“อนุทิน”ลงพื้นที่เขตสวนหลวง อ้อนขอคะแนนเกิน 100 พร้อมชูพัฒนาชุมชนแออัด ยกระดับคุณภาพชีวิต

การเมือง19 ก.พ. 2566 • 19:46 น.
“อนุทิน”ลงพื้นที่เขตสวนหลวง อ้อนขอคะแนนเกิน 100 พร้อมชูพัฒนาชุมชนแออัด ยกระดับคุณภาพชีวิต

เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 19 ก.พ.66 บริเวณชุมชนสะและน้อย ซอยอ่อนนุช 54 เขตสวนหลวง นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข  หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) และคณะผู้บริหารพรรค ประกอบไปด้วย นายสรอรรถ กลิ่นประทุม ประธานคณะที่ปรึกษาพรรค  น.ส. มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรฯ นายศุภชัย ใจสมุทร นายทะเบียนพรรค  นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ หัวหน้าทีมกทม.  พร้อมด้วยนายมณฑล โพธิ์คาย ผู้สมัครส.ส.กทม. ในพื้นที่ ได้เดินทางมาพบปะประชาชน และนำเสนอนโยบายของพรรค  ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น มีประชาชนเข้าร่วมฟังการปราศรัย 2,000 คน 

นายอนุทิน กล่าวว่า การลงพื้นที่ในกรุงเทพฯ ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ จำเป็นต้องมีบุคลากรที่เข้าใจลึกซึ้งถึงพื้นที่ เข้าใจคนในพื้นที่ ถ้าไม่รู้จัก ไม่มีคนรู้ ไม่มีความรู้ รับรองว่าทำงานลำบาก กรุงเทพมีความสลับซับซ้อน ปัญหาเองก็สลับซับซ้อน อย่างไรก็ตามสำหรับพรรคภูมิใจไทย เราไม่คิดว่า มันเหลือบ่ากว่าแรง เราเริ่มต้นจากพรรคอีสาน ต่อมาเราเข้ามาดูแลคนทั้งประเทศ  สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ แก้ไขปัญหาให้คนไทย ทุกภาค แล้วทำไมเราจะทำงานให้คนกรุงเทพไม่ได้ เรามีความมั่นใจ จากความตั้งใจ จากฝีมือของเรา ปัญหาหลายอย่างเราเจอในต่างจังหวัด แล้วมาพบอีกครั้งในกรุงเทพ เราคิดว่า เราผ่านมาแล้ว แก้ให้ท่านได้แน่นอน แต่มันต้องมีผู้แทนของพรรคก่อน ตรงนี้ เราจึงลงมาขอโอกาส ให้เราได้เข้าไปทำงาน โดยเฉพาะกับนายมณฑล ที่มีประสบการณ์เป็น ส.ส.มาแล้ว ถ้าได้กลับไปทำงาน ก็ถือว่าได้สานต่อสิ่งที่ได้ทำไว้ เป็นความต่อเนื่องในการทำงานเพื่อประชาชน 

“หลายพื้นที่ที่เข้าไป พบเห็นปัญหาเรื่องที่ดินซึ่งประชาชนอาศัยอยู่นั้น มันทับซ้อน ทับที่กับรัฐ เป็นชุมชนแออัด คุณภาพชีวิตของประชาชนไม่ดี มันไม่ควรเกิดขึ้น ผมมองในเรื่องของการให้สัญญาเช่า ทำให้มันถูกต้อง อย่าปล่อยให้ปัญหาคาราคาซัง ทุกครัวเรือน ต้องมีทะเบียนบ้าน ขอน้ำ ขอไฟ ได้เอง ไม่ต้องไปต่อเอากับคนอื่น แล้วต้องเสียเงินมากขึ้น ชุมชนแออัด อยู่กันอย่างหวาดกลัว หลบซ่อน มันต้องดีขึ้น คุณภาพชีวิตต้องดีขึ้น” นายอนุทิน กล่าว

นายอนุทิน กล่าวต่อว่า ผู้สมัครทุกคน เราเลือกเอาคนที่ทำงานจริง คนที่มีหัวใจต้องการอาสาทำงานให้ประชาชน ทุกวัน ทางพรรคจะมีการประเมินผลงานของผู้สมัครเพราะเราต้องการเห็นความตั้งใจของคนที่เราเลือกด้วย ซึ่งเมื่อคนพวกนี้ได้เข้าไปทำงาน มั่นใจได้ว่า มันจะเป็นการต่อยอดในสิ่งที่เขาทำไว้ตอนลงพื้นที่ เขาทำงานต่อได้เลย เลือกตั้งปี 62 พรรคภูมิใจไทย มีผู้แทนฯ ใหม่ในหลายพื้นที่  แล้วเราก็ทำงาน ให้ประชาชน เราสร้างอะไรใหม่ๆ มากมาย ในพื้นที่ ที่เราเข้าไปทำงาน อาทิ สะพาน เชื่อมพัทลุง-สงขลา และสะพานข้ามเกาะลันตา จ.กระบี

