วันที่ 24 พฤษภาคม 2569 ที่สมาคมธรรมศาสตร์ (สาทร) นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะทำงานทีม ดร.ม.ล.กรกสิวัฒน์ เกษมศรี แถลงข่าวเปิดตัวผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โดยระบุว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ถือเป็นครั้งสำคัญที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงในรอบหลายปี ทั้งในมิติภาคธุรกิจและภาคสังคม
โดยในเชิงธุรกิจ กรุงเทพฯ ต้องยกระดับเป็นศูนย์กลางการควบคุมกิจการในอาเซียน และอาศัยวิสัยทัศน์ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงทางภูมิรัฐศาสตร์ เพื่อดึงดูดธุรกิจต่างชาติที่เริ่มมองว่าพื้นที่แถบตะวันออกกลางมีความเสี่ยง ให้ย้ายฐานเข้ามาตั้งอยู่ในกรุงเทพฯ แทน
ขณะที่มิติด้านสังคม ผู้ว่าฯ กทม. ต้องดูแลประชาชนกว่า 10 ล้านคน ตั้งแต่เด็กจนถึงผู้สูงอายุ ครอบคลุมทั้งการพัฒนาสุขภาพ การศึกษาที่บ่มเพาะความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ การป้องกันเยาวชนจากยาเสพติด การสร้างสมดุลระหว่างการทำงานและการพักผ่อน ตลอดจนการทำให้ผู้สูงอายุรู้สึกมีคุณค่าด้วยการนำประสบการณ์มาถ่ายทอดสู่สังคม
นายธีระชัย กล่าวว่า หากยังมองบทบาทผู้ว่าฯ กทม. ในกรอบเดิม กทม. จะไม่พร้อมเดินไปข้างหน้า เพราะอำนาจตามกฎหมายของผู้ว่าฯ มีจำกัด ปัญหาหลายอย่างต้องอาศัยการประสานงานกับส่วนราชการอื่น เช่น ปัญหาสายอินเทอร์เน็ตที่เสี่ยงต่อการเกิดเพลิงไหม้ ซึ่งการไฟฟ้าฯ ยังมีรายได้จากค่าพาดสายทำให้การนำลงใต้ดินทำได้ยาก วิธีแก้คือต้องประสานรัฐบาลออกระเบียบบังคับให้พาดสายได้ไม่เกิน 10 เส้น และดึงการไฟฟ้าฯ เข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทเดินท่อใต้ดินเพื่อรักษาผลประโยชน์ให้เท่าเดิม
"การเลือกคนที่จะเข้ามารับตำแหน่งเพื่อเป็นหลักในการทำงานให้พี่น้องประชาชน ผมขออนุญาตยกแนวคิดของ ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์ ที่ท่านเคยแนะนำไว้ว่า การจะเลือกคนนั้นเราจะเลือกคนที่เก่งอย่างเดียวไม่ได้ แต่ต้องเลือกคนที่เป็นทั้งคนเก่งและคนดี ซึ่งจากการที่ผมได้ทำงานการเมืองร่วมกับหม่อมหลวงกรกสิวัฒน์ ได้เห็นทั้งแนวคิด นิสัย และปรัชญาในการทำงาน
ผมจึงมั่นใจว่าท่านคือผู้สมัครที่ดีที่สุดสำหรับตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม. เพราะเราต้องการคนที่มีความรู้หลากหลายและเข้าใจในหลายด้าน ไม่ใช่แค่หมอหรือวิศวกรเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเป็นผู้ประสานสิบทิศที่มีพื้นฐานการทำงานที่พร้อมจะเข้าไปบริหารจัดการปัญหาที่อยู่นอกกรอบอำนาจของ กทม. ได้อย่างแท้จริง" นายธีระชัย กล่าว








