ทร.สั่งคุมเข้มคลังอาวุธ พร้อมเรียกสอบผู้เกี่ยวข้องหลัง “กระสุนบิ๊กล็อต” หาย

การเมือง20 ก.ค. 2566 • 15:01 น.
ทร.สั่งคุมเข้มคลังอาวุธ พร้อมเรียกสอบผู้เกี่ยวข้องหลัง “กระสุนบิ๊กล็อต” หาย

กองทัพเรือ วางมาตรการคุมเข้มคลังอาวุธ เรียกสอบผู้เกี่ยวข้อง เร่งตามผู้กระทำผิดลงโทษวินัย-อาญา ยัน กระสุนล็อตใหญ่หาย ผู้ก่อเหตุทยอยนำออก ย้ำไม่เชื่อมโยงการเมืองในประเทศ

วันที่ 20 ก.ค.66 พล.ร.อ.ปกครอง มนธาตุผลิน โฆษกกองทัพเรือ กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีที่กระสุนปืนกลแบบ M855 และ M856 ที่เป็นกระสุนของปืนเล็กยาว ไรเฟิลจู่โจม ขนาด 5.56 มิลลิเมตร หายนับหมื่นนัด และกระสุนหัวระเบิดแบบ 40 มิลลิเมตร สำหรับปืนยิงเครื่องยิงลูกระเบิด นับพันหาย จาก คลังสรรพาวุธของนาวิกโยธิน อ.สัตหีบจ.ชลบุรี ว่า ขณะนี้ได้เข้าตรวจสอบ และได้ดำเนินการใน 3 ด้าน คือ 1.ในการ วางมาตรการ รักษาความปลอดภัย คลังอาวุธ 2.ได้เรียกผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดมาสอบสวน และ 3. ติดตามตัวเจ้าหน้าที่คลังคนที่เป็น ต้นเหตุซึ่งเป็นคนขโมยกระสุนปืนออกไป โดยเมื่อวันที่ 19 ก.ค. ที่ผ่านมา ได้เข้าทำการตรวจค้นบ้าน ซึ่งตรวจพบกระสุนปืนอยู่บางส่วนที่ยังมีตกค้างอยู่ถือว่าเป็นพยานหลักฐานสำคัญ ว่าเจ้าหน้าที่คนดังกล่าวได้มีการลักลอบขโมยกระสุนปืนออกมาจากคลังจริง ขณะนี้มีเจ้าหน้าที่คนดังกล่าวยังหลบหนีอยู่ โดยปิดเครื่องมือสื่อสารทั้งหมด ซึ่งกรณีได้ให้ส่วนที่เกี่ยวข้องรวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจ เข้าไปในพื้นที่ที่คาดว่าจะหลบซ่อนตัวอยู่ ซึ่งคาดว่ายังอยู่ในประเทศ ยังไม่หลบหนีออกนอกประเทศ

โฆษกกองทัพเรือ กล่าวอีกว่า จากการตรวจสอบยังไม่พบว่ากระสุนปืนที่หายจากเกี่ยวข้องกับสถานการณ์ในช่วงนี้แต่อย่างไร เพราะเราได้ติดตามดูในสเตทเมนต์บุ๊กแบงก์ธนาคาร ของตัวผู้ต้องหา พบว่า ได้มีการดำเนินการลักลอบนำกระสุนปืนออกจากคลังมานานพอสมควร มีการโอนเงินผ่านเข้า ออกในบัญชีมาระยะหนึ่งแล้ว ซึ่งการกระทำดังกล่าวนั้นทำมานานแล้ว ไม่ได้ใช่เพิ่งเริ่มทำเป็นครั้งแรก นั่นก็หมายความว่า ไม่น่าจะเกี่ยวกับสถานการณ์ช่วงนี้ โดยในวันนี้เจ้าหน้าที่คนดังกล่าวได้ขาดราชการตั้งแต่วันที่ 5 ก.ค. 66 ถึงวันนี้ 20 ก.ค. 66 เป็นเวลา 15 วัน ซึ่งถือว่า ขาดราชการทางต้นสังกัด จะได้ทำเรื่องถึงกระทรวงกลาโหมให้ปลดออกจากราชการ และให้นายทหารพระธรรมนูญ ไปขออนุมัติศาลทหารออกหมายจับ ซึ่งทางกองทัพเรือได้แจ้งความดำเนินคดีกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไว้ด้วยอีกทาง

“ยืนยันว่ากองทัพเรือ ไม่ได้นิ่งนอนใจ และจะตามผู้กระทำผิดมาลงโทษทั้งวินัย และอาญา ให้ได้โดยเร็ว กองทัพเรือโดยผู้บัญชาการทหารเรือ มีนโยบายชัดเจน ที่ไม่ปกป้องผู้กระทำผิดอย่างแน่นอน” โฆษกกองทัพเรือ กล่าว