นายอนุทิน หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย  กล่าวบนเวบนเวทีปราศรัยตอนหนึ่งว่า เลือกตั้งรอบนี้พรรคภูมิใจไทย ลุยหนักจัดเต็มในพื้นที่ กทม.อย่างมาก ยอมรับยากที่สุด ถ้าไม่มีทีมงานที่ดี ไม่มีคนที่เข้าใจพื้นที่ ไม่มีคนที่รู้ลึกซึ้งถึงหัวใจชาว กทม.เอกลักษณ์ของพรรคภูมิใจไทย ไปไหนไปเป็นทีม ไม่มีการทะเลาะเบาะแว้งกัน ไม่เคยมีปัญหาแหกคอก​ ไปในทิศทางเดียวกันหมด มันทำให้เกิดความมั่นคง ส.ส.ของพรรคก็จะได้รับความเกรงใจจากทุกๆฝ่าย และเวลาไปทำงานให้กับพี่น้องประชาชนก็จะได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่าย วันนี้ที่เรากล้าทำทุกอย่าง ที่สัญญาไว้กับประชาชน เพราะเรามีประชาชนหนุนหลัง ถ้าไปเดี๋ยวๆไม่รอด ดังนั้น หากประชาชนเลือกพรรคภูมิใจไทย เข้าไปเยอะๆ ปัญหาของพี่น้องประชาชนก็จะได้รับการแก้ไข ยิ่งเยอะก็ยิ่งได้รับการแก้ไขด้วยความรวดเร็ว  

"ต้องยอมรับว่า วันนี้ภูมิใจไทย โตขึ้นเริ่มจากเป็นพรรค 20 คน เพิ่มมาเป็น 30 คน 50 คนและเพิ่มมา 70 คน เที่ยวหน้าขอเกิน 100 นะครับพี่น้อง  ถ้าทำได้พรรคภูมิใจไทย จะเป็นพรรคที่ไม่ต้องมีใครมาถามอีกแล้วว่า คุณจะไปอยู่กับใคร คุณไปอยู่ที่ไหน คุณจะไปเลือก ป.นี้ไหม ป.นั้นไหม ส.นั่นไหม จ.นั้นไหม ท.นั้นมั้ย ออ.มั้ย ไม่ต้องครับ ถ้าพี่น้องให้ความไว้วางใจพรรคภูมิใจไทยจะมีแต่คำถามว่า ไปหาพรรคภูมิใจไทยหรือยัง"นาย อนุทิน กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนที่นายอนุทิน จะลงพื้นที่สวนหลวง ได้เดินทางไปยังพื้นที่ ซอยประดิพัทธ์ 15 ชุมชนซอย แขวงสามเสนใน เขตพญาไทกรุงเทพมหานคร  เพื่อพบปะพี่น้องประชาชนร่วมกับน.ส.ภาดาท์ วรกานนท์ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม.

สำหรับนโยบายของพรรคภูมิใจไทย ประกอบไปด้วย ตั๋ว One Day Pass การกำหนดค่าโดยสารสาธารณะ รถ เรือ เริ่มต้น 15 บาท ตลอดวัน ไม่เกิน 50 บาท ส่วนรถไฟฟ้า เริ่ม15 บาท ตลอดสาย ไม่เกิน 40 บาท, นโยบายพักหนี้ 3 ปี หยุดต้นปลอดดอกเบี้ยคนละไม่เกิน 1 ล้านบาท การตั้งศูนย์ฟอกไตฟรี โดยจะมีการจัดตั้งศูนย์ฟอกไต 1 เขต 1 ศูนย์ ให้บริการประชาชนลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ป่วยและญาติ, ศูนย์ฉายรังสีมะเร็งฟรี เป็นการจัดตั้งศูนย์ ฉายรังสีรักษาโรคมะเร็งฟรี 1 จังหวัด 1 ศูนย์ ให้ผู้ป่วยเข้าถึงการรักษาได้ง่ายขึ้นไปจนถึงการให้กรุงเทพฯ เป็นเขตสุขภาพที่ 13 และการสร้างโรงพยาบาลในพื้นที่มากขึ้น ให้ขยายการให้บริการให้ประชาชน หลังคาโซล่าเซลล์ฟรีเป็นการติดตั้งหลังคาโซล่าเซลล์ทุกหลังคาเรือน ลดค่าใช้จ่ายในส่วนของค่าไฟฟ้าเฉลี่ยหลังคาเรือนละ 450 บาทต่อเดือน, มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าผ่อนเดือนละ 100 บาท 60 งวด สนับสนุนการใช้พลังงานสะอาด และการเพิ่มค่าตอบแทนอสส.กรุงเทพฯ สนับสนุนคนอาสา เดือนละ 2,000 บาท เจ็บป่วยมีประกันดูแล การหารายได้เพิ่มได้ 3 กะ เปิดพื้นที่ใหม่ๆ ส่งเสริมการท่องเที่ยว

.