"บารอน" วอน "กองเชียร์-กองแช่ง" วางใจเป็นกลาง เห็นแก่ความสงบในบ้านเมือง ยอมรับ "คำวินิจฉัย" ไม่ว่าจะออกหัว หรือก้อย
หนังสือพิมพ์สยามรัฐ ขายข่าวขายความจริงให้ประชาชนคนไทยได้อ่านมาอย่างต่อเนื่องยาวนานที่สุดในประเทศไทยฉบับนี้ ประจำวันพุธที่ 28กันยายน พ.ศ. 2565 บ้านเมืองไม่สงบ จุดจบประชาธิปไตย …*…
เหลืออีกสองวัน จะได้รู้กันเสียที ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะยัง “สวมพระรอด” ปลอดภัยจากคดี นั่งเก้าอี้นายกฯครบ 8 ปีหรือไม่ จาก คำวินิจฉัย ของ 9 ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ที่จะนั่งบัลลังก์ อ่านคำวินิจฉัย ใน วันศุกร์ที่ 30 นี้ เวลาบ่ายสามโมง …*…
ดูที่มาที่ไป ของ 9 ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ปรากฏว่า 6 ท่านมาจากสายนิติศาสตร์ และ 3 ท่านมาจากสายรัฐศาสตร์ ทั้งนี้ก็เนื่องจาก คำวินิจฉัยของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ต้องคำนึงถึง ความสงบสุขและความเรียบร้อยของประเทศชาติเป็นหลัก จึงต้อง ยึดหลักนิติศาสตร์และหลักรัฐศาสตร์ในการวินิจฉัย ทำให้ คำวินิจฉัยต่างกับศาลยุติธรรม ที่ต้อง ยึดหลักฏหมายอย่างเดียว…*…
เพราะงั้น บารอน จึงเฝ้าวอน กองเชียร์ และ กองแช่ง ที่แบ่งข้าง ต้องวางใจเป็นกลาง เพื่อ เห็นแก่ความสงบสุขของบ้านเมือง ให้ฟันเฟืองประชาธิปไตยขับเคลื่อน นำไปสู่การเลือกตั้ง ที่รออยู่เบื้องหน้า แค่ห้าเดือนกว่าเท่านั้น ยอมอดเปรี้ยวรอกินหวานดีกว่าครับ ยอมรับคำวินิจฉัย ไม่ว่าจะออกหัวหรือออกก้อย …*…
รู้น้อย แต่ ฟังมาก ตามประสา บารอน ชั่งใจเลือกให้น้ำหนัก ให้เริ่มนับหนึ่ง ในวันที่ ลุงตู่เป็นนายกรัฐมนตรี ในวันที่ ประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ เมื่อ วันที่ 6 เมษายน 2560 ซึ่ง จะไปครบ 8 ปี ใน วันที่ 5 เมษายน 2568 มากกว่าครับ จะให้ย้อนไปนับหนึ่งเดือนสิงหาคม ปี 2557 ได้อย่างไร นอกจากที่มาที่ไปต่างกัน กฎหมายจะย้อนหลังได้ต้องเป็นคุณเท่านั้นครับ …*…
จะบอกว่า กฎหมายย้อนหลังเป็นโทษไม่ได้ ใช้แต่ กฎหมายอาญาเท่านั้น แต่กูรูกฎหมายบอก บารอน ว่า กฎหมายมหาชน ถ้า จะห้ามทำอะไรไม่ได้ ต้องเขียนกฎหมายประกาศให้ทราบอย่างเปิดเผย จะอ้างว่า ประชาชนต้องรู้กฎหมายเหมือนกฎหมายอาญาไม่ได้ ในเมื่อ รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายมหาชน แต่ ไม่ได้เขียนให้นับย้อนหลังได้ แล้ว จะไปนับย้อนหลังที่มาที่ไปของนายกรัฐมนตรีในรัฐธรรมนูญฉบับอื่นในอดีตได้อย่างไร ม่ายหยั่งงั้น ป๋าเปรม เป็น นายกรัฐมนตรี 8 ปี 150 วัน ที่ เกินมา 150 วัน ทำให้ ทุกคำสั่ง ของ ป๋าเปรม ก็ต้องเป็นโมฆะหมด ไม่ชอบด้วยกฎหมาย มันคงวุ่นวายกันพิลึก …*…
