- โฆษณา -

จับตาปฏิบัติการลับ “บิ๊กป้อม-ธรรมนัส” ขุนพลสายเลือดทหาร พปชร. ดีล ที่มองไม่เห็น

การเมือง20 ส.ค. 2564 • 23:00 น.
จับตาปฏิบัติการลับ “บิ๊กป้อม-ธรรมนัส” ขุนพลสายเลือดทหาร พปชร. ดีล ที่มองไม่เห็น
เมื่อครั้งที่ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ พี่ใหญ่ ก้าวขึ้นมาเป็นหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ยังไม่เห็นความเปลี่ยนแปลง หรือส่งผลกระทบทางการเมืองมากนัก แต่เมื่อ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ขึ้นมาเป็นเลขาธิการพรรคคู่ใจ แรงกระเพื่อมทางการเมือง และความเคลื่อนไหวอันมีนัยสำคัญ ก็เกิดขึ้น นับตั้งแต่ Tony Woodsome อดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร เริ่มพูดถึงการเดินทางกลับประเทศ อย่างมีนัย “ผมกลับแน่ แต่เมื่อไหร่ แล้วจะบอก” เขา ระบุ ประกอบกับการพูดถึง พล.อ.ประวิตร ในลักษณะที่อ่อนลง ไม่ใช่การโจมตี โดยเฉพาะเมื่อบอกว่า “ถ้าไม่อยากให้ลุงตู่ อยู่ต่อก็ให้ไปบอก ลุงป้อม” และโดยเฉพาะเมื่อพูดถึง ร.อ.ธรรมนัส ถึงขั้นเรียกว่า ท่าน “เป็นนักการเมืองที่มีอนาคตดี ปรับปรุงตัว ฟังเสียงประชาชน ให้มากขึ้น” รวมทั้งการ เตือนพรรคฝ่ายค้านว่า การด่าโจมตี พล.อ.ประวิตร และ ร.อ.ธรรมนัส ไม่ใช่ว่าจะได้ประชาธิปไตยมา ก่อนหน้านั้น พล.อ.ประวิตร ก็ยังไม่ปิดประตู เมื่อถูกถามถึงโอกาสที่พรรคเพื่อไทยและพรรคพลังประชารัฐ จะร่วมมือกันทางการเมืองในอนาคตว่า ยังไม่รู้ เพราะเป็นเรื่องของอนาคต ตามมาด้วย ความร่วมมือของ พรรคพลังประชารัฐ และพรรคเพื่อไทย ทั้งการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ก็ถูกจับจ้อง รวมทั้งการผ่าน ร่างพ.ร.บ.งบประมาณ 2565 และ งบฯกลาง และที่ถูกจับตามองมากที่สุดคือ พล.อ.ประวิตร และ ร.อ.ธรรมนัส หลุดโผ โดนอภิปรายไม่ไว้วางใจ ครั้งล่าสุด ที่ฝ่ายค้าน ทั้งพรรคเพื่อไทย และพรรคก้าวไกล พร้อมใจกัน ตัดทิ้ง เพราะไม่เกี่ยวข้อง โดยตรงกับการแก้ปัญหาโควิด แต่ก็ยิ่งทำให้ ความสัมพันธ์ระหว่างพล.อ.ประวิตร และ ร.อ.ธรรมนัส กับแกนนำ พรรคฝ่ายค้านโดยเฉพาะพรรคเพื่อไทย ถูกจับตามอง ท่ามกลางกระแสข่าว “ซุปเปอร์บิ๊กดีล” ในทางการเมือง ที่ไม่ใช่มองแค่ต้นไม้ แต่ทว่า มองป่าทั้งป่า มองการเมืองภาพใหญ่ ที่ไม่ควรจะแตกขั้วกันเช่นนี้ ควรร่วมมือกัน และอาจมีนัยของการโดดเดี่ยว พรรคก้าวไกล ด้วยการดึง พรรคเพื่อไทย ของทักษิณ มาเป็นพันธมิตร โดยยกจุดยืน การไม่ล้มล้างสถาบันฯ ที่อาจจะมาในรูปแบบที่ ส.