ถกงบวาระ2-3! “พิธา-ศิริกัญญา” จี้รีดไขมัน 3 ส่วนช่วยแก้โควิด ด้าน “อาคม” เล็งกู้เงินจากต่างประเทศแทนในประเทศ
ถกงบวาระ2-3! “พิธา-สิริกัญญา” ขอตัดงบ 1 แสนล. จี้รีดไขมัน 3 ส่วนช่วยแก้โควิด แนะโยกงบเก็บผักตบให้ท้องถิ่นทำ ด้าน “อาคม” เล็งกู้เงินจากต่างประเทศแทนในประเทศ หวั่นกระทบสภาพคล่อง
วันที่ 18 ส.ค.64 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุมเพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 วาระ 2-3 ซึ่งกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว โดยที่ประชุมได้ตกลงกันใหม่ว่าจะใช้เวลาพิจารณาเรียงลำดับเป็นรายมาตรา ตั้งแต่มาตรา 1 -42 มาตราไปจนจบ โดยเริ่มตั้งแต่เวลา 09.30 - 24.00 น.
โดยนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง ในฐานะประธานกมธ. เสนอรายงานกมธ.ว่า ร่างพ.ร.บ.งบฯ 65 วงเงิน 3.1 ล้านล้านบาท กมธ.ฯ ปรับลด 16,362 ล้านบาทให้กับงบกลางรายการค่าใช้จ่ายบรรเทาแก้ปัญหาและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการะบาดของโควิดตามจำนวนที่ปรับลดงบประมาณ นอกจากนั้นยังอนุมัติให้เปลี่ยนแปลงงบประมาณ พ.ศ.2565 ส่วนของ สำนักงานปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และ สำนักงานนโยยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จำนวน 38 ล้านบาท เป็นงบประมาณของคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ สำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อให้สอดคล้องกับ พ.ร.บ.ปรับปรุง กระทรวง ทบวง กรม การปรับลด และเพิ่มงบปะมาณให้ความสำคัญ ต่อความพร้อมและศักยภาพของหน่วยงาน ผลการดำเนินงานที่ผ่านมา ภารกิจเพื่อแก้ไขปัญหาโควิด-19 รายการจำเป็นเร่งด่วน เป็นประโยชน์กับประชาชน เพื่อให้ดำเนินการตามกรอบวงเงินงบประมาณ 3.1ล้านล้านบาท ตามที่สภาฯ
จากนั้นที่ประชุมเข้าสู่การพิจารณา เป็นรายมาตรา ทั้งนี้ร่างพ.ร.บ.งบฯ65 มีจำนวนมาตราทั้งสิ้น 42 มาตรา โดยมีการแก้ไขทั้งสิ้น 31 มาตรา สำหรับมาตราที่ไม่แก้ไข มีทั้งสิ้น 11 มาตรา แต่มีกรรมาธิการฯ สงวนความเห็น และมีส.ส.ลงชื่อแปรญัตติไว้
ต่อมาเวลา 10.06 น. ได้พิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯ โดยในมาตรา 4 มีส.ส.ทั้งจากฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน เสนอปรับลดงบประมาณตั้งแต่ 3-23 เปอร์เซ็นต์ อาทิ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะกมธ. อภิปรายว่า ขอสงวนความเห็นปรับลด 1 แสนล้านบาท แม้ทางคณะกมธ.ปรับลดตั้งแต่ไม้จิ้มฟันยันเรือรบแล้ว 1.63 หมื่นล้านบาท แต่ยังเห็นว่ายังรีดไขมันไม่เพียงพอ และการจัดงบประมาณยังไม่ใช่ทางออกของประเทศ แต่ทางออก คือการรื้อโครงสร้างประเทศ ยังสามารถรีดไขมันได้อีก 3 ประเภทคือ1.ไขมันเกี่ยวกับความมั่นคง ยังมีงบของกระทรวงกลาโหมในการจัดซื้อยุทโธปกรณ์ ซึ่งความจริงสามารถตัดงบประมาได้ถึง 3 หมื่นล้านบาท แต่คณะกมธ.ตัดได้จริงเพียง 3 พันล้านบาท 2.เน้นลงทุนสิ่งก่อสร้าง งบก่อสร้างอาคารสำนักงานจังหวัด ขยายอาคาร ประมาณ 1.7 แสนล้าน แสดงให้เห็นว่าประเทศกำลังให้คุณค่าสิ่งก่อสร้างมากกว่าชีวิตคน และ3. งบที่มีพิรุธ งบที่ตั้งสูงกว่าท้องตลาด และงบใบเสนอราคาที่ไม่สมบูรณ์
