"นายกฯ" แจงสภาฯ ชี้ใครเป็นรัฐบาลต้องเจอปัญหาสินค้าแพง อย่าโทษกันไปมา ยันไทยมีประสิทธิภาพการเงิน
วันที่ 17 ก.พ.65 เมื่อเวลา 19.10 น. ที่รัฐสภา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ชี้แจงระหว่างอภิปรายทั่วไปตามมาตรา 152 ว่า เรื่องอะไรก็ตามที่ไม่ชัดเจนก็ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง อย่างเรื่องหมู ซึ่งเราก็ทำงานบนข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริงและโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรเท่าที่ทราบไม่ระบาดไปสู่คน การที่บอกว่าปกปิดเรื่องการส่งหมูออกไปต่างประเทศมันปกปิดไม่ได้หรอก เพราะทั้งโลกก็ต้องตรวจสอบหมูที่มาจากประเทศไทย
ทั้งนี้ตนได้สั่งการให้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการ เพื่อให้มีการพัฒนาทั้ง ผู้ประกอบการรายใหญ่ ขนาดกลางและย่อยเพื่อเข้าถึงมาตรการช่วยเหลือของรัฐสิ่งสำคัญที่สุดคือการพัฒนาคุณภาพในการเลี้ยงสุกรให้สามารถป้องกันโรคระบาดได้ ตนไม่ได้นิ่งนอนใจในทุกเรื่อง และตนก็ไม่ได้จากประโยชน์จากตรงนี้
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วันนี้ต้องยอมรับว่าสินค้าราคาแพงขึ้น บางอย่างแพงมากเกินไปมากกว่าต้นทุนที่ควรจะเป็น ก็ต้องขอความร่วมมือจากภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ว่าต้นทุนเท่าไหร่ ควรจะขายเท่าไหร่ ควรจะซื้อเท่าไหร่ ตรงนี้คือความร่วมมือ ตนไม่ต้องการให้สร้างความแตกแยกไปโทษใคร แต่เป็นเรื่องที่รัฐบาลให้ความสำคัญ และมีมาตรการแก้ไขมาตามลำดับ ทุกปัญหาเมื่อเกิดก็ต้องแก้ตามความเร่งด่วน และมีกลไกในการแก้ไข เพราะเกี่ยวข้องกับการใช้จ่ายงบประมาณ การสินค้าราคาแพงขึ้นเกิดจากเงินเฟ้อขึ้นทั่วโลก ไม่ใช่เฉพาะที่ประเทศไทยที่ตนพูดไม่ใช่บอกว่าเราดีแล้วคนอื่นไม่ดี มันไม่ใช่แต่ต้องการให้ทุกคนมองภาพในมุมกว้างในภูมิภาคในโลกใบนี้เพราะเราไม่ได้อยู่คนเดียวในโลกใบนี้
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า คำว่าราคาแพงทั้งแผ่นดิน ทุกคนยอมรับว่าสินค้ามีราคาแพงขึ้น อัตราเงินเฟ้อเกิดขึ้นทั่วโลก เราก็ต้องมองเรา มองเขาไปด้วย จะบอกว่าไม่สนใจต่างประเทศไม่ได้ แต่เราผูกพันทั้งในเรื่องการค้าขาย การส่งออก การท่องเที่ยว ทั้งหมดพันกันไปหมด
