"เครือข่ายคนรุ่นใหม่นนทบุรี " บุกสภาฯ ร้องถูกตร.คุกคาม ยึดรถก่อนร่วมคาร์ม็อบ "เจี๊ยบนครปฐม" จวก คฝ. ทำตัวเป็นคู่ขัดแย้งม็อบ
"เครือข่ายคนรุ่นใหม่นนทบุรี" ร้องสภาฯ โดนคุกคามยึดรถก่อนร่วมคาร์ม็อบ ไร้หมายจับ-ตร.สลายชุมนุมผิดหลักสากล ด้าน "เจ๊เจี๊ยบ" จวก คฝ. ทำตัวเป็นคู่ขัดแย้งม็อบเสียเอง
เมื่อวันที่ 18 ส.ค. เวลา 11.00 น. ที่รัฐสภา เครือข่ายคนรุ่นใหม่นนทบุรี ยื่นหนังสือถึงคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน กมธ.การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน และกมธ.ตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร เพื่อร้องเรียนกรณีถูกคุกคามโดยเจ้าหน้าที่รัฐ โดยมีนางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) เป็นตัวแทนรับหนังสือ
โดยนายเจษฎา ศรีปลั่ง โฆษกเครือข่ายคนรุ่นใหม่นนทบุรี กล่าวว่า สืบเนื่องจากกลุ่มของเราได้จัดกิจกรรมคาร์ม็อบเพื่อไปร่วมกับกลุ่มของนายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด เมื่อวันที่ 1 และ 10 ส.ค. แต่ถูกเจ้าหน้าที่ยึดรถ และเครื่องเสียง พร้อมกับจับกุมโดยไม่แจ้งข้อกล่าวหาหรือแสดงหมายจับ นอกจากนี้เมื่อจับกุมตัวแล้วก็ไม่แจ้งว่าจะนำตัวไปที่ใด ซึ่งถือว่าผิดหลักสากล จากนี้เจ้าหน้าที่จะต้องแสดงหมายจับ และต้องแจ้งสิทธิเสรีภาพว่าผู้ถูกจับกุมสามารถทำอะไรได้บ้าง เช่น ติดต่อทนายอย่างไร และต้องแจ้งว่าจะพาตัวไปที่ไหน
ขณะที่นายชัชชัย เบียดกลาง สมาชิกเครือข่ายคนรุ่นใหม่นนทบุรี เปิดเผยเหตุการณ์หลังถูกจับกุมขณะกำลังจัดร่วมคาร์ม็อบ ที่ จ.นนทบุรี เมื่อวันที่ 1 และ 10 ส.ค.ว่า หลังจากถูกตํารวจ สภ.รัตนาธิเบศร์ จับกุมเวลา ประมาณ 16.20 น. เจ้าหน้าที่ได้เร่งรีบนำตัวผู้ต้องหา ขึ้นรถไปควบคุมยังกองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดน (บก.ตชด.) ภาค 1 จังหวัดปทุมธานี หลังจากถูกนำตัว ไปที่ ตชด. เริ่มมีการอดน้ำ อดอาหาร จวบจนรุ่งเช้า เราก็หิว เรารอเเล้วรอเล่า เก้าโมงก็เเล้วสิบโมงก็เเล้ว คำตอบที่ได้คือ นี่คือพื้นที่ในการควบคุมผู้ต้องหาคดียาเสพติด เราก็ได้แต่นั่งดูผู้ต้องหายาเสพติดเขากินข้าว แต่ในส่วนของเราซึ่งเป็นกลุ่มคนที่มาเรียกร้องเพื่อให้มีการเปลี่ยนเเปลง กลับได้รับการปฏิบัติเยี่ยงสัตว์ ที่ร้องขออาหารจากเจ้าหน้าที่ที่จับเรามาขัง คำตอบที่ได้มาคือสถานที่ควบคุมตัวคือสโมสรตำรวจไม่มีส่วนรับผิดชอบในการหาข้าวปลาอาหารให้กับผู้ที่ถูกจับกุม เขาอ้างว่า เป็นหน้าที่ชุดจับกุม ซึ่งเรายังไม่ทราบว่าใครเป็นคนจับกุม เพราะตอนที่เข้าจับกุมไม่มีการเเสดงตัว ไม่มีการเเจ้งข้อกล่าวหามีเเต่การตรวจยึด และหลังจากพอมีการออกมาขอข้าว น้ำ จนถึงเวลา 11.00 น. พอมีญาติมาเยี่ยม ได้ประสานงานทหาร จึงได้รับประทานอาหาร อันนี้คือความเสื่อมทราม ที่ไม่อยากให้มีเหตการณ์เเบบนี้เกิดขึ้นอีกเเล้ว
ด้านนางอมรัตน์ กล่าวว่า การสลายการชุมนุมโดยอ้างพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ได้ส่งผลกระทบต่อประชาชน และสื่อมวลชนด้วย เช่น การได้รับบาดเจ็บจากกระสุนยาง จึงอยากให้สื่อช่วยเป็นกระบอกเสียงให้กับพี่น้องประชาชน เพราะขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชน (คฝ.) ที่มาปฏิบัติหน้าที่ทำเป็นตัวเป็นคู่ขัดแย้งกับประชาชนเสียเอง ทั้งนี้ส.ส. พรรคก้าวไกลจึงได้ตามไปประกันตัวผู้ถูกจับกุมตัว เพื่อให้ทุกคนมีโอกาสในการหาหลักฐานในการสู้คดี