นายกฯได้ใจปชช.แก้ปากท้อง

การเมือง17 ม.ค. 2564 • 17:10 น.
 นายกฯได้ใจปชช.แก้ปากท้อง
“ไพบูลย์” เผย “กมธ.แก้รธน.”จ่อถก 21-22 ม.ค.เข้าโหมดเนื้อหาจัดทำรธน.ใหม่ เชื่อไร้ปัญหา“กรรมการสมานฉันท์” มั่นใจ “ม็อบยกระดับ” ไม่เป็นอุปสรรคทำงาน ด้าน“ กอ.รมน.” ปัดอุ้มการ์ดม็อบ ลั่นไม่มีหน้าที่ดูแลผู้ชุมนุม “ซูเปอร์โพล”เผย “บิ๊กตู่”ได้ใจประชาชน แก้ปัญหาโควิด-เศรษฐกิจ-ปากท้อง เมื่อวันที่ 17ม.ค.64 นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่...) พ.ศ.... (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 256 และเพิ่มหมวด 15/1 ว่าด้วยสภาร่างรัฐธรรมนูญ) รัฐสภา กล่าวถึงการประชุมกมธ.ฯ วันที่ 21-22 ม.ค. ว่า จะเข้าสู่หมวดว่าด้วยการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่คือ การตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งที่ประชุมจะรับฟังการอภิปรายและแสดงความคิดเห็นของกมธ.ฯ ไว้ และไร้ปัญญา แม้จะมีกมธ.ฯ หลายคนมีความเห็นที่แตกต่างกันต่อการได้มาซึ่ง สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) โดยที่ประชุมจะจดบันทึกไว้และจะนำไปลงมติสรุปกันในตอนท้ายของการพิจารณา ซึ่งมีความเห็นร่วมกันว่าจะนัดลงมติในรายละเอียด ส่วนจะเป็นช่วงเวลาใดนั้นต้องหารือกันอีกครั้งหนึ่ง นายไพบูลย์ กล่าวด้วยว่าสำหรับประเด็นที่คาดว่ากมธ.ฯ จะลงมติตัดสินนั้นมีประมาณ 10 ประเด็น อาทิ ร่างแก้ไขมาตรา 256 ว่าด้วยการออกเสียงลงคะแนน ที่มีผู้เสนอให้ใช้เสียง 3 ใน 5 , 2 ใน 3 และ มากกว่ากึ่งหนึ่ง, หมวด 15/1 ว่าด้วย ส.ส.ร. มีประเด็นเรื่อง วิธีได้มาของส.ส.ร. จำนวน 200 คน จากที่มีข้อเสนอมาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชนทั้งหมดและให้มาจากการเลือกตั้งของประชาชน 150 คน และมาจากการเลือกโดยองค์กร 50 คน, วิธีการแบ่งเขตเลือกตั้งส.ส.ร. , คุณสมบัติของส.ส.ร. เป็นต้น ด้าน นายเทอดพงษ์ ไชยนันทน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะกรรมการสมานฉันท์ กล่าวถึงการนัดประชุมกรรมการนัดแรกวันที่ 18 ม.ค. เพื่อเลือกกรรมการให้ดำรงตำแหน่งต่างๆ ว่า ยังไม่ทราบว่ากรรมการคนใดจะได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการ หรือตำแหน่งใด ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่า พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม จะดำรงตำแหน่งดังกล่าวนั้น ตนไม่ทราบ อย่างไรก็ตามการทำงานของกรรมการนั้นคือการระดมความคิดเห็น ไม่ว่าบุคคลใดเป็นประธาน คงมีเพียงเสียงเดียวเท่ากับกรรมการคนอื่น เมื่อถามว่า กรณีที่คนใกล้ชิดของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรมว.กลาโหม เป็นประธานนั้น จะทำให้สังคมลดความเชื่อถือหรือไม่ นายเทอดพงษ์ กล่าวว่า “พอๆ กันไปหมด ไม่ว่าจะเป็นพรรคร่วมรัฐบาล หรือวุฒิสภา อย่างไรก็ดีการเลือกนั้นขึ้นอยู่กับที่ประชุม” เมื่อถามถึงกรณีที่การชุมนุมของกลุ่มเยาวชนที่ล่าสุดมีเหตุรุนแรงเกิดขึ้นระหว่างชุมนุมวันที่ 16 ม.ค.ที่ผ่านมา จะทำให้กรรมการทำงานยากขึ้นหรือไม่ นายเทอดพงษ์ กล่าวว่า ไม่ยาก และไม่คิดว่าเป็นอุปสรรค เนื่องจากรรมการสมานฉันท์ต้องหาวิธีแก้ปัญหา เมื่อดูสถานการณ์ทั้งหมดแล้ว ส่วนประเด็นที่ม็อบเรียกร้องนั้นรับทราบแล้ว ทั้งนี้การมีของกรรมการสมานฉันท์ไม่ใช่ว่าเกิดแล้วจะทำให้มึความสงบเรียบร้อย แต่ต้องหาทางเพื่อให้เกิดความเห็นพ้อง “คงไม่สามารถทำให้ความคิดเห็นไปในทำนองเดียวกันได้ทั้งหมด แต่ต้องทำให้ส่วนที่เห็นร่วมกัน ไปด้วยกันได้ ส่วนฝ่ายค้านที่ปฏิเสธเข้าร่วมกรรมการนั้น อาจมีวิธีที่ทำให้เกิดความร่วมมือ ผ่านการพูดคุยนอกแบบ เพื่อรวบรวมความเห็นสิ่งที่เป็นปัญหา สิ่งที่เป็นเงื่อนไขในตอนนี้ เช่น รัฐธรรมนูญ การทุจริต คอร์รัปชั่น การวิ่นเต้นซื้อขายตำแหน่ง” ส่วน พล.ต.ธนาธิป สว่างแสง โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) กล่าวว่า ตามที่มีสมาชิกกลุ่มการ์ด (Protect Freedom) ได้เดินทางมาชุมนุมหน้า กอ.รมน. ในเวลา 09.00 น. พร้อมเรียกร้องให้ กอ.รมน. ปล่อยตัวสมาชิกการ์ดฯที่หายตัวไปตั้งแต่เมื่อคืนประมาณ 23.00 น. ภายหลังจากการเข้าร่วมกิจกรรมเขียนป้ายผ้าที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เมื่อบ่ายวานนี้ เนื่องจากมีกลุ่มคนอ้างว่าเป็น กอ.รมน. ได้ใช้โทรศัพท์มือถือของสมาชิกการ์ดที่หายตัวไปแชทไลน์ข่มขู่เพื่อนกลุ่มสมาชิกการ์ด และแจ้งว่าจะปล่อยตัวตอน 05.00 น.ของเช้าวันนี้ ซึ่งปัจจุบันไม่มีการปล่อยตัวแต่อย่างใด พล.ต.ธนาธิป กล่าวว่า กอ.รมน. ขอชี้แจงให้ทราบว่าจากการตรวจสอบในรายละเอียดตามข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุม กอ.รมน. ไม่มีความเกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าวแต่อย่างใด เนื่องจากที่ผ่านมาไม่มีภารกิจความรับผิดชอบในการรักษาความสงบเรียบร้อย และการดูแลพื้นที่การรักษาความปลอดภัยของการชุมนุม อย่างไรก็ตามจากการตรวจสอบขั้นต้น กอ.รมน. ขอยืนยันว่าไม่ปรากฏหน่วยงานของ กอ.รมน. เข้าไปยุ่งเกี่ยวต่อเรื่องดังกล่าวแต่อย่างใด โดย กอ.รมน. พร้อมมุ่งมั่นบูรณาการขับเคลื่อน ประสานงาน และเป็นที่พึ่งของประชาชนในทุกโอกาส ขณะที่ ซูเปอร์โพล จากสถาบันวิจัยความสุขชุมชนและความเป็นผู้นำ เปิดเผยผลสำรวจภาคสนาม เรื่อง “รัฐมนตรีต้นปี ได้ใจประชาชน” โดยถามถึง ความเชื่อมั่นต่อมาตรการประคองเศรษฐกิจ คุมโควิดใหม่ ภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ พบว่า ร้อยละ 49.2 เชื่อมั่น เมื่อถามถึง คณะบุคคลในคณะรัฐมนตรีต้นปี 2564 ที่ได้ใจประชาชนเรื่อง แก้ปัญหาเศรษฐกิจและปากท้องของประชาชน พบว่า อันดับแรกหรือร้อยละ 35.8 ได้แก่ พล.อ.ประยุทธ์ โครงการคนละครึ่ง และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาพรวม รองลงมาคือ ร้อยละ 21.0 ได้แก่ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ ร้อยละ 20.9 ได้แก่ นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกฯและรมว.พลังงาน ร้อยละ 20.5 ได้แก่ นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง ที่น่าพิจารณา คือ บุคคลในคณะรัฐมนตรีต้นปี ได้ใจประชาชนเรื่อง ช่วยเหลือเรื่องรายได้ ลดผลกระทบโควิด-19 พบว่า อันดับแรกหรือร้อยละ 33.2 ได้แก่ พล.อ.ประยุทธ์รองลงมา อันดับสองหรือ ร้อยละ 20.3 ได้แก่ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ อันดับสาม หรือร้อยละ 20.2 ได้แก่ นายจุรินทร์ เมื่อถามถึงบุคคลในคณะรัฐมนตรีต้นปี ได้ใจประชาชนเรื่อง การทำงานควบคุมสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19 พบว่า อันดับแรกหรือร้อยละ 32.5 ได้แก่ พล.อ.ประยุทธ์ รองลงมาคือ ร้อยละ 30.7 ได้แก่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.สาธารณสุข