"ก้าวไกล" จี้ “กกต.” เปิดข้อมูลผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้ารายเขต แนะเร่งแก้ไขความผิดพลาด ก่อนเลือกตั้ง 14 พ.ค.นี้โดยเร็ว

การเมือง9 พ.ค. 2566 • 09:13 น.
"ก้าวไกล" จี้ “กกต.” เปิดข้อมูลผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้ารายเขต แนะเร่งแก้ไขความผิดพลาด ก่อนเลือกตั้ง 14 พ.ค.นี้โดยเร็ว

 

เมื่อเวลา 14.15 น. วันที่ 9 พ.ค. 66 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายณัฐวุฒิ บัวประทุม รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวภายหลังการยื่นคำร้องต่อนายอิทธิพร บุญประคอง ประธานกกต. ในหลายประเด็น ที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง ว่า ตนเดินทางมายื่นคำร้องในหลายประเด็น โดยขอให้เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาให้แล้วเสร็จ ก่อนที่จะมีการเลือกตั้งในวันที่ 14 พ.ค. 66 ประเด็นที่ 1.เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งล่วงหน้าในวันที่ 7 พ.ค. 66 ที่ผ่านมา ขณะที่แต่ละจังหวัดได้แถลงข้อมูล ว่ามีผู้ลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าเป็นจำนวนเท่าไหร่ เดินทางมาใช้สิทธิจริงเป็นจำนวนเท่าไหร่ ซึ่งบางเขตมีผู้มาใช้สิทธิตั้งแต่ 90% จนถึง 100% แต่ในพื้นที่จ.พระนครศรีอยุธยา มีการเปิดเผยข้อมูลว่ามีผู้เดินทางมาใช้สิทธิเป็นจำนวนเกิน 100% ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะออกมาแก้ไขจำนวนผู้มาใช้สิทธิที่ถูกต้อง ส่วนตัวยอมรับได้ แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นหลังการเลือกตั้งล่วงหน้านั้น ตนก็ยังไม่รู้ ว่ามีผู้เข้ามาใช้สิทธิเลือกตั้ง ทั้งในและนอกเขตเป็นจำนวนเท่าไหร่ โดยตนอยากให้กกต. แจ้งรายละเอียดเป็นรายเขต ทั้ง 400 เขตเลือกตั้ง ว่ามีผู้มาใช้สิทธิจริงเป็นจำนวนเท่าไหร่ 

นายณัฐวุฒิยังกล่าวกรณีซองไปรษณีย์สำหรับใส่บัตรเลือกตั้งล่วงหน้า ว่า ก็อยากทราบเหมือนกันว่าเมื่อแยกเป็นเขตแล้วมีจำนวนเท่าไหร่ ซึ่งมองว่าเรื่องนี้ เป็นเรื่องสำคัญ อีกทั้งกรณีความผิดพลาดในการกรอกข้อมูลต่างๆ ลงบนซองไปรษณีย์นั้น ถูกต้องหรือไม่ ซึ่งปัญหาดังกล่าวกกต.ได้ออกมาชี้แจงแล้ว แต่ถ้าไม่ได้จัดทำรายละเอียดตามที่ตนระบุ จะไม่ทราบว่ามีผู้ลงทะเบียนใช้สิทธิ และมาใช้สิทธิเป็นจำนวนเท่าไหร่ รวมถึงการส่งไปรษณีย์กลับไปนับคะแนนเป็นจำนวนเท่าไหร่ บัตรจะตรงกับผู้ใช้สิทธิหรือไม่ ถ้าไม่ตรงกันเล็กน้อย ก็อาจจะเกิดความผิดพลาดที่ไม่มาก แต่ถ้าไม่ตรงกันเป็นจำนวนมาก ก็จะมีข้อสงสัยต่อการปฏิบัติหน้าที่ของกกต. และน่าจะเกิดความไม่เป็นธรรมต่อทุกพรรคการเมือง 

ประเด็นที่ 2 ถ้าดูตามระเบียบของกกต. จะต้องประกาศเรื่องการลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า ทั้งในและนอกเขต และจะต้องประกาศว่า จะมีการนับคะแนนที่ใด ไม่น้อยกว่า 10 วันก่อนที่จะมีการเลือกตั้งในวันที่ 14 พ.ค. แม้ว่าทางพรรคการเมืองจะทราบแล้วว่า กกต.ได้มีการประกาศจำนวนผู้เดินทางมาใช้สิทธิแล้วก่อนหน้านี้ แต่ก็ไม่ได้ประกาศลงในเว็บไซต์ และยังตรวจพบว่า การประกาศดังกล่าวเกิดขึ้นในบางจังหวัด ไม่ทั่วถึง ซึ่งจะทำให้ทั้งตัวแทนพรรคการเมือง ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งล่วงหน้า ภาคประชาชน และผู้สังเกตการณ์ จะไม่ทราบเรื่องดังกล่าว โดยเฉพาะเรื่องของการนับบัตรทั้งในและนอกเขต รวมถึงนอกราชอาณาจักร ซึ่งจะทำให้ผู้สังเกตการณ์ไม่สามารถรู้สถานที่นับคะแนน

