จี้ ทปอ. เลื่อนสอบพื้นที่ประสบภัยภาคใต้ หวั่นสภาพจิตใจเด็กไม่พร้อม ย้ำควรถอดบทเรียนจากโควิด ยัน “สอบพร้อมกันไม่ใช่ความเท่าเทียมแต่เป็นการซ้ำเติมความเหลื่อมล้ำ”
เมื่อวันที่ 29 พ.ย.68 น.ส.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ อดีต รมช.ศึกษาธิการ และรองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความในเอ็กซ์ตั้งคำถามถามต่อ (ทปอ.) ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทยในสถานการณ์ภัยพิบัติ การ “จัดสอบตามปกติ” ไม่ได้หมายถึงความเท่าเทียม แต่คือการซ้ำเติมความเหลื่อมล้ำโดยไม่ตั้งใจ
แม้น้ำจะลดลงในหลายพื้นที่ แต่สภาพแวดล้อมของเด็กจำนวนมากไม่ได้ “กลับสู่ปกติ” ตามปฏิทินสอบของทปอ. ชีวิตที่ต้องเร่งฟื้นฟูบ้านเรือน การสูญเสียทรัพย์สิน การพลัดที่พัก หรือการติดต่อครอบครัวที่ยังไม่เป็นระบบ รวมถึงอาการเครียด–หวาดกลัวหลังภัยพิบัติ (post-disaster stress) ล้วนส่งผลต่อ “สภาพจิตใจและสมาธิ” ของผู้เข้าสอบโดยตรง
การคาดหวังให้นักเรียนที่เพิ่งผ่านคืนอันโหดร้ายจากน้ำท่วมขึ้นห้องสอบในสัปดาห์ถัดไป โดยเชื่อว่าสามารถ “สอบได้เหมือนเดิม” คือการประเมินสถานการณ์ต่ำกว่าความเป็นจริงอย่างร้ายแรง และไม่สะท้อนความเข้าใจต่อบริบทชีวิตของผู้เรียนอย่างแท้จริง
ทปอ. เองมีศักยภาพสูงมากในการออกข้อสอบมาตรฐาน มี data bank จำนวนมาก และมีระบบการจัดสอบที่ยืดหยุ่น การจัด “รอบสอบเฉพาะพื้นที่ภัยพิบัติ” จึงเป็นมาตรการที่สามารถทำได้ทั้งในเชิงเทคนิคและเชิงนโยบาย โดยไม่กระทบความยุติธรรมของรูปแบบข้อสอบ ไม่ทำให้เกิดการรั่วไหล และไม่สร้างความเหลื่อมล้ำเพิ่มเติม
ขออนุญาตยกตัวอย่างประเทศญี่ปุ่น กรณีเกิดแผ่นดินไหว โคลนถล่ม หรือไต้ฝุ่น สนามสอบสามารถ “เลื่อนสอบเฉพาะพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ” ได้ทันที กระทรวงศึกษาธิการจัดเตรียมข้อสอบสำรอง (make-up exam) ซึ่งผ่านกระบวนการเทียบความยากเท่าเทียม (equating) เพื่อให้คะแนนของนักเรียนในพื้นที่ภัยพิบัติ “ไม่เสียเปรียบ” ผู้เข้าสอบพื้นที่อื่น ระบบสอบยังคงความโปร่งใส มาตรฐาน และคงไว้ซึ่งหลักประกันความเท่าเทียมอย่างแท้จริง
เพราะความเท่าเทียม ไม่ได้หมายถึงการทำให้ทุกคน “สอบวันเดียวกัน”
แต่คือการทำให้ทุกคน “พร้อมสอบอย่างเท่าเทียมกัน” ต่างหากค่ะ







