“ทวี สุรฤทธิกุล” เชิดชู  “หม่อมคึกฤทธิ์” ปราชญ์แห่งรัตนโกสินทร์

การเมือง20 เม.ย. 2566 • 00:10 น.
“ทวี สุรฤทธิกุล” เชิดชู  “หม่อมคึกฤทธิ์” ปราชญ์แห่งรัตนโกสินทร์

 

หมายเหตุ : "ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ทวี สุรฤทธิกุล" อาจารย์ประจำสาขาวิชารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช และ อดีตเลขานุการ  “พล.ต.ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช”  อดีตนายกรัฐมนตรี คนที่ 13 นักปราชญ์ นักปรัชญา และผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์สยามรัฐ ร่วมรำลึก "วันคึกฤทธิ์" วันคล้ายวันเกิดของ พล.ต.ม.ร.ว.คึกฤทธิ์  20 เม.ย. ในฐานะ “เด็กสวนพลู” แห่งบ้านซอยสวนพลู 

 

- เนื่องในวันคล้ายวันเกิดของอาจารย์หม่อมคึกฤทธิ์ ในฐานะที่เป็นลูกศิษย์ บ้านซอยสวนพลู อยากให้กล่าวถึงอาจารย์หม่อมในความทรงจำ

ต้องถือว่าท่านเป็นผู้ที่มีพระคุณนะในทางส่วนตัว เพราะว่าผมก็ได้ทำงานกับท่านแล้วก็เป็นผู้เป็นคนหรือก็เติบโตมาจากการเป็นเด็กสวนพลู ซึ่งการเป็นเด็กสวนพลูถือว่าเป็นเกียรติยศยิ่งใหญ่ หลายๆคน ท่านอดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย คุณพิศาล มูลศาสตรสาทร  พลตำรวจเอกวสิษฐ์ เดชกุญชร  อดีตนายตำรวจใหญ่ ก็เป็นลูกศิษย์รัฐศาสตร์ จุฬาฯ รุ่นแรกๆ เราเรียกว่าเด็กสวนพลู

ซึ่งเด็กสวนพลูนั้นมีมากทั้งในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  โดยแรกๆก็จะมีจากคณะรัฐศาสตร์ คณะบัญชี อย่างที่ธรรมศาสตร์ ก็จะมี คุณบุญชู โรจนเสถียร การเป็นเด็กสวนพลูถือว่าเป็นเกียรติยศที่ยิ่งใหญ่ และก็ระลึกถึงพระคุณท่านเสมอมา เวลาเราทำงานทำอะไรก็นึกถึงว่าเราจะต้องพยายามทำให้ดี ให้เป็นชื่อเสียงของท่านด้วย เหมือนกับว่ามีท่านเป็นแบบอย่าง หรือสิ่งที่เรายึดถือเป็นวีรบุรุษประจำตัวเลยก็ว่าได้ 

ตัวอย่างที่เห็นชัดเจนคือท่านเป็นผู้ที่เข้มแข็งอดทนมาก แม้ว่าท่านจะถูกต่อว่า ถูกวิจารณ์จากสาธารณชน เพราะท่านเป็นคนสาธารณะ ท่านก็อดทน เข้มแข็ง เราต้องเอาแบบอย่างท่าน เราต้องอดทน  ประการที่ 2 คือในเรื่องของความใฝ่รู้  อาจารย์คึกฤทธิ์ ท่านจะศึกษาหาความรู้ตลอดชีวิตเลย แม้กระทั่งตอนที่ท่านป่วย ใกล้จะถึงอสัญกรรม ในปีสุดท้าย ท่านก็ยังฟังข่าวสาร ให้นำเอาวิทยุเข้าไปเปิดฟังในห้องพักคนป่วย ให้เด็กที่เฝ้าไข้อ่านหนังสือพิมพ์ให้ฟัง เรียกว่าเป็นเรื่องของการทำตัวให้ทันสมัย เราก็จะไม่ตกยุค

ท่านชอบคบคนทุกรุ่น รุ่นลูก รุ่นหลาน นักศึกษา ต่างๆที่ผ่านเข้ามา อย่างโขนธรรมศาสตร์ ก็ถือว่าเป็นลูกศิษย์กลุ่มใหญ่ที่สุดของท่าน ซึ่งท่านก็ได้เรียนรู้จากบรรดาลูกศิษย์เหล่านั้นในเรื่องของโลกภายนอก ซึ่งท่านเองก็อยู่ในวงการเมือง ท่านอยู่ในวงไฮโซ คนเหล่านี้จะนำความรู้ที่เป็นชาวบ้าน เพราะฉะนั้นความเคลื่อนไหวของสหภาพตลอดอันนี้ ที่ผมถือว่าท่านอาจารย์ให้กับชีวิตของเรา การที่เราประสบความสำเร็จก็เพราะเรามีท่านเป็นแบบอย่าง

- มีหลายคำพูดที่อาจารย์หม่อม เคยพูดเอาไว้ ในอดีต ปัจจุบันก็ยังไม่ตกยุค อย่างคำพูดที่ว่า  “ถ้านักการเมืองไทยหยุดโกงเพียง 2 ปี ถนนประเทศไทยจะปูด้วยทองคำก็ยังได้...” เป็นถ้อยคำที่เปรียบเปรยถึงปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน

