“วราเทพ” ปลุกใจ พปชร. ฮึกเหิม เปลี่ยน 39 เป็น 93 เลือกตั้งครั้งหน้า “ไผ่ ลิงค์” ชงเปลี่ยนที่ส.ป.ก. เป็นโฉนด
เมื่อเวลา 14.18 น. น.วันที่ 21 ต.ค. 2566 ที่โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล ภูเก็ต รีสอร์ท จ.ภูเก็ต ช่วงบ่ายการสัมมนาสา.พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.)ได้เปิดโอกาสให้ สส.แสดงความคิดเห็นและเสนอแนะแนวการทำงาน โดยมีนายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.สาธารณสุข รองหัวหน้าพรรค นายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรค นายวรเทพ รัตนากร ผู้อำนวยการพรรค เข้ามาเป็นผู้ตอบคำถาม
โดยนายวราเทพ กล่าวตอนหนึ่งว่า สิ่งที่นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ ในฐานะประธานกรรมการด้านการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์พรรค บอกว่าการเลือกตั้งครั้งหน้าต้องได้มากกว่า 39 + 1 จริงๆแล้ว ถ้ากลับตัวเลขจะกลายเป็น 93 + 1 หรือเปล่า เพราะพรรคพปชร.เคยได้ถึง 117 ที่นั่ง ในการเลือกตั้งเมื่อปี 62 แต่สิ่งหนึ่งที่หลายคนมองไม่ออก คือ เมื่อปี 2562 พรรคพปชร.มี สส.ทุกภูมิภาคของประเทศไทย รวมถึง กทม. และคราวนี้เราก็มี สส ทุกภาค ขาดแค่ กทม. ตนจึงอยากให้ทุกภาคมีนโยบายภาค โดยเป็นเรื่องของปัญหาใหญ่ๆของแต่ละภูมิภาค โดยเฉพาะเรื่องที่หลายรัฐบาลแก้ไขไม่ได้ น่าจะนำมาจุดประกาย แม้จะเป็นพรรคอันดับ 4 แต่ควรจะมีนโยบายเหล่านี้ มาใช้ในการเลือกตั้งครั้งหน้า
จากนั้นบรรดา สส. ได้พูดถึงปัญหาที่อยากจะสะท้อน อาทิ นายไผ่ ลิกค์ สส. กำแพงเพชร กล่าวว่า สำหรับนโยบาย ที่ดิน ส.ป.ก.คงเป็นเรื่องสำคัญสุดที่เราสัมมนาครั้งนี้ และเราเชื่อมั่นการผลักดันที่ดิน สปก.เป็นโฉนดในแบบที่ควรเป็น และเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งเรื่องของนโยบายพรรค อยากให้จับประเด็นไม่จำเป็นต้องไม่จำเป็นต้องเยอะ แต่ทำให้ถูกใจประชาชน
อย่างเรื่อง ส.ป.ก. ตนลงพื้นที่ประชาชนต้องการจริงๆ และเพื่อเป็นของขวัญ โดยร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ประกาศไว้ว่าวันที่ 15 ม.ค. 2567 จะเริ่มแจกเป็นของขวัญ จึงอยากฝากพรรคช่วยผลักดัน เพื่อจะได้เป็นนโยบายนำไปพูดกับประชาชนได้ และสิ่งที่พวกเราพยายาม สนับสนุนออกมาในรูปแบบต่างๆ เราจะตั้งใจทำ
นายไผ่ ยังกล่าวต่อได้ว่า และอีกไม่นานมีเรื่อง พยายามต่อสู้และพยายามผลักดัน คือ Entertainment Complex ในการหารายได้เข้าประเทศ เราจะผลักดันเข้าสู่สภาฯเพื่อนำไปสู่การแก้ไขกฎหมาย ซึ่งถือเป็นผลงานของเราที่ชัดเจนที่เราเริ่มก่อตั้งมา อยากให้ทุกคนช่วยกัน ได้มีสิ่งนี้ผมที่อยู่ใต้พรมที่ทำให้เกิดปัญหาหลายๆอย่าง กลับมาเพื่อหารายได้เข้าประเทศ ทำให้เป็นประเทศมั่งคั่งให้ได้ ก็อยากฝากพี่น้องภายในพรรคด้วย
นายไผ่ กล่าวว่า ตนอยากจะฝากไปยังนายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุขว่าประเทศเราผ่านโควิด-19 มาเพราะอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) แต่ในเรื่องของเครื่องมือ อุปกรณ์ได้รับการร้องเรียนมากจาก อสม. และอยากเป็นนโยบายของพรรคที่จะให้ อสม. ทุกที่มีเครื่องมือไว้ใช้ เพราะว่าวันนี้ในระบบต่างจังหวัดก่อนที่จะไปโรงพยาบาลมีการเจาะเลือดจากที่บ้านแล้วโดยอสม. จึงอยากให้มีการส่งเสริมอุปกรณ์ต่างๆให้กับอสม. และเพื่อการดูแลประชาชน ขอฝากกระทรวงสาธารณสุข
นายไผ่ กล่าวว่า อีกเรื่องที่สำคัญที่ได้รับการร้องเรียนจำนวนมาก เรื่องของการขออนุญาตใช้พื้นที่ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งตน อยากจะให้ผลักดันออกมาเป็นรูปธรรม วันนี้ องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) หลายคนที่ตนทำงานร่วมด้วย ขอใช้พื้นที่ซึ่งมีงบประมาณอยู่แล้ว ใช้พื้นที่ที่ไม่ใช่ป่าแล้วให้สามารถขออนุญาตได้ง่ายและเป็นนโยบายของพรรคทำเป็นวันสต็อปเซอร์วิส ขออนุญาตเพียงหน่วยงานเดียว เพื่อให้ชาวบ้านเข้าถึงแหล่งที่ทำกิน ซึ่งเรื่องพวกนี้เราควบคุมหมด เชื่อว่าถ้าเราทำจากที่ทุกคนมีประสบการณ์ ถ้าเราทำได้ เราจะนั่งอยู่ในใจประชาชนแน่นอน
ด้านนายอรรถกร ศิริลัทธยากร สส.ฉะเชิงเทรา พรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า นายไผ่ ลิกค์ ถือว่าเป็นสาลิกาลิ้นทองก็ว่าได้ เพราะสามารถไปต่อรองจนพรรคเราได้ประธานกรรมาธิการเพิ่มจาก 3 มาเป็น 4 คณะ ก็คือ ข้อตกลงจาก 3 เป็น 4 ประกอบด้วย 1. คณะกรรมาธิการการกีฬา 2. คณะกรรมาธิการการคุ้มครองผู้บริโภค
3.คณะกรรมาธิการแก้ไขปัญหาหนี้สิน และ 4. คณะกรรมาธิการแก้ไขปัญหาราคาผลิตผลเกษตรกรรมเนื่องจากเรามีอยู่4 คณะ ที่เราเป็นประธานกรรมาธิการอยู่ ดังนั้นเองเราสามารถผลักดันแนวทางการทำงาน ผ่าน สส.ไปยังกรรมาธิการทั้ง 4 คณะได้