“ใครเป็นรัฐบาลก็เจอแบบเดียวกัน ผมไม่ได้แก้ตัวอะไร แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้ว ก็เป็นหน้าที่ของพวกเราทุกคนที่จะช่วยกันแก้ไข ทั้งรัฐบาล ภาคธุรกิจ ภาคเอกชน ภาคประชาชน ภาคประชาสังคม แม้กระทั่งฝ่ายนิติบัญญัติก็ต้องช่วยกันทำความเข้าใจให้กำลังใจซึ่งกันและกัน ในการแก้ไขปัญหาเหล่านี้ ซึ่งท่านก็รู้ว่าปัญหานี้ไม่ใช่เพิ่งเกิดและเกิดมาจากสถานการณ์อื่น ไม่ใช่อยู่ดีๆ ราคาแพงขึ้นมาเฉยๆ แต่มันมีสาเหตุ เพราะมีเรื่อง โควิด-19 ความขัดแย้งในภูมิภาค เรื่องพลังงานเข้ามา ก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับรัฐบาลด้วย เราก็พยายามทำอย่างเต็มที่ เมื่อเกิดขึ้นแล้วก็เป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะต้องแก้ไขอย่างมีสติ อย่างรอบคอบ” นายกฯ กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่เพิ่มขึ้นเปอร์เซนต์เดียวตนก็ไม่อยากให้ขึ้น ไม่มีรัฐบาลไหนอยากให้ขึ้นหรอก แต่จะแก้ปัญหาอย่างไรก็ต้องพิจารณากันอย่างถี่ถ้วน ในเรื่องอาหารเราไม่ได้รับผลกระทบมาก เพราะเราผลิตขึ้นเองได้ ส่วนที่มีราคาแพงก็ต้องไปดูว่าร้านไหนที่แพงเกินเหตุ ที่ฉวยโอกาส ซึ่งเราจะต้องเจอกับราคาสินค้าที่แพงไปอีกสักพัก แต่รัฐบาลก็ให้ความสำคัญ เพราะเป็นเรื่องปากท้องประชาชน ทั้งหมดที่อยู่ในห้องนี้หรือนอกห้องนี้ก็ตามประชาชนเป็นผู้ที่ไว้ใจให้เราเข้ามา บางอย่างก็ต้องคิดไปด้วยกันอะไรไม่ดีก็เตือนก็บอก อย่างการอภิปรายวันนี้ให้ตนมาฟังก็มาฟัง อะไรที่ให้ไปแก้ก็จะกลับไปแก้ อะไรที่ไม่ดีก็ตรวจสอบไม่ใช่วาระที่จะมาอภิปรายไม่ไว้วางใจ
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ในเรื่องราคาน้ำมันและราคาพลังงานที่แพงขึ้น รัฐบาลพยายามอย่างเต็มที่ที่จะลดภาระของประชาชน ลดค่าใช้จ่ายของทุกคน ลดแรงกระแทกของประเทศไทยจากวิกฤตการณ์ดังกล่าว เรื่องราคาน้ำมันจะมาบอกว่ารัฐบาลไม่รู้เรื่องเลยไม่สนใจคงไม่ใช่ ฉันต้องเอาข้อมูลทั้งหมดมาตีแผ่ให้ครบถ้วน ที่เสนอให้ปรับตรงโน้นลดตรงนี้ ไม่เก็บไว้ตรงนี้ฟังแล้วก็ดูดีแต่จะทำได้หรือไม่มันกระทบซึ่งกันและกันหรือไม่เราก็พยายามที่จะลดปัญหา ลดความเดือดร้อนให้มากที่สุด รัฐบาลพยายามประคับประคองราคาน้ำมันและใช้เงินชดเชยจากกองทุนน้ำมันในช่วงปี 2564 ไปกว่า 33,000 ล้านบาท มีการปรับอัตราเงินชดเชยกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงและมีการกู้เงินเสริมสภาพคล่องในกองทุน
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า จากสถานการณ์โควิด -19 เราลดภาระให้กับประชาชนได้มากถึงมากที่สุดจากมาตรการช่วยเหลือต่างๆที่ได้ออกไปแล้ว เพื่อช่วยบรรเทาความเสียหายที่เกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชนทั้งนี้หากรัฐบาลไม่มีมาตรการช่วยเหลือลงไปอย่างที่ท่านมาหาว่าเราใช้ประชานิยม ประชาชนก็อยู่ไม่ได้ มาตรการวันนี้เพื่อความอยู่รอดรวมถึงการสร้างความเข้มแข็งพร้อมกันไปด้วย แต่วันนี้ที่เขาเดือดร้อนกันก็ต้องดูแลให้เขาอยู่รอดให้ได้ซะก่อน อย่างไรก็ตามเรายังจะต้องเจอสถานการณ์นี้ไปอีกสักพักนึง ซึ่งรัฐบาลให้ความสำคัญเป็นอย่างมากในการแก้ไขปัญหา แต่ทุกคนต้องมีส่วนร่วม เพราะรัฐบาลไม่สามารถดูแลทุกภาคส่วนได้
