พร้อมพงศ์ ไล่บี้ อนุทิน ผู้บริหาร ขอโทษประชาชนแจงยอดผู้เสียชีวิตน้ำท่วมหาดใหญ่ให้ชัด เร่งเยียวยา พร้อมฟื้นความเชื่อมั่น เสนอ ยกระดับรับมือน้ำท่วม ภัยพิบัติ เป็นวาระแห่งชาติ นำโมเดลยุคยิ่งลักษณ์ ศึกษาปรับใช้ได้ทันที ห่วง กรุงเทพฯ อยู่ในจุดเสี่ยงจมน้ำ แนะรีบวางแผนรับมือ
วันที่ 29 พ.ย.68 นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ อดีตโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า จากสถานการณ์น้ำท่วมใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา และอีกหลายจังหวัดในภาคใต้ เกิดความผิดพลาดจากการบริหาร แจ้งเตือนไม่มีประสิทธิภาพ ประชาชนอพยพไม่ทัน บ้านเรือนประชาชน ข้าวของ ทรัพย์สิน ร้านค้า สถานที่สำคัญๆ เสียหายนับหมื่นล้านบาท เทียบไม่ได้กับ ชีวิตพี่น้องประชาชนที่สูญเสียเป็นจำนวนมาก นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย หลีกหนีความรับผิดชอบไม่พ้น นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี ผู้บริหารรวมถึงหน่วยงานข้าราชการที่รับผิดชอบ เช่น ผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้นำท้องถิ่น ควรจะออกมาแสดงความรับผิดชอบอย่างจริงใจขอโทษประชาชนอย่างเป็นทางการ เหมือนประเทศอารยะ เช่น ญี่ปุ่น เวลาเกิดผลเสียหาย กระทบชีวิตประชาชน ความเดือดร้อนกว้าง ผู้นำจะออกมายืดอกขอโทษยอมรับ ข้อผิดพลาด กับประชาชนทันที
“น้ำท่วมหาดใหญ่ น้ำท่วมภาคใต้ ถึงเวลาแล้วควรยกระดับภัยพิบัติทางธรรมชาติ น้ำท่วม แผ่นดินไหว ดินโคลนถล่ม พายุลมแรง ให้เป็นวาระแห่งชาติ โดยเฉพาะเรื่องน้ำท่วม รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เคยเสนอแนวทางแก้ไขอย่างเต็มรูปแบบ รัฐบาล นักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญ ควรนำข้อเสนอเหล่านั้นมานั่งพิจารณา ลงมือทำได้ทันที วางแนวทางรัฐบาลนี้ไม่ทัน รัฐบาลหน้าก็ต้องมาสานต่อ จะละเลยไม่ได้ ปรับใช้ให้เข้ากับพื้นที่ความเหมาะสม ไม่ใช่แค่หาดใหญ่ ทางใต้ รวมไปถึง พิษณุโลก สุโขทัย นครสวรรค์ สิงห์บุรี อ่างทอง อยุธยา หมดเวลาแล้ว ที่จะให้หลายๆอำเภอเป็นที่พักน้ำ บ้านเรือน เรือกสวนไร่นา ต้องพังทุกปี เราต้องการแบบนี้จริงๆหรือ”นายพร้อมพงศ์กล่าว
นายพร้อมพงศ์กล่าวว่า เท่าที่สัมผัส ชาวบ้านและสังคม เรียกร้องอยากให้เปิดเผย ยอดผู้เสียชีวิตอย่างตรงไปตรงมา เหมือนกับเหตุการณ์สึนามิ สาธารณสุข ได้โพสต์เฟซบุ๊ค ขอถุงบรรจุศพ แต่ต่อมาลบโพสต์ทิ้ง เหมือนปิดอะไรหรือไม่ อย่าทำเหมือนช้างตายทั้งตัว จะเอาใบบัวมาปิดคงไม่มิด ยิ่งทำให้ผู้คนในสังคมสงสัย คนที่ไปอยู่หาดใหญ่ มีทั้งคนในพื้นที่ คนเข้าไปค้าขาย ลงทุน นักท่องเที่ยว คนต่างพื้นที่มาหางานทำ รัฐบาลบอกจะให้เงินเยียวยาผู้เสียชีวิตรายละ 2 ล้านบาท จะกี่ศพ ที่มาจากสาเหตุจากน้ำ ควรสรุปตัวเลขให้ชัด หน่วยงานต้องรายงาน พูดให้ตรงกัน งานของรัฐบาลหลังน้ำลดคงจะมีอีกมาก สายตาคนไทย สายตานานาชาติ จับจ้องมาที่ไทย จะวางแผนแก้ไขอย่างไร เรียกความเชื่อมั่นกลับมา เป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ฝีมือของรัฐบาล
นายพร้อมพงศ์ กล่าวอีกว่า ขณะเดียวกัน กรุงเทพฯ เผชิญภาวะดินทรุดทุกปี พื้นที่อยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเล น้ำทะเลหนุน จากคำเตือนผู้เชี่ยวชาญบอก กรุงเทพ เสี่ยงที่จะจมทะเลในอนาคต จึงจำเป็นอย่างยิ่ง ที่รัฐบาลต้องเร่งวางระบบป้องกันน้ำท่วมในระดับมหานคร ใช้โมเดลจากประเทศที่ประสบความสำเร็จ เช่นญี่ปุ่น เนเธอร์แลนด์ หรือที่ไหน มาใช้ให้หมดสมกับกรุงเทพ ฯปรับให้เหมาะกับภูมิประเทศของไทย แต่ระบบบริหารจัดการ จะวางโครงสร้าง จะทำอย่างไร ควรเร่งลงมือทำเห็นคำเตือนจากผู้เชี่ยวชาญแล้ว น่าเป็นห่วง กรุงเทพฯ หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน จะรุนแรงกว่าหาดใหญ่มาก คนกับน้ำอยู่ร่วมกันได้ แต่ต้องเริ่มทำในวันที่ยังมีเวลา