ส. อาจย้ายพรรค มาอยู่ พลังประชารัฐ หรือ การยุบรวมพรรค เทคโอเวอร์พรรค เพราะ พล.อ.ประวิตร กับ ทักษิณ ก็คนเคยคุ้นเคยกัน และโดยเฉพาะกับ “บ้านจันทร์ส่องหล้า” ที่มีส่วนสนับสนุน จนทำให้ ทักษิณ เมื่อครั้งเป็นนายกฯ เลือก พล.อ.ประวิตร เป็น ผบ.ทบ. ที่ พล.อ.ประวิตรไม่เคยลืมบุญคุณ และยังเคารพนับถือ และต้องไม่ลืมว่า ร.อ.ธรรมนัส ก็เคยอยู่พรรคเพื่อไทยมาก่อน และ ทุกวันนี้ ก็เชื่อกันว่า ยังเจรจาต่อรอง กับ ส.ส.พรรคเพื่อไทย และแกนนำพรรค จนเกิดงูเห่า และเป้าหมายสำคัญคือ การดูด ส.ส.พรรคเพื่อไทย มาอยู่พรรคพลังประชารัฐ ให้ได้มากที่สุด เพื่อการเป็นพรรคแกนนำในการตั้งรัฐบาลสมัยหน้า โดยมี ร.อ.ธรรมนัส เป็นผู้ปล่อยพลังดูด ถึงขั้นที่มั่นใจว่า จะได้มามากกว่าครึ่งพรรค ปฏิบัติการของ 2 พี่น้องพลังประชารัฐ พล.อ.ประวิตร รุ่นพี่ เตรียมทหาร 6 และ จปร.17 กับ ร.อ.ธรรมนัส เตรียมทหาร 25 และ จปร.36 ยังคงมีร่องรอย เมื่อพบว่า ร.อ.ธรรมนัส ที่รู้กันดีว่าเป็นมือขวาของพล.อ.ประวิตร เดินสายไปพบแกนนำพรรคเพื่อไทย หลายรุ่นหลายระดับอย่างเงียบๆในห้วงที่ผ่านมา ที่สำคัญไม่ใช่แค่ความพยายามในการดูด ส.ส.จากพรรคเพื่อไทย พรรคฝ่ายค้านเท่านั้น แต่ในพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกันเอง ก็มีสัญญาณว่า จะมีส.ส.ของ พรรคประชาธิปัตย์บางคน จะย้ายมาอยู่พรรคพลังประชารัฐ หลังการยุบสภา พร้อมกันนี้ ก็เกิดกระแสข่าว การเปลี่ยนตัว นายกฯ เพื่อมาแทน “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่กำลังสะบักสะบอม และอาจจะไปต่อไม่ไหวท่ามกลางกระแสกดดันให้ลาออก และถูกโจมตี ถึงความล้มเหลวในการบริหารประเทศการแก้ปัญหาโควิด และการบริหารจัดการวัคซีน และ จำนวนผู้ติดเชื้อที่สูงต่อเนื่องวันละกว่า 20,000 คน และ เสียชีวิตมากถึงวันละกว่า 300 คน สื่อบางสำนัก เริ่มปล่อยข่าวว่า พล.อ.ประวิตร เล็งที่จะเป็นนายกฯ ขัดตาทัพ ในระหว่างนี้ไปก่อน จนกว่าจะครบเทอม และมีการเลือกตั้ง พร้อมกันนี้ ก็มีชื่อ ร.อ.ธรรมนัส นั่งแท่น มท.1 เก้าอี้ที่แสนหวงของ “บิ๊กป๊อก” พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา พี่รองในแผงอำนาจ "3 ป." ที่นั่งมานานกว่า 7 ปี แต่ทั้ง พล.อ.ประวิตร และ ร.อ.ธรรมนัส ต่างปฏิเสธว่าไม่คิดจะเป็นนายกฯเอง และ ไม่หวัง เป็น มท.1 เพราะ ร.อ.ธรรมนัส รู้ดีว่า แม้ พล.อ.ประยุทธ์ ถอย พล.อ.อนุพงษ์ ก็จะยังอยู่ช่วย พล.อ.ประวิตร ต่อไป แต่ที่แน่ๆ มีรายงานยืนยันว่า พล.