"จาตุรนต์" ฟันธง "บิ๊กตู่" ไม่ทิ้งเก้าอี้นายกฯ แนะอยากแก้วิกฤตประเทศต้องลาออก
"จาตุรนต์" ฟันธง "บิ๊กตู่" ไม่ยอมทิ้งเก้าอี้นายกฯ ง่ายๆ แม้หลายฝ่ายเห็นพ้องเรียกร้องให้ลาออกจากตำแหน่ง
เมื่อวันที่ 16 พ.ค นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่มีหลายฝ่ายเรียกร้องให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีว่า ในอดีตเดือนพฤษภาคม มักมีเหตุการณ์ทางการเมืองที่สำคัญๆ หลายเหตุการณ์ มีนัยความหมายต่างๆ กัน ผู้ที่ผ่านเหตุการณ์มีส่วนร่วมประสบการณ์และความรับรู้ ต่อเหตุการณ์เหล่านั้นในทางที่ต่างกันและในปัจจุบันก็ยังอาจจะมีทัศนะที่ต่างกันอยู่ไม่น้อยแต่ไม่น่าแปลกใจที่ผู้คนที่หลากหลายเหล่านี้กลับมีข้อสรุปตรงกันว่า หากจะแก้ปัญหาวิกฤตของประเทศในขณะนี้ได้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ควรจะลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
นายจาตุรนต์ กล่าวว่า เห็นด้วยกับข้อเสนอที่ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่เหมาะที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีมาตั้งแต่ต้น แต่พลเอกประยุทธ์ คงจะไม่ยอมลาออกง่ายๆ และถึงแม้จะลาออก ส.ว. 250 คนและพรรคร่วมรัฐบาลก็อาจจะโหวตให้พลเอกประยุทธ์กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีก ดังนั้นหากต้องการให้พลเอกประยุทธ์ลาออกและมีการเปลี่ยนตัวนายกรัฐมนตรีก็จำเป็นต้อง ช่วยกันพูดให้ ส.ว. 250 คนและพรรคร่วมรัฐบาลเห็นแก่ประโยชน์ของบ้านเมืองมากกว่าพวกพ้องของตนเองอย่างที่เป็นอยู่
“ปัญหาใหญ่ที่สุดที่ทำให้ทุกฝ่ายเห็นร่วมกันก็คือความล้มเหลวในการรับมือกับการแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งขณะนี้ไม่มีแนวโน้มว่าจะควบคุมการแพร่ระบาดได้ในเร็ววัน การฉีดวัคซีนที่ล่าช้าและครอบคลุมน้อย เนื่องจากมีนโยบายผูกขาดวัคซีนและวัตถุประสงค์แอบแฝงมาตั้งแต่แรก ทำให้การทำธุรกิจและการทำมาหากินต้องหยุดชะงัก เปิดประเทศไม่ได้ ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจอย่างรุนแรง ขณะที่การเยียวยาก็ล่าช้าและไม่ได้เตรียมงบประมาณไว้ให้เพียงพอ”
นายจาตุรนต์ กล่าวว่า ขณะนี้นโยบายทางเศรษฐกิจโดยเฉพาะนโยบายการคลังแบบถดถอย ก็ผิดทิศผิดทาง และจะทำให้เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวช้ากว่าประเทศอื่นๆ ทั้งหมดนี้เกิดจากการที่พลเอกประยุทธ์ บริหารงานแบบผู้นำเผด็จการที่รวบอำนาจไว้คนเดียว ไม่ประสานร่วมมือกับใครแม้แต่คณะรัฐมนตรีของตนเอง ไม่มีความจริงใจที่จะร่วมมือกับภาคเอกชนและที่สำคัญคือไม่ยอมรับฟังความคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะจากใครทั้งสิ้น เมื่อพลเอกประยุทธ์ ขาดความรู้ความเข้าใจและวิสัยทัศน์เป็นพื้นฐานอยู่แล้ว การแก้ปัญหาต่างๆ จึงล่าช้าและสับสนอลหม่านไปหมด จนมาถึงขั้นที่ไม่มีใครยอมรับเชื่อถือ พลเอกประยุทธ์จะเรียกร้องให้ภาคเอกชนลงทุน ให้ประชาชนใช้จ่ายมากขึ้น ก็ไม่มีใครฟัง จะเรียกร้องเชิญชวนให้ประชาชนฉีดวัคซีนก็กลับทำให้ประชาชนยิ่งไม่แน่ใจว่าจะฉีดวัคซีนดีหรือไม่ ล่าสุดพลเอกประยุทธ์ยังมีหน้ามาเสนอให้การต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันเป็นวาระแห่งชาติ ทั้งๆที่ตนเองอุ้มรัฐมนตรีที่มีประวัติการทุจริตค้ายาเสพติดอยู่ใน ครม.โดยไม่รู้ร้อนรู้หนาวต่อเสียงวิพากษ์วิจารณ์ของสังคม
นายจาตุรนต์ กล่าวว่า การจะให้พลเอกประยุทธ์ลาออกหรือการเปลี่ยนตัวนายกรัฐมนตรีคงต้องใช้เวลาอีกพอสมควร ปัญหาก็คือประเทศจะประสบกับวิกฤตที่ใหญ่หลวงยิ่งขึ้น ดังนั้นในระหว่างที่พลเอกประยุทธ์ยังคงเป็นนายกรัฐมนตรีอยู่ เพื่อลดความเสียหายที่จะเกิดขึ้นต่อประเทศชาติพลเอกประยุทธ์ ควรจะเปลี่ยนท่าทีของตนเองเสียใหม่ โดยรู้จักรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่างเปิดโอกาสให้ผู้ที่มีความรู้ความสามารถได้มีโอกาสให้ความเห็นคำแนะนำและร่วมมือกับรัฐบาลมากกว่านี้
“ก็ต้องยอมรับว่าข้อเสนอแบบนี้ ก็เป็นไปได้ยาก ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าอะไรจะเกิดขึ้นก่อนกันระหว่างการที่พลเอกประยุทธ์ จะรู้จักรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่นกับการที่พลเอกประยุทธ์จะลาออก และหากทั้งสองอย่างนี้ไม่เกิดขึ้นเลย ประชาชนก็จะเดือดร้อนกันทั้งประเทศ จะกอบกู้กลับคืนมาก็จะเป็นเรื่องยากและใช้เวลานาน ก็คงต้องช่วยกันคิดว่าจะทำให้ประเทศไทยพ้นจากวิกฤตครั้งใหญ่นี้ไปได้อย่างไร”