“ในช่วงที่เกิดสถานการณ์โควิด-19 ประเทศไทย ไม่เหมือนประเทศอื่น ไม่เหมือนใครทั้งสิ้นบนโลกใบนี้ ผมพบกับต่างประเทศ ประเทศไทยไม่มีอะไรที่เหมือนคนอื่นเขาเลย เรามีศักยภาพ มีสถาบันครบถ้วน ที่ทำให้บ้านเมืองนี้อยู่มาได้จนถึงทุกวันนี้ เราไม่ได้กู้มาจากต่างประเทศมาก จนคนอื่นเขาเมินหน้าหนี ถ้าเราจะกู้อีกเขาก็ให้เรากู้ แต่พวกท่านไม่ให้ผมกู้
ไม่อยากจะบอกว่า เจ้าหนี้ทุกคนอยากให้ประเทศไทยกู้ เพราะกองทุนสำรองฯ เราก็มี ทำไมเราไม่เอาจุดดีตรงนี้มาพูดกัน มัวแต่โจมตีกันไปกันมา มันไม่เกิดประโยชน์อะไรทั้งนั้นในเวลานี้ ผมยืนยันไทยยังมีประสิทธิภาพในการเงิน การคลังมาตรการเศรษฐกิจรัฐบาล ผมเป็นคนขับเคลื่อน สั่งการมอบนโยบาย ครม.พยายามเต็มที่ ด้วยการช่วยขับเคลื่อน
หลายคนทำงานอย่างหนัก ทุกคนอยากให้เศรษฐกิจเติบโต แข็งแรง แต่ก็ต้องเน้นวินัยการเงิน การคลัง อยากให้เศรษฐกิจเติบโตแข็งแรง วันนี้ยังไม่มีธนาคารไหนเจ๊ง ทำไมไม่เอาจุดนี้มาพูด มัวแต่โจมตีกันไปมา ไม่เกิดประโยชน์อะไร ขอให้ประชาชน สมาชิกมั่นใจ เราเข้าใจสถานการณ์ จะนำสิ่งที่ท่านเสนอมาไปแก้ไข” นายกฯ กล่าว
นายกฯ กล่าวว่า สำหรับเรื่องโครงการคนละครึ่งระยะที่ 1-4 ออกมาเพื่อลดภาระค่าอาหารเครื่องดื่มและสินค้าทั่วไป เขาอยากได้เงินไปดำรงชีพให้ครอบครัวอยู่ได้ ซื้อสินค้าจากร้านค้าที่ขึ้นทะเบียนไม่ใช่ให้ไปซื้อจากเจ้าสัวหรือใครก็แล้วแต่มาตรการออกมาอย่างนี้อย่าบิดเบือน ใครโกงตรงไหนก็รู้
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า สแกมเมอร์ การโกงประชาชนผ่านช่องทางออนไลน์ตนไม่ได้นิ่งนอนใจได้สั่งให้มีการตรวจสอบติดตามจับกุมดำเนินคดี ฉะนั้นหากใครรู้ใครเห็นก็ขอให้แจ้งและร้องเรียนเข้ามา ซึ่งรัฐก็จะมีการติดตามอยู่แล้ว เดือนนึงมีเรื่องร้องเรียนเข้ามาเกือบ 9 แสนเรื่องซึ่งมีการแก้ไขไปกว่า 90% แต่ถ้าพูดอยู่อย่างนี้โกง ทุจริต อันนั้นก็ไม่ใช่ อันนี้ก็ไม่ดีไม่ดี ไม่มีใครแก้ให้ท่านได้หรอก ต้องช่วยกัน และหากถึงมือนายกฯ ก็ไม่ปล่อยใครอยู่แล้วไปสู้กันตามกฏหมายตนตัดสินให้ไม่ได้ ซึ่งเรื่องนี้ตนได้มอบหมายให้ตำรวจประสานกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช.มาโดยตลอด