อ.ประวิตร และ ร.อ.ธรรมนัส กำลังหา "นายกฯสำรอง" เตรียมพร้อม หาก พล.อ.ประยุทธ์ ถอดใจ ไม่ไปต่อ ไม่ว่าจะ ในสมัยนี้ หรือ ในสมัยหน้า และมีข่าววงในว่า ได้ตัว นายกฯคนใหม่ สายพลเรือนแล้ว ! แต่ก็ยังเกิดกระแสข่าวลือ ที่ว่าพล.อ.ประวิตร เตรียมวางตัว ร.อ.ธรรมนัส เป็นนายกฯ ในอนาคต จนมีการปล่อยเฟกนิวส์ คำพูดที่ว่า “ผมพร้อมรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี” จน ร.อ.ธรรมนัส ต้องรีบออกมาแก้ข่าวว่าไม่เคยพูดและเป็นข่าวเท็จ พร้อมดำเนินคดีกับคนที่แชร์ข้อความ ด้วยเพราะไม่ต้องการให้พล.อ.ประยุทธ์หวาดระแวงเพราะที่ผ่านมา ดูเหมือน พล.อ.ประยุทธ์จะจับตามองความเคลื่อนไหว ของ ร.อ.ธรรมนัส มาตลอด โดยเฉพาะเมื่อครั้งที่ ได้ขึ้นมาเป็นเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ก็มีรายงานข่าวออกมาว่า พล.อ.ประยุทธ์ถึงพูดว่า “เอาจนได้” ดังนั้นเมื่อมีอะไรที่เกี่ยวกับ พล.อ.ประยุทธ์ แล้ว ร.อ.ธรรมนัส จะรีบแก้ข่าวทันที รวมถึง ที่เกี่ยวกับ พล.อ.อนุพงษ์ ด้วย เช่น เก้าอี้ มท.1 แต่แม้ พล.อ.ประวิตร จะถูกมองว่าเป็นนายกฯขัดตาทัพ หรือแม้กำลังมองหานายกรัฐมนตรีสำรองไว้ก็ตาม แต่พล.อ.ประยุทธ์ ยังคงไม่มีทีท่าที่จะถอดใจ ยอมลาออกง่ายๆ ตรงกันข้ามยังคงเดินหน้าในการทำงานต่อแบบเงียบๆในถ้ำ บ้าน ร.1รอ. เวิร์คฟอร์มโฮม และเข้าทำเนียบรัฐบาล บ้านนรสิงห์ “ยังไม่ใช่เวลา” พล.อ.ประยุทธ์ เคยกล่าวไว้ เมื่อถูกถามถึงการถอดใจ แถมล่าสุด โพสต์เฟสบุ๊ค ยืนยันที่จะทำงานต่อไป ไม่ว่าอุปสรรคนั้นจะยากแค่ไหน “จำนวนผู้เสียชีวิต เป็นสิ่งเตือนใจผมตลอดเวลาว่า จะต้องทำให้ได้ดีกว่านี้ ในการพยายามหาหนทางทุกๆทางที่จะทำให้ผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตลดลงให้มากที่สุด” อันเป็นการสะท้อนถึง ความตั้งใจที่จะสู้แก้ปัญหาต่อไป โดยไม่คิดเรื่องการลาออก ควบคู่ไปกับ การวางตัวแบบนิ่งๆ สุขุม ไม่พูดเรื่องการเมือง ไม่ให้สัมภาษณ์ ไม่ว่า ภายนอก จะร้อนแรง และรุนแรงแค่ไหนก็ตาม ทั้งการเมือง และการม็อบ ที่พยายามเร่งเกม กดดันให้ พล.อ.ประยุทธ์ ลาออก แถมยังเชื่อว่า ในอีกไม่ช้า พวกเขาจะชนะ พล.อ.ประยุทธ์ จะลาออก ในขณะที่ บนตึกไทยคู่ฟ้า ยังไม่มีใครได้ยิน คำพูดใด ของพล.อ.ประยุทธ์ ที่จะสะท้อนว่า อยากลาออก เลย เพราะรู้ดีว่าหากลาออกในช่วงนี้คือการจบอนาคตทางการเมืองแบบไม่สวยงามจึงต้องยื้อเวลาพยายามแก้ไขปัญหาให้คลี่คลายมากกว่านี้แล้วค่อยเดินลงจากหลังเสือ อย่างสง่างาม แม้จะสะบักสะบอม