“พรเพชร”ปัด!วิจารณ์มติ กมธ.เซ็ตซีโร่ กกต.ชี้สามารถแก้ไขได้ หากไม่ขัดเจตนารมย์ รธน.
เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 5 มิ.ย. ที่รัฐสภา นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่คณะกรรมาธิการพิจารณาร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) มีมติเซ็ตซีโร่กกต.ทั้งคณะ ว่า ในฐานะประธานสนช.ต้องวางตัวเป็นกลาง จะไปวิพากษ์วิจารณ์ความเห็นของกมธ.หรือของผู้สงวนคำแปรญัตติคงไม่เหมาะสม อีกทั้งกระบวนยังไม่สิ้นสุด เพิ่งผ่านกมธ.ที่มีการแก้ไขบทเฉพาะกาล โดยร่างเดิมของกรธ.ต้องการรีเซ็ตเฉพาะกรรมการกกต.ที่ขาดคุณสมบัติให้พ้นจากตำแหน่ง แต่กมธ.ปรับเปลี่ยนให้มีการเซ็ตซีโร่ ซึ่งกมธ.ก็มีความเห็นหลายรูปแบบทั้งเป็นไปตามร่างเดิม และให้กกต.อยู่ต่อไปจนครบวาระ เพราะเห็นว่าไม่ควรไปริดรอนสิทธิ์ ซึ่งในการประชุมสนช.ในวันศุกร์ที่ 9 มิ.ย.รอฟังแต่ละฝ่ายมีเหตุผลอย่างไร
“เท่าที่ได้รับรายงานมาการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้สามารถทำได้ เจ้าของร่างคือ กรธ.ต้องการให้รีเซ็ต แต่กมธ.เปลี่ยนเป็นเซ็ตซีโร่ ผมไม่ชี้นำว่าจะต้องเป็นอย่างไร แต่การพิจารณากฎหมายลูกมีลักษณะพิเศษคือไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยหลักการของเจ้าของร่าง ไม่เหมือนการพิจารณาร่างพ.ร.บ.ปกติธรรมดา ซึ่งหลักการพิจารณากฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญมีข้อจำกัดคืออย่าแก้ไขให้ขัดกับบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ แม้หลักการเจ้าของร่างจะเขียนอย่างไรก็สามารถปรับปรุงได้ แต่ต้อง เป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ และต้องส่งเสริมกระบวนการทางการเมืองเดินไปด้วยดี มีประสิทธิภาพและประโยชน์สูงสุดต่อระบอบประชาธิปไตย”นายพรเพชร กล่าว
เมื่อถามว่ามีการมองว่าการเซ็ตซีโร่ขัดต่อบทบัญญัติรัฐธรรนูญ นายพรเพชร กล่าวว่า ขัดหรือไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ เป็นหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งกฎหมายมีหลายช่องทางนำไปสู่ศาลรัฐธรรมนูญได้ แต่หากกกต.โต้แย้งไม่เห็นด้วยก็อาจต้องตั้งกรรมการร่วมเพื่อพิจารณาต่อ อย่างไรก็ตามขั้นตอนการยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญนั้นก่อนที่นายกฯจะนำร่างกฎหมายเพื่อให้ทรงลงพระปรมาภิไธยนั้น สมาชิกไม่น้อยกว่า 1 ใน 10 ของสมาชิกสนช.สามารถเข้าชื่อยื่นต่อประธานเพื่อส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยได้