'เจ้าพระยา'กระตุกให้คิดใครจุดชนวนความรุนแรง ชี้ภาพประวัติศาสตร์ย้ำสถาบันเป็นเสาหลัก
สยามรัฐ ยึดมั่นอุดมการณ์ปกป้องเทิดทูนสถาบันชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ยืนหยัดรับใช้สังคมด้วยจิตสำนึกแห่งความรับผิดชอบ...*...
ภาพผู้นำชาติมหาอำนาจ และเขตเศรษฐกิจต่างๆ เข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระราชินี เป็นการตอกย้ำให้บรรดาม็อบ 3 นิ้วพึงสำเหนียกว่านานาชาติต่างล้วนตระหนักถึงความสำคัญของสถาบันพระมหากษัตริย์ที่ไม่เพียงเป็นเสาหลักของประเทศไทยเท่านั้น หากยังเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนไทยที่เป็นไทยแท้ๆทั้งสายเลือด และวิญญาณอีกด้วย...*...
สำหรับเหตุปะทะระหว่างม็อบต้านเอเปคที่แกนนำผู้ชุมนุมล้วนแต่หน้าเดิมๆกับเจ้าหน้าที่ตำรวจจนได้รับบาดเจ็บระนาวทั้งสองฝ่ายนั้น “เจ้าพระยา” ว่าก่อนนักวิชาการและพรรคการเมืองในฟากฝั่งฝ่ายค้าน-ฝ่ายแค้นจะชี้นิ้วซัดเจ้าหน้าที่ตำรวจทำรุนแรงเกินกว่าเหตุ น่าลองเปิดใจให้กว้าง ย้อนกลับไปดูที่มาที่ไป กระทั่งทำให้เกิดการเผชิญหน้ากันระหว่างม็อบกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ฝ่ายไหนใครกันที่เป็นผู้จุดชนวนยั่วยุ...*...
จริงอยู่ การชุมนุมตามระบอบประชาธิปไตยเป็นสิทธิเสรีภาพที่สามารถทำได้ แต่ก็ต้องอยู่ภายใต้กรอบกฎหมายมิใช่หรือ มีที่ไหนในโลกที่สามารถอ้างประชาธิปไตย เพื่อปกป้องการทำผิดกฎหมายได้บ้าง...*...
ส่วนแกนนำม็อบถ้าบริสุทธิ์ใจ ไม่อยากเห็นผู้ร่วมชุมนุมต้องเลือดตกยางออกจริง ตลอดจนนักการเมืองที่กำลังกระเหี้ยนกระหือรือจ้องเล่นงานเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปะทะกับม็อบนั้น ก็ช่วยตอบคำถามตามที่ “ทนายโบว์” นางสาวณัฏฐา มหัทธนา ทวิตตั้งข้อสังเกตไว้ด้วยว่า “ถามว่าคนสติปัญญาปกติจะรู้หรือไม่ว่าการพยายามเคลื่อนมวลชนที่โกรธเข้าไปในพื้นที่ควบคุมความปลอดภัยผู้นำโลกระดับสูงสุด อาจจะเกิดอะไรขึ้นได้บ้าง และเมื่อคาดการณ์ได้แล้วยังวางแผนและยืนยันที่จะทำแบบนั้น จะมีคำอธิบายอะไรได้ ถ้าไม่ใช่การเห็นมวลชนเป็นเบี้ย เดินหมากไปเพื่อให้ได้ภาพที่ต้องการ ปัญหาในการปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่เป็นเรื่องที่ตั้งคำถามได้ และดำเนินกระบวนการเอาผิดได้หากทำผิด แต่นักการเมืองที่ให้ท้ายความเคลื่อนไหวนี้มาแต่ต้นจะตีเนียนไม่พูดถึงปัญหาการจัดการเคลื่อนไหวเลยไม่ได้ รัฐบาลมีหน้าที่ดูแลการจัดประชุมให้เรียบร้อยราบรื่น ปล่อยผู้ชุมนุมเข้าไปไม่ได้ และเมื่อมีการฝืนกติกากัน ก็มีความเสี่ยงที่จะเกิดความเสียหายทั้งจากผู้ชุมนุมและจากเจ้าหน้าที่ และเป็นความเสี่ยงที่หลีกเลี่ยงได้แต่ต้น เมื่อไม่เลี่ยง ก็ต้องถูกตั้งคำถามได้เช่นกันว่าเจตนาคืออะไร แล้วเจตนาของพรรคการเมืองที่เกี่ยวข้องคืออะไร” ...*...
ที่มา:เจ้าพระยา (24/11/65)