ศาลฯมีมติเอกฉันท์สูตรปาร์ตี้ลิสต์ไม่ขัดรธน.แย้มโผครม.ชุดใหม่
ศาลฯมีมติเอกฉันท์สูตรปาร์ตี้ลิสต์ไม่ขัดรธน.แย้มโผครม.ชุดใหม่ พปชร.ฟอร์มตั้งรบ."ป้อม-ป๊อก-สมคิด"ยังนั่งตำแหน่งเดิม"อนค."ขู่ฟ้องกกต.
ศาลรธน.มีมติเอกฉันท์ ชี้ขาดสูตรคำนวณส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ มาตรา128 ของพ.ร.ป.ส.ส.ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 91 ด้าน"ปิยบุตร" เดินหน้าลุยยื่นหนังสือ "กกต."ขอทบทวนสูตรคำนวณส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ ลั่นมีแค่ 16 พรรคได้รับจัดสรร ขู่ถ้าเสียหายเจอฟ้องแน่ "ภท."ชี้มติศาลรธน.คลายปมการเมือง "เศรษฐพงค์" วอน"นักการเมือง-พรรคการเมือง"ร่วมกันเดินหน้าทำงานเพื่อบ้านเมือง-ปชช. เผย "อนุทิน"เตรียมนำทีมส.ส.รายงานตัว 16 พ.ค.นี้ ด้าน"วราวุธ" อุบชทพ.ร่วมรบ. "พปชร.-พท."หวั่นคะแนนปริ่มน้ำทำบ้านเมืองขัดแย้ง ส่วน"ถาวร" ยันเห็นด้วยร่วมรบ."พปชร." ขณะที่"อุตตม" มั่นใจ "พปชร."เป็นแกนนำตั้งรัฐบาลได้แน่ ระบุยังไม่เคาะตำแหน่งในครม. รอคุยพรรคร่วมก่อน แนะให้โอกาส ส.ว.ทำหน้าที่เลือกนายกฯ อย่าตีกัน เข้าข้างฝ่ายไหน "สภาฯ"คึกคัก ส.ส.ใหม่รายงานตัววันแรก "เลขาวุฒิ" เผยไร้เงา"สนช."ยื่นลาออก ขณะที่"สุวพันธุ์" ยื่นลาออกรมต.นั่งส.ว. เมินเสียงวิจารณ์เป็นองครักษ์พิทักษ์ "บิ๊กตู่"
เมื่อวันที่ 8 พ.ค.62 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์ วินิจฉัยว่า พ.ร.ป. ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.มาตรา 128 ไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 91 จึงไม่มีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ เนื่องจากมาตรา 128 เป็นบทบัญญัติที่มีหลักการเกี่ยวกับการกําหนดหลักเกณฑ์ และวิธีการคำนวณ และคิดอัตราส่วนของ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ เพื่อให้ได้ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อจำนวน 150 คน ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 83 วรรค 1 (2 ) แม้บทบัญญัติพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 128 มีการบัญญัติรายละเอียดเพิ่มเติมจากรัฐธรรมนูญมาตรา 91 แต่เป็นเพียงการกำหนดรายละเอียดหลักการ และ วิธีการคำนวณคิดอัตราส่วน เพื่อให้ได้ ส.ส. บัญชีรายชื่อครบจำนวน ตามที่รัฐ ธรรมนูญกำหนด จึงไม่มีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ
ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ เข้ายื่นหนังสือถึงกกต.เรื่องสูตรคำนวณ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ว่า หลังจากรับฟังคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งศาลไม่ได้วินิจฉัยเรื่องสูตรการคำนวณส.ส.บัญชีรายชื่อ แต่วินิจฉัยว่ามาตรา 128 ของพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.ไม่ขัดกับมาตรา 91 ของรัฐธรรมนูญ เท่านั้น ดังนั้น กกต.สามารถนำฐานของกฎหมายทั้ง 2 มาตรา มาคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อได้ การคำนวณสูตร ต้องเป็นไปตามมาตรา 91 คือ ห้ามเกินส.ส.พึงมี แต่ละพรรคจะนำคะแนนที่ต่ำกว่า 71,0 00 คะแนนมาคำนวณไม่ได้ ดังนั้นถ้าคำนวณสูตรบัญชีรายชื่อ ตามรัฐธรรมนูญแล้ว จะมีเพียง 16 พรรค ที่ได้รับการจัดสรร ส.ส.ส่วนสูตรที่มี 27 พรรคไม่สามารถใช้ได้ ซึ่งทั้งหมด เป็นอำนาจโดยแท้ของกกต. ที่จะวินิจฉัยเช่นใด ซึ่งหากพรรคการเมืองเสียหายโดยตรง หรือหากมีว่าที่ ส.ส.แล้วไม่ได้เป็น ส.ส. ก็สามารรถอาศัยช่องทางตามกฎหมายฟ้องร้องกกต.ได้
