นายกฯ ประชุมนโยบายข้าว ขอทุกคนช่วยดูแลปชช. ก่อนช่วงบ่ายหารือสถานการณ์เศรษฐกิจโลก-ไทย

การเมือง23 ส.ค. 2564 • 12:26 น.
นายกฯ ประชุมนโยบายข้าว ขอทุกคนช่วยดูแลปชช. ก่อนช่วงบ่ายหารือสถานการณ์เศรษฐกิจโลก-ไทย
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 23 ส.ค. ที่ห้อง PMOC ชั้น 2 ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ ครั้งที่ 2/2564 ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเร็นซ์ โดยนายกฯ กล่าวในช่วงต้นการประชุมว่า ทุกคนทราบดีว่าปัจจุบันสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัส โควิด-19 ส่งผลกระทบในด้านต่างๆโดยเฉพาะเรื่องของเศรษฐกิจ จึงขอให้ทุกคนได้ช่วยกันดูแลประชาชนให้ดีที่สุด อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่าการประชุมวันเดียวกันนี้ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ เสนอมติความเห็นชอบของคณะอนุกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติด้านการตลาดในการเดินหน้านโยบายประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวปีที่ 3 โดยใช้หลักเกณฑ์เช่นเดียวกับการประกันรายได้ปีที่ผ่านมาทุกประการ นอกจากนี้ยังได้เสนอมาตรการคู่ขนานที่จะเข้ามาช่วยเสริมเกษตรเกษตรผู้ปลูกข้าว 3 มาตรการประกอบด้วย การสนับสนุนให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวชะลอการขาย ในช่วงที่ข้าวออกสู่ตลาดมากเพื่อป้องกันไม่ให้ข้าวราคาตก โดยเกษตรกรที่ชะลอขายข้าวจะได้รับเงินช่วยเหลือตันละ 1,500 บาท ,การช่วยเหลือดอกเบี้ยเงินกู้ให้กับสหกรณ์หรือโรงสีที่เก็บสต๊อกข้าวและไม่ปล่อยออกสู่ตลาด โดยชดเชยดอกเบี้ย 3% และ เร่งรัดส่งเสริมการส่งออกข้าว เพื่อระบายข้าวในประเทศเพราะฤดูการผลิตหน้าจะมีเข้าออกสู่ตลาดมากกว่าปีที่ผ่านมาถึงประมาณ 5% จึงมีมาตรการช่วยเหลือให้มีการส่งออกข้าวโดยช่วยดอกเบี้ย  3% เป็นเวลา 6 เดือน ในเดือนต.ค.64-มี.ค.65 ทั้งนี้ช่วงบ่ายมีรายงานว่า นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พลังงาน นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เข้าหารือนายกรัฐมนตรี ถึงสถานการณ์เศรษฐกิจโลกและในประเทศไทย ก่อนที่เวลา 15:00 น. นายกฯ เป็นประธานการประชุมหารือเรื่องวัคซีน ที่ห้องสีเขียว ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล เพื่อหารือแนวทางการจัดหาวัคซีนป้องกัน โควิด-19 ในประเทศไทยให้เป็นไปตามเป้าหมาย ในปีนี้ 100 ล้านโดส สำหรับการประชุม ศบค. ครั้งล่าสุด นายกฯ ได้รับทราบแผนความก้าวหน้าในการจัดหาวัคซีนโควิด-19 แอสตราเซเนกา สั่งจอง 61 ล้านโดส ซึ่งผู้ผลิตส่งมอบแล้ว 14.7 ล้านโดส แผนการส่งมอบเพิ่มเดือนละ 5 ล้านโดสขึ้นไปจนครบ 61 ล้านโดส โดยมีการรับวัคซีนบริจาคแล้ว 1.46 ล้านโดส , สำหรับวัคซีนซิโนแวค สั่งซื้อตามสถานการณ์ระบาด ผู้ผลิตส่งมอบแล้ว 13.4 ล้านโดส แผนการส่งมอบเพิ่ม เหลือรับเพิ่ม 5.7 ล้านโดส ส่วนแผนการจัดหาวัคซีนโควิด-19 ประเทศไทย พ.ศ.2564 โดยชิโนแวค ในเดือนส.ค.จำนวน 4 ล้านโดส แอสตราเซเนกา 5.8 ล้านโดส และไฟเซอร์ 1.5 ล้านโดส รวม 11.3 ล้านโดส ทั้งนี้ในเดือนส.ค.มีการรับวัคซีนแล้วบางส่วนจากผู้ผลิต ขณะที่ในเดือนก.ย.-ธ.ค. รอรับจากผู้ผลิต โดยเดือนก.ย.มีแผนการจัดหาซิโนแวค 4 ล้านโดส แอสตราเซเนกา 6 ล้านโดส และไฟเซอร์ 1 ล้านโดส รวม 11 ล้านโดส ,เดือนต.ค.แอสตราเซเนกา 6 ล้านโดส และไฟเซอร์ 6 ล้านโดส รวม 12 ล้านโดส ,เดือนพ.ย. แอสตราเซเนกา 6 ล้านโดส ไฟเซอร์ 6 ล้านโดส รวม 12 ล้านโดส ,เดือนธ.ค. แอสตราเซเนกา 6 ล้านโดส ไฟเซอร์ 7 ล้านโดส รวม 13 ล้านโดส ทั้งนี้ เพิ่มการใช้ชิโนแวค เนื่องจากมีการปรับสูตรการฉีด เป็นชิโนแวค- แอสตราเซเนกา โดยจำนวนวัคซีนที่จะนำเข้ามานั้นขึ้นอยู่กับการส่งมอบวัคซีนจากบริษัทผู้ผลิต