“บิ๊กตู่” ปลื้ม แก้จนเป็นรูปธรรม ย้ำ 3 แกน โครงสร้างพื้นฐาน-อุตสาหกรรม-ระบบการเงิน พาปท.พ้นกับดักรายได้ปานกลาง
เมื่อเวลา 08.45 น. วันที่ 12 ก.ค.2565 ที่ตึกสันติไมตรีทำเนียบรัฐบาล ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) นางฐนิวรรณ กุลมงคล นายกสมาคมภัตตาคารไทย นำคณะเข้าพบนายกรัฐมนตรี เพื่อประชาสัมพันธ์โครงการ “ข้าวแกงกำลังใจ อิ่มละ 25 บาท”
ขณะที่ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย และคณะผู้บริหาร เข้าพบพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เพื่อนำเสนอผลการขับเคลื่อนการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
โดยนายกฯ กล่าวว่า ขอบคุณทุกคนที่มาในวันนี้นี่คือนโยบายหลักของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาความยากจนซึ่งได้นำข้อมูลที่เรามีข้อมูลจากAgri - Map หรือระบบแผนที่เกษตรเพื่อการบริหารจัดการเชิงรุกและได้นำพี่เลี้ยงลงไปเพื่อแก้ปัญหา 5 อย่าง ไม่ว่าการศึกษา คุณภาพชีวิต รายได้ สาธารณสุข สุขภาพการเข้าถึงบริการภาครัฐ บางทีเขาไม่รู้ซึ่งต้องฝากสื่อช่วยกันทำความเข้าใจ นี่คือนโยบายหลักของรัฐบาลนี้ ในเรื่องการแก้ปัญหาความยากจน ซึ่งต้องทำอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่แก้ทีเดียวแล้วจะจบเลย วันนี้เราทำให้ทีละขั้น ครั้งแรกให้อยู่รอดได้ปลอดภัย พอเพียงและไปสู่การยั่งยืน ฉะนั้นการที่จะไปสู่การยั่งยืนตัวเองด้วยมีเงินใช้ที่เพียงพอก็จะต้องพัฒนาตัวเองด้วย โดยต้องเข้าถึงการให้บริการภาครัฐต่างๆซึ่งมีหลายอย่าง ทางออนไลน์เดี๋ยวนี้ก็มีหมด แต่ทำอย่างไรจะให้ดีขึ้น โดยเฉพาะด้านการศึกษาต่างๆ ความก้าวหน้า 5 จังหวัดนี้เป็นตัวอย่าง ที่นำมาให้เห็น ซึ่งจริงๆแล้วเราทำทั้ง 76 จังหวัด รวมถึงกรุงเทพฯด้วย นี่คือสิ่งที่เรามอง หากันแบบเดิมๆว่าจะทำกันอย่างไร หากแก้ปัญหากันแบบเดิมๆ ให้สงเคราะห์ไปเรื่อยๆมันก็จะอยู่อย่างนี้ไม่มีทางดีขึ้น นี่คือสิ่งที่รัฐบาลนี้คิดออกมา และเพิ่มจาก 3 แกนหลักที่ตนได้พูดไปแล้วว่าจะทำอย่างไรให้ประเทศไทยเดินไปข้างหน้าได้ นี่คือสิ่งที่ตนมองตั้งแต่ปีแรกที่เข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรี1. คือการหารายได้เข้าประเทศจากโครงสร้างพื้นฐานเพื่อให้ประเทศหลุดพ้นจากกับดักรายได้ปานกลางและนำเงินมาดูแลคนเหล่านี้ ถ้าเราไม่หาตรงนั้นมาตรงนี้ก็จะไม่มีงบประมาณที่เพียงพอ แล้วคนก็ไม่มีโอกาสที่จะมีรายได้เพิ่ม นี่คือสิ่งที่ตนคิด 2.ภาคอุตสาหกรรมใหม่ และ3.ระบบการเงินการธนาคาร ที่ทำอย่างไรชาวบ้านประชาขน เขาจะเข้าถึง
นายกฯ กล่าวว่า แล้วจริงๆแล้วทั้งหมดนี้ตนคิดและทำมาโดยตลอด ถ้าเรามองด้วยความเป็นธรรมจะเห็นว่าสิ่งเหล่านี้ก้าวหน้ามามากในระยะเวลา 6-7 ปีที่ผ่านมาแต่มันต้องทำให้ต่อเนื่องเท่านั้นเอง หากมาย้อนดูเรื่องการก่อสร้างนั้นก็ต้องว่ากันไป มาดูบุคลากร คนซึ่งยอดที่ให้มาถือเป็นการสำรวจจริง บางครั้งคนเหล่านี้อาจจะออกมาจากภูมิลำเนาเพื่อไปทำงานที่อื่น ก็จะไปกระจุกอยู่ที่อื่น นี่คือสิ่งที่รัฐบาลให้ความสำคัญอย่างยิ่งยวด นอกจากนี้เราต้องดูเรื่องการบริหารจัดการน้ำให้เพียงพอต่อภาคการเกษตร ทั้งการใช้น้ำใต้ดินบนดิน ขณะเดียวกันก็ต้องเดินหน้าไปสู่การพัฒนาพลังงาน เพราะเห็นแล้วว่าปัญหาเยอะมากกระทบหลายอย่าง วันนี้ตรงนี้ถือเป็นเรื่องของรัฐบาลส่วนตรงนั้นก็เป็นเรื่องของเอกชน สมาคม โรงแรมต้องขอบคุณที่มาช่วยทำอาหารราคาถูก
" นี่แหละคือประเทศไทยของเราอยู่กันอย่างนี้ช่วยกันแบบนี้ เดี๋ยวมันจะไปได้และแก้ปัญหาได้หมด ดีกว่าที่จะสร้างความขัดแย้งมันแก้อะไรไม่ได้ ต้องขอฝากเอาไว้ด้วย ขอบคุณทุกคนทั้งที่มาและไม่ได้มาทุกคนเก่งมาก นายกฯ ได้ให้นโยบายไปแล้ว แต่ก็กังวลเหมือนกันจะทำได้หรือไม่และทำได้อย่างที่เราคิดกันหรือเปล่า ผมได้คุยกับพลเอกอนุพงษ์เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย มาโดยตลอดซึ่งปรากฏว่าทำสำเร็จ ในระยะแรกแต่ไม่ใช่ทำครั้งเดียวแล้วเลิก จะต้องดูกันต่อไป และมีพี่เลี้ยงเดินตามหมด สิ่งที่ทำไปแล้วจะทำต่อหรือไม่จะไปได้หรือเปล่า รายได้จะเพิ่มขึ้นหรือไม่มีทางออกอะไรเลยเห็นแล้วน่าสงสารบางคนไม่มีทางออกอะไรเลย แล้ววันนี้หลายกระทรวงก็ลงไปช่วยกันโดยมีงบประมาณของแต่ละกระทรวงลงไปด้วยไม่ใช่เฉพาะกระทรวงมหาดไทยอย่างเดียว สิ่งดีๆมันเกิดขึ้นเยอะแล้วจะบอกให้อย่ามัวแต่ทะเลาะกันอยู่"นายกฯกล่าว