ด้านน.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะกมธ. อภิปรายว่า ขอปรับลดงบประมาณอีก 1 แสนล้านบาท คงเหลือ 3 ล้านล้านบาท เพราะไขมันยังรีดได้อีกจำนวนมาก วันนี้รัฐบาลออกแบบให้กู้จนเต็มเพดาน แต่รายได้ที่คาดว่าจะจัดเก็บได้จะได้ตามเป้าหมายหรือไม่ ซึ่งหลายคนบอกว่าเป้าที่ตั้งไว้คงสูงเกินไป และถ้าจัดเก็บรายได้ไม่ตรงตามเป้า ก็จะเป็นเช่นนี้ถึงปี 66 ปี67 ฉะนั้น ควรปรับโครงสร้างงบประมาณให้ตอบสนองวิกฤติ อาทิ ค่าใช้จ่ายบุคลากร เงินเดือนข้าราชการ คิดเป็น 40% ของงบประมาณทั้งหมด และคงเพิ่มขึ้นทุกปี หากจัดเก็บรายได้น้อยลงกว่าที่ตั้งไว้ อีกไม่นานสำนักงบประมาณคงจะเสนอปรับลดเงินเดือนบุคลากรภาครัฐ หากยังไม่มีการปรับโครงสร้างงบประมาณ
“ที่ผ่านมาส่วนกลางหวงอำนาจ ไม่กระจายอำนาจให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อาทิ โครงการแก้มลิง 100 กว่าโครงการของกรมชลประทาน การตัดถนนทางหลวงชนบทของกรมทางหลวงชนบท หรือแม้กระทั่งการเก็บผักตบชวาที่หน่วยงานส่วนกลางไม่ยอมปล่อยมือให้ท้องถิ่นทำ แต่คงไว้ให้กรมต่างๆ 6กรม ทำงานเก็บผักตบชวา เพราะมีงบต้องเก็บทุกปี” น.ส.ศิริกัญญา กล่าว
จากนั้นนายอาคม ชี้แจงว่า การปรับลดงบเป็นไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องทั้งวินัยการเงินการคลังของรัฐ หรือ หนี้สาธารณะ ทั้งนี้การจัดงบในวงเงินดังกล่าวเมื่อชะลดหรือปรับลด กมธ.ฯ เน้นการแก้ปัญหา พัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน เรื่องหนี้สาธารณะต้องปรับแผนการก่อหนี้ ในแผนที่ผ่านมา โครงการหรือแผนงานที่เสนอมีปัญหาความพร้อม หรือพร้อมแต่มีปัญหาการปฏิบัติ กระทรวงการคลังผมให้นโยบาย คือ ทบทวนโครงการลงทุนต่างๆ ที่ขอใช้เงินกู้ ต้องเป็นไปตามนโยบายรัฐบาล , ประเด็นของโลก โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ มิตรต่อสิ่งแวดล้อม โครงการที่เสนอต้องเข้มงวด ไม่ใช่แค่จองชื่อไว้ นอกจากนั้นโครงการที่บรรจุแต่ล่าช้า การเบิกจ่ายต้องพิจารณากู้เท่าที่จำเป็น
"การกู้เงินที่ได้รับอนุมัติ ต้องทยอยและพิจารณาตลาดพันธบัตรสภาพคล่องภายในประเทศ เพื่อไม่ให้รัฐบาลแย่งเงินของเอกชน การกู้เงินต้องพิจารณาแหล่งเงินกู้ ที่ผ่านมา 98% กู้ภายในประเทศ หากต้องการให้เอกชนลงทุนอาจกระทบสภาพคล่องภายในประเทศ ทำให้ต้องพิจารณาใช้เงินกู้ต่างประเทศ กรณีการสั่งซื้ออุปกรณ์เงินตราต่างประเทศ ขณะนี้ดอกเบี้ยจ่ายของเรามีภาระต่ำให้มีขีดความสามารถกู้ได้" นายอาคม กล่าว