไทยใส่ แฉแผนโละ "องคมนตรี" มุ่งเปิดทาง "เผด็จการรัฐสภา" คุมเบ็ดเสร็จ!
เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2569 นายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช ได้ออกมาแสดงทัศนะทางการเมืองอย่างดุเดือด เพื่อโต้แย้งแนวคิดของ นายปิยบุตร แสงกนกกุล แกนนำกลุ่มก้าวหน้าและจิตวิญญาณพรรคประชาชน ในประเด็นการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ หมวด 2 ที่มุ่งเน้นการจำกัดพระราชอำนาจและพยายามยกเลิกคณะองคมนตรี โดยระบุว่า
ผมขอโต้แย้งในประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หมวด 2 (โดยเฉพาะเรื่องการยกเลิกคณะองคมนตรี หรือการจำกัดพระราชอำนาจ) ตามหลักวิชาการ รัฐศาสตร์ และบริบทสังคมไทย ส
1. ผมขอแย้งด้วย "บริบททางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมไทย" สถาบันพระมหากษัตริย์ของไทยมีพัฒนาการเฉพาะตัว ไม่สามารถนำโมเดลทฤษฎีของต่างประเทศ (เช่น ฝรั่งเศส) มาตัดเสื้อสำเร็จรูปให้สังคมไทยใส่ได้ การที่พยายามนำเอาตำรากฎหมายรัฐธรรมนูญของยุโรปหรือฝรั่งเศสมาครอบทับประเทศไทย โดยไม่คำนึงถึงรากเหง้าทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และจิตวิญญาณของคนในชาติ เป็นการมองโครงสร้างการเมืองแบบแยกส่วน สถาบันพระมหากษัตริย์ไทยนั้นมีบทบาทในการเป็นศูนย์รวมจิตใจและสร้างความมั่นคงให้ชาติในยามวิกฤต ซึ่งเป็นอัตลักษณ์เฉพาะที่ตำราจากตะวันตกไม่มีวันเข้าใจ"
ส่วนประเด็นองคมนตรี: "คณะองคมนตรีนั้นไม่ใช่สถาบันการเมืองที่ใช้อำนาจบริหารหารือร่วมกับสภา แต่มีหน้าที่ถวายความเห็นตามพระราชอัธยาศัยและช่วยกลั่นกรองพระราชกรณียกิจด้านสังคม สาธารณสุข และการศึกษา ซึ่งไม่เกี่ยวกับการเมือง การอ้างว่าต้องมาจากเลือกตั้งจึงเป็นการบิดเบือนหน้าที่หลักขององคมนตรี"
และ "หลักการคานและดุลอำนาจ" (Checks and Balances) การให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นที่ปรึกษาเพียงกลุ่มเดียวตามที่นายปิยบุตรเสนอ อาจนำไปสู่ "เผด็จการรัฐสภา" หรือการใช้อำนาจตามอำเภอใจของฝ่ายการเมืองเพียงอย่างเดียวได้. ดังนั้นข้อเสนอที่บอกว่าพระมหากษัตริย์ต้องปรึกษาเรื่องต่างๆ ผ่าน ครม. เท่านั้น ในความเป็นจริงอาจกลายเป็นการเปิดช่องให้ 'ฝ่ายการเมืองที่กุมเสียงข้างมาก' เข้ามาครอบงำ บีบอัด หรือใช้สถาบันฯ เป็นเครื่องมือทางการเมืองได้ง่ายขึ้น การมีคณะองคมนตรีที่เป็นผู้ทรงคุณวุฒิและมีความเป็นกลางทางการเมือง จึงช่วยทำหน้าที่เป็น 'กันชน' และกลั่นกรองข้อมูลที่รอบด้าน ไม่ให้สถาบันฯ ต้องลงมาเกือกกลั้วกับผลประโยชน์ของพรรคการเมือง"