มองดูหลักรัฐศาสตร์ หาก ลุงตู่อยู่ต่อไม่ได้ สิ่งที่จะเกิดตามมา ต้องสรรหานายกรัฐมนตรีคนใหม่ ซึ่งขั้นตอน ต้องเลือกคนในบัญชีนายกรัฐมนตรี ที่ตอนนี้ เหลือ 3 คน ได้แก่ นายชัยเกษม นิติศิริ พรรคเพื่อไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล พรรคภูมิใจไทย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ พรรคประชาธิปัตย์ คอการเมือง หลับตาก็เห็นภาพความวุ่นวายที่จะเกิดขึ้น ยากที่จะสำเร็จ ไม่มีใครยอมใครแน่นอน…*…
เหลือทางออกอีกทาง เลือกคนนอกบัญชี ที่มีหลายขั้นตอน ต้องให้สภาเห็นชอบเลือกคนนอกด้วยคะแนนเสียงกึ่งหนึ่ง ซึ่ง คงยากที่จะผ่าน ด่านสุดท้าย ต้องใช้คะแนนเสียง 2 ใน 3 ของรัฐสภาโหวตเห็นชอบรับรอง ประสา บารอน ว่า หาเข็มในมหาสมุทร น่าจะ ง่ายกว่าหานายกรัฐมนตรีคนนอกบัญชีพรรคการเมือง …*…
สู้ให้ ลุงตู่อยู่ต่อ กับ ช่วงเวลาสั้นๆที่เหลือ เผื่อเหลือเผื่อขาด อย่างมากห้าเดือนกว่า ร่วมมือกัน ทำให้บ้านเมืองสงบ ใช้เวลาสั้นๆที่เหลือ เร่งกฎหมายลูกพรรคการเมือง กับ กฎหมายเลือกตั้ง ให้แล้วเสร็จ สะเด็ดน้ำให้ ใช้ทันวันเลือกตั้ง ที่ กกต. กำหนดไว้คร่าวๆอย่างช้า วันที่ 7 พฤษภาคมปีหน้า ดีกว่าเยอะเลย …*…
ไปดู ผลเลือกตั้งนายก อบจ.ร้อยเอ็ด เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา นายเศกสิทธิ์ ไวนิยมพงศ์ สวมเสื้อพรรคเพื่อไทยลงสนาม ถูกประชาชนชาวร้อยเอ็ดหามเข้าป้าย ชนะขาดคู่แข่งแบบขาดลอยด้วยคะแนน 3,012,020 คะแนน มากว่าครึ่งหนึ่งของผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง หมายความว่า เอาคะแนนคู่แข่งทุกคนรวมกันยังได้ไม่ถึงสามแสนคะแนน ไม่เสียแรง “ลูกอิงค์” น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย นำทัพลงไปช่วยหาเสียง แถมยังได้ พ่อแม้ว กับ อาปู เพิ่มอีกสองแรงแข็งขัน โฟนอินข้ามประเทศ ช่วยหาเสียงอีกแรง ...*...
เป็นสัญญาณที่ดี สำหรับ พรรคเพื่อไทย ยุทธศาสตร์ที่กำหนดไว้ ให้แลนด์สไลด์ ในสนามเลือกตั้งใหญ่ของ ลูกอิงค์ ที่จะชูนโยบาย พาพ่อแม้วกลับบ้าน ใกล้ความจริงเข้าไปทุกที ขอเพียงแค่อย่าให้บ้านเมืองวุ่นวาย ทำลายบรรยากาศเลือกตั้งเท่านั้น ฝันจะเป็นจริง ต่อเมื่อ การเมืองต้องนิ่งครับ ...*...