"จตุพร" ชี้เวที "ไทยไม่ทนฯ" แจง "บิ๊กตู่" ตระบัดสัตย์ไม่รับผิดชอบแก้รธน. ยังไม่ถึงขั้นชุมนุม
เมื่อวันที่ 4 เม.ย.2564 ที่บริเวณสวนสันติพร อนุสรณ์สถานพฤษภาประชาธรรม ถนนราชดำเนิน นายจตุพร พรหมพันธ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวถึงการร่วมเวทีปราศรัย "ไทยไม่ทน สามัคคีประชาชน เพื่อประเทศไทย"ว่า ตนมาตามคำเชิญของนายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 ที่มีความห่วงใยต่อบ้านเมือง ภายหลังพล.อ.ประยุทธ์ และคณะ ไม่รับผิดชอบต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เบื้องต้นขอเรียนว่ากลุ่มญาติวีรชนพฤษภา 35 จะเป็นกลุ่มแรก และจะมีกลุ่มแนวร่วมอื่นตามมาในภายหลัง รวมถึงอาจมีการปรับรูปแบบต่างด้วย ซึ่งการจัดกิจกรรมในวันนี้ ยังไม่ถึงขั้นการชุมนุม แต่จะเป็นเวทีที่อธิบายให้เห็นว่า พล.อ.ประยุทธ์ นับตั้งแต่เข้ามาร่วม 7 ปีแล้ว ได้ตระบัดสัตย์เรื่องอะไรบ้าง และไม่สมควรดำรงตำแหน่งนายกฯอย่างไร พรรคร่วมใดที่ประกาศสัญญาไว้กับประชาชนว่าจะไม่ร่วมสังฆกรรมกับพล.อ.ประยุทธ์ และสร้างเงื่อนไขใหม่ที่ตระบัดสัตย์ จะแสดงความรับผิดชอบกันอย่างไร เชื่อว่าหลายฝ่ายจะเข้ามาร่วม
"สามัคคีประชาชนฯ เริ่มมาตั้ง พฤษภาปี 35 และหลังจากนั้นมา 15 ปีมานี้ บ้านเมืองมีแต่ความขัดแย้งรุนแรง และผู้ที่ได้รับประโยชน์จากความขัดแย้งในนั้นคือพล.อ.ประยุทธ์ ผมได้คุยกับนายอดุลย์ว่าผมมาในนามบุคคล จะไม่นำองค์กร นปช. มาเกี่ยวข้อง รวมถึงฝ่ายอื่นๆ ด้วย ไม่ให้นำองค์กรมาเกี่ยวข้อง เพราะที่ผ่านมีความสูญเสียเกิดขึ้น เราเข้าใจ ถ้าเราไม่ร่วมมือกัน พล.อ.ประยุทธ์ จะอยู่ในตำแหน่งต่อไปอีก 6 ปีนับจากนี้ไป"นายจตุพร กล่าว
เมื่อถามว่า จะนำไปสู่การชุมนุมยืดเยื้อหรือไม่ นายจตุพร กล่าวว่า เราจะเน้นการทำความเข้าใจ ไม่รีบเร่ง เพราะเรามีบทเรียนมามากมาย ดังนั้นเราจะทำความเข้าใจจนเป็นฉันทามติร่วมกันว่าพล.อ.ประยุทธ์ ต้องออกไป ไม่สามารถบริหารประเทศได้อีกต่อไป และเมื่อเราเห็นพ้องต้องกันก็จะตัดสินใจอีกครั้ง และไม่ได้ขีดเส้นว่าพล.อ.ประยุทธ์ จะต้องออกไปตอนไหน เมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น ทุกอย่างเป็นเรื่องโชคชะตา
เมื่อถามว่า ข้อเรียกร้องดังกล่าว จะเป็นการไปลดเพดานของทางกลุ่มม็อบราษฎรหรือไม่ นายจตุพร กล่าวว่า การเคลื่อนไหวของกลุ่มราษฎรยังดำเนินไป เป็นสิทธิเสรีภาพ ตนเองเห็นว่าพล.อ.ประยุทธ์ เป็นตัวปัญหา ส่วนกลุ่มราษฎรจะเห็นอย่างไร ก็เป็นสิทธิ ไม่กระทบอะไร ใครเชื่ออย่างไรก็ไปทำตามความเชื่อของตัวเอง อย่าให้ความเชื่อของแต่ละฝ่ายมาขัดแย้งกัน