"เชาว์" ยกกฎหมายแพ่ง ม.1623 ชี้ทรัพย์สินพระสึกตกเป็นของวัดโดยอัตโนมัติ แนะสามารถโอนย้ายก่อนสึกได้

การเมือง1 ธ.ค. 2564 • 16:28 น.
"เชาว์" ยกกฎหมายแพ่ง ม.1623 ชี้ทรัพย์สินพระสึกตกเป็นของวัดโดยอัตโนมัติ แนะสามารถโอนย้ายก่อนสึกได้
"เชาว์" ยกกฎหมายแพ่ง ม.1623 ชี้ทรัพย์สินพระสึกตกเป็นของวัดโดยอัตโนมัติ แนะสามารถโอนย้ายก่อนสึกได้ ถามสังคมได้อะไรจากข่าว พระประกาศอำลาผ้าเหลือง วันที่ 1 ธ.ค.64 นายเชาว์ มีขวด อดีตรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ โะสต์ Facebook CHAO MEEKHUAD เรื่อง ทรัพย์สินของพระภิกษุ เป็นของวัดหรือของใคร มีเนื้อหาระบุว่า กลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์กันในวงกว้าง กรณีพระดังรูปหนึ่งจะลาสึกจากสมณะเพศว่าสามารถนำทรัพย์สินที่ได้มาระหว่างบวช เอากลับบ้านได้หรือไม่ ฝายหนึ่งบอกว่าได้แต่อีกฝ่ายหนึ่งบอกไม่ได้ ซึ่งเรื่องนี้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1623 บัญญัติว่า ทรัพย์สินของพระภิกษุที่ได้มาในระหว่างเวลาที่อยู่ในสมณเพศนั้น เมื่อพระภิกษุนั้นถึงแก่มรณภาพให้ตกเป็นสมบัติของวัดที่เป็นภูมิลำเนาของพระภิกษุนั้น เว้นไว้แต่พระภิกษุนั้นจะได้จำหน่ายไปในระหว่างชีวิตหรือโดยพินัยกรรม” ซึ่งถ้าดูตามบทบัญญัติกฎหมายค่อนข้างเขียนไว้ชัดว่า ในระหว่างที่พระรูปนั้นบวชอยู่ก็สามารถจัดการทรัพย์สินได้ทุกอย่าง จะจำหน่ายจ่ายโอน หรือยกทรัพย์สินให้ใครก็ได้ แต่ก็มีปัญหาต้องตีความว่า กฎหมายได้ให้สิทธิ์จำหน่ายจ่ายโอนไว้แค่ไหนเพียงไร เพราะมาตรา 1623 ใช้คำว่า “ในระหว่างชีวิต” ซึ่งถ้าตีความให้เคร่งครัด ก็ย่อมหมายถึงระหว่างชีวิตสมณเพศ หรือระหว่างที่พระรูปนั้นบวชอยู่นั่นเอง เพราะฉะนั้นถ้าได้เปล่งวาจาลาสิกขาเสร็จสิ้น ย่อมถือว่าขาดจากความเป็นพระหรือตายจากความเป็นพระภิกษุโดยผลของกฎหมายแล้ว หากทรัพย์สินเหลืออยู่ย่อมตกเป็นของวัดจะขนข้าวของทรัพย์สินเงินทองทุกอย่างกลับไปบ้านไม่ได้คือพูดง่ายๆ ถ้าจะเอากลับก็เอากลับตอนที่ยังไม่สึก ซึ่งเรื่องนี้ยังไม่มีคำพิพากษาฎีกาที่ตรงกับข้อเท็จจริงนี้ทีเดียวที่จะเทียบเคียงได้ "ข่าวลาสึกของพระรูปหนึ่ง และพระอีกรูปประกาศว่า มีแผนลาสึก ที่ตีข่าวกันทุกวันที่เห็นมีประโยชน์กับประชาชนบ้างก็คงเกี่ยวกับประเด็นล่าสุดที่ถกเถียงเรื่องข้อกฎหมายเกี่ยวกับการถือครองทรัพย์สินของพระ นี่แหละครับที่พอช่วยให้สังคม ได้ความรู้เพิ่มขึ้น” นายเชาว์ ระบุทิ้งท้าย