สภาร่วมแก้โควิด!! “พิธา” ชงยุบทิ้งศบค.-ปรับครม. ตะเพิด “บิ๊กตู่” กลับดูแลครอบครัวลูกหลาน เปิดทางคนรุ่นใหม่ทำต่อ เตือนระวังน้ำตาลุกเป็นไฟ
สภาถกญัตติแก้โควิด!! “พิธา” ชงยุบทิ้งศบค.-ปรับครม.ชี้ 2 ปีไร้ประสิทธิภาพทั้งวัคซีน –ศก. ไล่ “บิ๊กตู่”กลับดูแลครอบครัวลูกหลาน เปิดทางคนรุ่นใหม่ทำต่อ เตือนระวังน้ำตาลุกเป็นไฟ
เมื่อวันที่ 1 ก.ค.ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ได้พิจารณาญัตติด่วน ของส.ส.ฝ่ายค้านและรัฐบาล เกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาโควิดที่กำลังระบาดหนักอยู่ในขณะนี้ โดยนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวว่า ขอเสนอญัตติให้ยุบศบค. เพื่อส่งให้รัฐบาลพิจารณาต่อไป ขณะนี้คนไทยมีสถิติฆ่าตัวตาย 90 นาทีต่อ 1 คน มากสุดรอบ 20 ปี ต้องใช้น้ำตาอีกกี่หยด ชีวิตคนไทยอีกกี่คนกว่านายกฯจะได้ยินเสียงร้องไห้คนไทย วันนี้ประเทศไทยแย่กว่าสหรัฐฯ อินเดีย และแย่กว่าค่าเฉลี่ยเอเชียถึง 2 เท่า เหตุผลที่ต้องยื่นญัตติด่วนยุบศบค. เพื่อกลับมาสู่กลไกลปกติ เพราะจะมีไว้ทำไม ให้รัฐซ้อนรัฐ งบซ้อนงบ มีการสื่อสารสับสนอลหม่าน ตัดสินใจช้าสายเกินไปตลอด ยุบศบค.ไป ต้องปรับครม.ด้วย หารมว.ต่างประเทศมาติดต่อต่างประเทศหาวัคซีนเข้าประเทศ หารมว.มหาดไทยเก่งๆ หาวิธีตรึงคนในพื้นที่ ไม่ใช่กระจายความเสี่ยงจากกทม.ไปภูมิลำเนา หารมว.สาธารณสุขที่รู้เรื่องระบบสาธารณสุขจริง และหารมว.พัฒนาสังคม และรมว.แรงงาน มาช่วยเรื่องเยียวยาประชาชนให้ครอบคลุมทุกกลุ่ม ถึงเวลาต้องเอาคนรุ่นใหม่มาทำงาน
นายพิธา กล่าวว่า วันนี้ถึงเวลาที่ต้องเอาจริงเอาจังแก้ปัญหา ยุบศบค. ปรับครม. อยู่มา 2 ปีกับครม.ที่ไม่มีประสิทธิภาพทั้งวิกฤติวัคซีน เศรษฐกิจ เมื่อได้ครม.ชุดใหม่ ปัญหาคอขวดแรกที่ต้องทลายคือ ระบบสาธารณสุข ขณะนี้แม้มีวัคซีนไฟเซอร์มากองอยู่ ก็แก้ปัญหาไม่ทัน ขนาดรองปลัดกระทรวงสาธารณสุขต้องร้องไห้ มีวิธีแก้ 4ข้อคือ1.สกรีนแยกผู้ป่วยจากชุมชนให้เร็วที่สุดด้วยการตรวจด้วยเครื่องแอนติเจนทุก 3วัน ปูพรมตรวจด้วยเครื่องแอนติเจนทั้งประเทศ 2.ตั้งโรงพยาบาลแรกรับ แม้มีโรงพยาบาลว่าง แต่อยู่คนละสังกัด จึงไม่ส่งข้ามกัน 3.มีมาตรการที่ปฏิบัติได้จริง ให้ยาไปหาคนไข้ 4.การอัปเกรดห้องพยาบาล ให้มีเตียง มีอุปกรณ์ให้พร้อม ไม่ใช่ได้งบไป 1หมื่นล้านบาท แต่เพิ่งซื้อเครื่องช่วยหายใจได้แค่ 37 เครื่อง ส่วนการเยียวยาต้องเยียวยาถ้วนหน้า เป็นเงินสด ยกเลิกแบบเป็นแอปพลิเคชั่นให้มาเสี่ยงโชคกัน หรือหากใครลดค่าเช่า ก็ให้มาหักภาษีย้อนหลังได้ และคอขวดที่ต้องทลายอีกคือ คอขวดวัคซีน ขณะนี้ต้องเร่งหาวัคซีน mRNA 1-2 แสนโดส ให้บุคลากรสาธารณสุขด่านหน้า ป้องกันไม่ให้ติดเชื้อ ฝากส่งท้ายว่า
“ถ้าไม่ยุบบศบค. ไม่ปรับครม. ก็ถึงเวลาต้องถอยให้คนรุ่นใหม่เข้ามาบริหาร ทุกคนรักครอบครัวตัวเอง ถ้าท่านรักครอบครัวของท่าน ให้กลับไปดูแลครอบครัว ลูกหลานของท่าน ให้คนรุ่นใหม่มาแก้ปัญหา น้ำตาคนไหลมาเป็นน้ำ แต่ถ้าตกถึงพื้นก็ลุกเป็นไฟได้เช่นกัน”นายพิธา กล่าว