เรื่องนี้ท่านเขียนคล้ายๆกับบทความแล้ว ตอนหลังก็มีคนโค้ดคำพูดมาเยอะ ไม่ว่าเรื่องของการคอร์รัปชั่นนี้หรือว่าเรื่องของรัฐธรรมนูญรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่ยาวิเศษ และก็อีกหลายๆเรื่องนี่ก็คือสิ่งที่ท่านได้สร้าง หรือได้นำมาใช้ในการแก้ไขปัญหาของบ้านเมือง เรื่องการคอร์รัปชั่นท่านต่อสู้มาก ตอนสมัยที่ท่านเป็นนายกฯ พี่สาวของท่าน ได้เคยบอกว่า ท่านอย่าไปโกงนะ ถ้าอยากได้เงิน ให้มาขอเงินพี่สาวท่าน  ซึ่งต่อมาพี่สาวท่านก็นำเงินมาให้ท่านใช้ ช่วงนั้นท่านเป็นหัวหน้าพรรคก็ต้องใช้เงินมาก  ทั้งนี้เรื่องการไม่คอร์รัปชั่น ทำให้คนอื่นไม่กล้าด้วย

ผมอยู่ข้างๆท่านมานานถึง 9 ปีไม่เคยเห็นว่าท่านต้องเดือดร้อนในเรื่องของเงินทอง เพราะท่านไม่มีจะให้ใครมาขอ ท่านไม่มีเรื่องทุจริตคอร์รัปชั่น หากท่านจะให้ ก็จะเป็นตามเทศกาล แต่ที่จะมาขอเป็นแสนๆล้านๆนั้นไม่เคยเห็น  ดังนั้นการที่ท่านเปรียบเปรยในบทความตามนั้น ตามที่ท่านว่า ในปีหนึ่งเงินงบประมาณของเราประมาณ ล้านล้านบาท หากไม่มีการคอร์รัปชั่น เราก็ยังเหลือเงิน และนำไปเทียบมูลค่าในการซื้อทองคำจำนวนมาก สามารถนำมาเป็นทองคำปูถนนได้จริง เพราะฉะนั้นสิ่งที่ท่านพูดลักษณะเด่นของท่านด้วยมองเห็นภาพเข้าใจง่าย

ท่านก็บอกว่าท่านมีคนชมว่าท่านเขียนเก่งคนติดตามมีแฟนคลับเยอะ มีคนหลงใหลคลั่งไคล้ในงานท่าน ซึ่งท่านก็บอกว่าเขียนด้วยการเข้าไปนั่งในหัวใจคน เป็นคำอุปมาอุปไมยก็คือเหมือนกับเอาใจของคนมาเขียน

-เรื่องคึกฤทธิ์พยากรณ์

ในสมัยของท่าน จะมีสื่อมวลชนไปสอบถาม ไปสัมภาษณ์ท่านเรื่องข่าวต่างๆ ในเรื่องอนาคต ความเป็นไปของบ้านเมือง สื่อมวลชนเรียกท่านว่า เป็นปรอทวัดอุณหภูมิการเมือง สามารถพยากรณ์ได้ วันพรุ่งนี้ อากาศทางการเมืองจะเป็นอย่างไร บรรยากาศทางการเมืองจะร้อนหรือเย็นจะเป็นไปอย่างไร สื่อก็เรียกท่าน ว่าเป็นกูรูบ้าง เป็นซือแป๋บ้าง ปรมาจารย์บ้าง อย่างช่วงนี้เป็นช่วงเลือกตั้งหากท่านยังอยู่ตอนนี้ก็อาจจะมี “คึกฤทธิ์โพล” ก็ได้ และการที่ท่านได้ฉายาซือแป๋หรือกูรูนั้น ท่านไม่ใช่ว่าได้มาเพราะท่านไปแสดงอภินิหารณ์อะไร แต่มาจากการที่ท่านสั่งสมความรู้เอาไว้  วิธีการจำคือการเอามาพูด เอามาสอนบ่อยๆ 

เมื่อเจออะไรท่านก็จะนำมาขยายผ่านบทความซอยสวนพลู และท่านก็เป็นบุคคลสาธารณะ หากเป็นสมัยนี้ ก็อาจจะมีคนติดตามท่านผ่านช่องทางโซเชียลเป็นล้าน ด้วยความเป็นคนสาธารณะ จะทำให้ผู้คนคอยติดตามว่าท่านคิดอย่างไร  และอะไรจะเกิดขึ้น ส่วนมากก็จะแม่นยำ

- อยากให้อาจารย์ฝากถึงวันที่ 20 เม.ย.

คนที่รู้จักท่านอาจารย์หม่อมอาจจะลดน้อยถอยลงหรือกาลเวลาเปลี่ยนแปลงไป  แต่ผมอยากจะบอกว่าประเทศชาติของเราก็มีคนที่เคยมีผลงานที่ที่เป็นประโยชน์แก่บ้านเมืองหลายท่าน เมื่อถึงวันสำคัญต่างๆไม่ว่าจะเป็นอาจารย์หรือใครก็แล้วแต่ที่ล่วงลับไปแล้วที่สร้างคุณประโยชน์ไม่ว่าจะเป็นไทยหรือต่างประเทศ

โดยส่วนตัวผมมองว่าท่านเป็นผู้ที่มีความปราดเปรื่อง ถือว่าเป็นปราชญ์แห่งรัตนโกสินทร์ ในฐานะที่เราเป็นนักวิชาการ ผมมีท่านเป็นต้นแบบที่ทำให้เราเจริญรุ่งเรืองเรื่อยมาอย่างนี้เป็นต้น

20 เมษายน วันคึกฤทธิ์ เราจะมองคึกฤทธิ์แง่มุมไหนก็ตาม แต่ก็ขอให้มองเพื่อที่จะสร้างความรู้สึกภูมิใจในการเป็นคนไทยตัวอย่างคนหนึ่ง โดยการศึกษาว่าท่านทำอะไรให้กับชาติบ้านเมืองบ้างแล้วก็ยิ่งจะเข้าใจแล้วก็เคารพท่านนับถือท่านมากขึ้น