"ถ้าเป็นสูตร กกต. พรรคอนาคตใหม่จะเสียที่นั่งส.ส.ประมาณ 7-8 ที่นั่ง หรือ 6 แสนคะแนน ขณะเดียวกันพรรคอื่นว่าที่ส.ส.ก็หายไปเช่นกันเช่น พรรคพลังประชารัฐ พรรคประชาธิปัตย์ พรรคเสรีรวมไทย หากรวมคะแนนดิบของทุกพรรค จะหายไปเกือบ 1 ล้านคะแนน ส่วนพรรคเล็กได้แค่ 3-6 หมื่นคะแนน ได้ส.ส. นอกจากนี้พรรค ฝ่ายประชาธิปไตยรวมเสียงได้เกิน 251เสียง แต่ถ้าใช้สูตร 27 พรรคพรรคฝ่ายประชาธิปไตยจะเหลือ240 กว่าเสียง"
ขณะที่ พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ โฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า หลังศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยกรณีดังกล่าวถือเป็นการคลายล็อค และแก้ปัญหาทางการเมือง ทำให้สถานการณ์ทางการเมืองที่มีความสับสนได้คลี่คลายลง ส่วนนักการเมือง และพรรคการเมืองทุกพรรค ก็ต้องเคารพในคำวินิจฉัย เพื่อช่วยกันทำงานเพื่อประเทศและ ประชา ชน ทำให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้
"ขณะนี้เราพร้อมเต็มที่ในการทำงานเพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชน ไม่ว่าพรรคได้อยู่ในฝ่ายบริหารหรือไม่ก็ตาม ซึ่งในวันที่ 16 พ.ค.นี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคจะนำว่าที่ส.ส.ทั้งหมด เข้ารายงานตัว"โ
ด้าน นายวราวุธ ศิลปอาชา ส.ส.สุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่า พรรคจะรอกกต.ประกาศรับรอง ส.ส.บัญชีรายชื่อก่อนเข้ารายงานตัวที่สภาฯ พร้อมกัน ในวันที่ 9 พ.ค. ส่วนการตัดสินใจเข้าร่วมตั้งรัฐบาล ขอสงวนท่าทีก่อน เพราะเป็นพรรคเล็ก และต้องพิจารณาในหลายปัจจัย
แหล่งข่าวจากพรรคชาติไทยพัฒนา เปิดเผยว่า ขณะนี้พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.)และพรรคเพื่อไทย(พท.) ได้ต่อสายเจรจากับแกนนำพรรค แต่ทางแกนนำพรรคชาติไทยพัฒนา ยังไม่ตัดสินใจที่ชัดเจน เพราะกังวลต่อการทำ งานการเมืองในอนาคต หากฝั่งที่ตั้งรัฐบาล มีคะแนนเสียงห่างกันไม่เด็ดขาด อาจมีผลกระทบต่อการบริหารราชการแผ่นดิน และเกิดความขัดแย้งที่ทำให้สถานการณ์การเมืองอยู่ในช่วงลำบาก ดังนั้นแกนนำพรรคจึงขอสงวนท่าทีต่อการตัดสินใจทางการเมืองใดๆไว้ก่อน และรอดูผลการรวมเสียงของพรรคพปชร.และพรรคพท.คู่ชิงตั้งรัฐบาลก่อน
นายถาวร เสนเนียม ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ยืนยันความเห็นส่วนตัวตามที่เคยหารือ กับเพื่อนสมา ชิกมาหลายครั้ง ถึงจุดยืนควรร่วมรัฐบาล กับพรรค พปชร. และควรให้มีการเลือกนายกฯ ตามแนวทางของรัฐธรรม นูญที่ผ่านการประชามติกว่า 16 ล้านเสียง แต่ย้ำว่ามติพรรคเป็นเรื่องใหญ่กว่าความเห็นส่วนตัว ซึ่งการตัดสินใจของแต่ละคนมีปัจจัยหลายด้าน ทั้งเรื่องอุดมการณ์พรรค ความเป็นเอกภาพในการสู้ศึกวันข้างหน้า ฟื้นกรุงเทพฯ ภาคใต้ ขยายฐานเสียงไป อีสานและภาคเหนือได้หรือไม่ สิ่งเหล่านี้เป็นปัจจัยการตัดสินใจของแต่ละคน
นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค พปชร. กล่าวว่า ไม่ว่าคำวินิจฉัยของศาลจะออกมายังไง ทุกพรรคควรเคารพกฎกติกา และควรยึดตามนั้น ส่วนทิศทางของพรรคก็เดินหน้าเต็มที่ เริ่มจากการประชุมสัมมนา ส.ส.ทั้งหมดในสัปดาห์หน้า เพื่อเตรียมการซักซ้อม เพราะเรามี ส.ส.ใหม่จำนวนมากที่ไม่เคยเข้าสภามาก่อน ขณะเดียวกันในส่วนของงานการเมืองพรรคก็จะเดินหน้า ประสานพรรคอื่นๆที่ร่วมอุดมการณ์และสนใจมาร่วมกันตั้งรัฐบาล