ประเด็นที่ 3 ทราบว่าทั้งประเทศมีหน่วยเลือกตั้งเกือบแสนหน่วย ตามที่กกต.ได้ประกาศ แต่ไม่มีรายละเอียดที่ลงไว้ในเว็บไซต์ ทั้งในส่วนกลาง และในส่วนของต่างจังหวัดที่ไม่ได้ลงข้อมูลดังกล่าว ทำให้ประชาชนไม่ทราบว่าหน่วยเลือกตั้งของตนเองอยู่ที่ไหน

นายณัฐวุติ กล่าวด้วยว่า ทั้ง 3 ประเด็น ตนขอให้สำนักงานกกต. ได้จัดทำข้อมูลดังกล่าว เป็นรูปแบบของไมโครซอฟเอ็กเซล เพื่อชี้จุดเลือกตั้ง ว่าอยู่ที่ไหน รวมถึงหน่วยเลือกตั้งกว่าแสนหน่วยนั้น อยู่ที่ใดบ้าง โดยขอให้กกต.ส่วนกลางได้แจ้งพื้นที่ เพื่อประกาศข้อมูลลงไปในเว็บไซต์ทุกจังหวัด เพื่อให้ประชาชนทราบต่อไป

เมื่อถามว่า กรณีความผิดพลาดในการเลือกตั้งล่วงหน้าที่เกิดขึ้น มีทั้งภาคประชาชน และการเมือง บางส่วนออกมาเรียกร้อง ว่าให้การเลือกตั้งล่วงหน้าเป็นโมฆะ เพื่อความโปร่งใส นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า การเลือกตั้งล่วงหน้า จะเป็นโมฆะหรือไม่ ต้องดูข้อเท็จจริงในหลายปัจจัย ทั้งนี้ อยู่ระหว่างการพิจารณาเกี่ยวกับการร้องเรียนในขั้นตอนต่อไปอย่างไรก็ตาม ความผิดพลาดที่พบ เป็นเพียงความผิดพลาดส่วนบุคคล ส่วนตัวมองว่า กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง(กปน.) อาจจะเกิดความไม่เข้าใจ แม้จะมีการอบรม เมื่อกกต.ทราบปัญหาดังกล่าวแล้ว ก็จะควรเร่งทำความเข้าใจโดยส่วนตัวว่าเร็วไป ถ้าทำให้การเลือกตั้งล่วงหน้าเป็นโมฆะ ซึ่งกกต.มีเวลาแก้ไข ก่อนที่จะถึงวันเลือกตั้งในวันที่ 14 พ.ค. 66 ให้การเลือกตั้งครั้งนี้เดินหน้าไปดีกว่า

เมื่อถามถึงรายละเอียดในเรื่องที่จะฟ้องร้องกกต.หรือไม่ นายณัฐวุฒิกล่าวว่า ยังอยู่ในขั้นตอนการรวบรวมข้อมูล ซึ่งเบื้องต้นพบเพียงว่าเป็นปัญหาในทางปฏิบัติ ใช่ปัญหาความตั้งใจของกกต. หรือระเบียบข้อกฎหมาย ที่จะส่อไปได้ ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มีใครที่ต้องการให้เหตุการณ์เช่นนั้นหรือไม่ พร้อมยอมรับว่าพรรคก้าวไกลเป็นผู้ที่เสียหาย และเสียผลประโยชน์ในเรื่องดังกล่าว ซึ่งจะต้องรวบรวมข้อมูลความเสียหายที่เกิดขึ้น ว่าจะส่งผลกระทบต่อการเลือกตั้งของพรรคก้าวไกลหรือไม่ หากมีข้อมูล หรือมีหลักฐานที่ส่อว่าเป็นไปตามนั้น ก็จะต้องมีผู้รับผิดชอบ ซึ่งไม่ใช่เจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการ แต่ต้องเป็นเจ้าหน้าที่ระดับนโยบาย คือ กกต. พร้อมย้ำว่า กกต.ชุดนี้ มีประสบการณ์ในการจัดการเลือกตั้งเมื่อปี 62 แล้ว ซึ่งผ่านมาแล้ว 4 ปี ถ้าหากทำให้เกิดผลกระทบต่อการเลือกตั้ง กกต.จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