รัฐบาลเดินเครื่องแก้หนี้ครัวเรือน
“บิ๊กตู่” เร่งเดินหน้าแก้หนี้8 กลุ่ม ตั้งเป้าหมายปี 2565 เป็น “ปีแห่งการแก้หนี้ภาคครัวเรือน” พร้อมให้กำลังใจลูกหนี้ “มีวินัย-วางแผนที่ดี-ไม่ก่อหนี้” มั่นใจประสบความสำเร็จปลดหนี้สำเร็จ
เมื่อวันที่ 4 ม.ค.65 นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม โพสต์ผ่านเพจ "ประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayut Cha-o-cha" เมื่อวันที่ 2 ม.ค.65 โดยย้ำความมุ่งมั่นของนายกฯ ในการผลักดันให้ปี 65 เป็น “ปีแห่งการแก้หนี้ภาคครัวเรือน” ให้สำเร็จให้ได้
นายธนกร ยังระบุถึงความก้าวหน้าของคณะกรรมการกำกับการแก้ไขหนี้สินของประชาชนรายย่อย โดยมี นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกฯ และรมว.พลังงาน เป็นประธาน ในการดำเนินการตามข้อสั่งการของ พล.อ.ประยุทธ์ ครอบคลุม 8 กลุ่มหนี้ ได้แก่ 1.การแก้ปัญหาหนี้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ปฏิรูปรูปแบบการชำระหนี้ 2.การกำหนดให้การไกล่เกลี่ยและการปรับโครงสร้างหนี้เป็นวาระของประเทศ ผ่านกลไกธนาคารแห่งประเทศไทย และสถาบันการเงินของรัฐ โดย ธปท. จะออกประกาศเรื่อง “การปรับปรุงโครงสร้างหนี้สำหรับลูกหนี้ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจอย่างยั่งยืน” 3.การแก้ปัญหาหนี้เช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์ เช่นการประกาศกรอบอัตราค่าใช้จ่ายในการทวงถามหนี้ที่ช่วยคุ้มครองลูกหนี้ ไม่ให้ถูกเรียกเก็บเงินในการทวงถามหนี้เกินความจำเป็น โดยอัตราค่าทวงถามหนี้กรณีทั่วไปรวมจำนำทะเบียน ให้คิดไม่เกิน 50 บาทต่อรอบการทวงถามกรณีค้างชำระ 1 งวด และคิดไม่เกิน 100 บาทต่อรอบการทวงถาม กรณีค้างชำระมากกว่า 1 งวด คิดอัตราค่าทวงถามหนี้สำหรับปฏิบัติการลงพื้นที่ติดตามถามหนี้ สำหรับสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์หรือมอเตอร์ไซค์ไม่เกิน 400 บาทต่อรอบการทวงถาม กำหนดค่างวดที่ถึงกำหนดชำระที่ต่ำกว่า 1,000 บาท ไม่ให้มีการเก็บค่าทวงถามหนี้
นายธนกร กล่าวต่อว่า 4.การแก้ปัญหาหนี้สินข้าราชการโดยเฉพาะข้าราชการครูและข้าราชการตำรวจ อาทิ การยุบยอดหนี้โดยใช้ทรัพย์สินและรายได้ในอนาคตของครู การปรับดอกเบี้ยเงินกู้ให้ลดลงเหลือไม่เกิน 5% เพื่อให้สอดคล้องกับสินเชื่อหักเงินเดือนข้าราชการที่มีความเสี่ยงต่ำ 5.การปรับลดและทบทวนโครงสร้างและเพดานอัตราดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียม และการออกมาตรการคุ้มครองสิทธิ์ของลูกหนี้ 6.การแก้ปัญหาหนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล มีการจัดตั้ง “คลินิกแก้หนี้” เพื่อเป็น platform กลางในการแก้ไขปัญหาหนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล 7.การแก้ปัญหาการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของประชาชนรายย่อยและSMEsผ่านโครงการ soft loan และสินเชื่อฟื้นฟูของ ธปท. ซึ่งมี SMEs จำนวนแสนกว่ารายได้รับความช่วยเหลือ และ8.การปรับปรุงขั้นตอนในกระบวนการยุติธรรม มีการจัดตั้งศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาททางธุรกิจและการเงิน (Thai Business Mediation Center: TBMC) เพื่อเป็นกลไกช่วยไกล่เกลี่ยข้อพิพาททางธุรกิจและการเงิน และลดคดีที่เข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาล โดยเน้นไกล่เกลี่ยข้อพิพาทผ่านระบบออนไลน์ (Online Dispute Resolution: ODR)เป็นหลัก ซึ่งประชาชนสามารถยื่นคำร้องด้วยตนเองหรือผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์
“นายกฯ มองว่า กับดักหนี้ครัวเรือน (Debt Trap) ถือเป็นหนึ่งในปัญหาเชิงโครงสร้างที่สำคัญของประเทศที่จำเป็นต้องแก้ไข และยังเป็นเศรษฐกิจฐานรากที่มีความสำคัญ ซึ่งหากฐานะทางการเงินของครัวเรือนเปราะบางย่อมส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจสังคมภาพรวม นายกฯมีความตั้งใจช่วยลูกหนี้รายย่อย หนี้ครีวเรือน ลด/ปลดหนี้ ด้วยการเน้นออกแบบมาตรการมาเฉพาะรายกลุ่ม เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการชำระหนี้ ซึ่งนายกฯขอเป็นกำลังใจ เชื่อมั่นว่าทุกรายอยากลด/ปลด หนี้ ขอเพียงให้มีความตั้งใจจริง มีวินัย และมีการวางแผนในการชำระคืนหนี้ที่ดี ไม่ก่อหนี้ใหม่ มั่นใจว่าจะประสบความสำเร็จในการปลดหนี้อย่างยั่งยืน ซึ่งเป็นการคืนความสุขที่แท้จริง”