"มั่นใจว่า พรรคจะเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล ได้โอกาสทำงานกับพรรคที่มีแนวทางการทำงานแบบเดียวกัน แต่ต้องรอให้ทุกอย่างเรียบร้อยก่อน ส่วนตัวเลขที่มีการประเมินออกมาว่าฝั่ง พปชร.รวมเสียงได้ 256 เสียงนั้นเป็นการประเมินตามปกติ เราก็ประเมินของเรา หากวันนี้ กกต.รับรองผลเรียบร้อยก็จะมาพูดคุยกัน เพราะตัวเลขจะชัดเจนขึ้น"
นายอุตตม ยังกล่าวถึงการจัดสรรตำแหน่งใน ครม.ส่วนตัวไม่ขอให้ความเห็น เพราะยังไม่ถึงเวลาและมีอีกหลายขั้นตอนที่จะไปสู่การตั้งครม.เพราะการจัดสรรตำแหน่ง ต้องหารือกับพรรคร่วมด้วยว่าบทบาทของพรรคต่างๆจะเป็นยังไง ทำงานยังไง และยังบอกไม่ได้ว่าจะชัดเจนเมื่อไหร่เกี่ยวกับหน้าตาของพรรคร่วมรัฐบาล"
นายอุตตม กล่าวถึงกรณีกระแสคัดค้านให้ ส.ว.เลือกนายกฯว่า พปชร.ยืนยันในเรื่องที่ว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้กำลังใช้ครั้งแรก เราควรเคารพกติกาปัจจุบัน เดินตามนั้น บทบาท ส.ว.เป็นไง ให้เป็นตามนั้น และควรให้เกียรติให้โอกาส ส.ว ได้ทำหน้าที่อย่าไปพูด หรือตีกันไว้ก่อนว่ามาแล้วจะเข้าข้าง หรือช่วยฝ่ายไหน เพราะบ้านเมืองต้องเดินหน้า เช่นเดียวกับ 15 รัฐมนตรีที่ลาออกมารับตำแหน่ง ส.ว.ก็ไม่ใช่การสืบทอดอำนาจ ไม่ใช่แบบนั้น ลองพิจารณาดูทุกคนที่ลาออก ก็มีคุณสมบัติพร้อม เพราะตนเคยร่วมงานกันมา ประเทศไทยต้องการคนมีความสามารถ คนเหล่านี้มีความพร้อมทำงาน อย่าไปเกี่ยงว่า เคยทำงานในรัฐบาลแต่วันนี้ไปอยู่ฝ่ายนิติบัญญัติจะไม่เหมาะ เพราะทุกคนมีคุณสมบัติ ส่วนการปฏิบัติตัวก็อยู่ในสายตาประชาชน
ที่อาคารรัฐสภาแห่งใหม่ เกียกกาย เมื่อเวลา 08.30 น. สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เปิดรับการรับรายงานตัวสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ชุดที่ 25 เป็นวันแรก ภายหลัง กกต.ได้ประกาศผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ โดยส.ส.คนแรกที่เดินทางมารายงานตัวเป็นคนแรกคือ นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม ส.ส.เขต3ลพบุรี พรรค เพื่อไทย มารอตั้งแต่เวลา 06.29 น. และเซ็นต์ชื่อรายงานตัวในเวลา 08.09 น.
ด้าน นายนัฑ ผาสุก เลขาธิการสำนักงานวุฒิสภา เปิดเผยว่า ขณะนี้สมาชิก สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ยังไม่มีผู้ใดยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่ง ซึ่งตามระเบียบและขั้นตอนปฏิบัติ แม้มีข่าวว่าสมาชิกที่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็น ส.ว. ได้กรอกแบบฟอร์มการลาออกจากสมาชิก สนช. จะมีผลสมบูรณ์ตนต้องลงลายมือชื่อรับหนังสือขอลาออกจากตำแหน่งก่อนถึงจะมีผลโดยสมบูรณ์ ส่วนที่เป็นข่าวคาดว่าจะเป็นเพียงกระบวนการเตรียมความพร้อม ของสมาชิกสนช. เท่านั้น
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ เปิดเผยว่า จะยื่นใบลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรี โดยจะมีผลในวันที่ 9 พ.ค.นี้ เพื่อเตรียมตัวไปทำหน้าที่ใหม่ ในฐานะ ส.ว. ส่วนการตัดสินใจรับตำแหน่ง ส.ว.นั้น เพราะคสช.เป็นผู้เลือก เพราะผ่านงานอะไรมา และจะเป็นประโยชน์อย่างไรในอนาคตต่อไป
เมื่อถามถึงเสียงวิจารณ์ว่าคณะรัฐมนตรี(ครม.)ที่ลาออก จะไปเป็นเกราะให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายาสุวพันธ์ กล่าวว่า ก็แล้วแต่จะวิจารณ์กัน ตอนนี้ยังพูดอะไรมากกว่านี้ไม่ได้ เพราะยังอยู่ในขั้นตอนการเสนอชื่อ ยังไม่มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯลงมา ทั้งนี้ เมื่อ คสช.เสนอชื่อ ตนก็เต็มใจ