"หมอวาโย"อัด "อนุทิน" ฉีดวัคซีนซิโนแวคให้เด็กไร้ผลการศึกษารองรับ จวก "เอนก" ไม่สนชะตากรรมเด็กไทยพลาดสอบทีแคส

การเมือง18 ก.พ. 2565 • 12:29 น.
"หมอวาโย"อัด "อนุทิน" ฉีดวัคซีนซิโนแวคให้เด็กไร้ผลการศึกษารองรับ จวก "เอนก" ไม่สนชะตากรรมเด็กไทยพลาดสอบทีแคส
วันที่ 18 ก.พ. 65 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาฯ เพื่อพิจารณาญัตติอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติ ตามมาตรา 152 เพื่อซักถามข้อเท็จจริงหรือเสนอแนะปัญหาต่อคณะรัฐมนตรี ต่อมา นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวว่า ตนขออภิปรายนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมมนตรี และรมว.สาธารณสุข เรื่องการแก้ไขปัญหาโควิด-19 ซึ่งสถานการณ์ในประเทศไทยปัจจุบันดูแล้วพอใช้ได้ แต่ข้อมูลที่แท้จริงใน 70% มีคนฉีดวัคซีนชนิดเชื้อตาย 2 เข็มอยู่ 16.17% ทำให้ต่อกรกับสายพันธุ์เดลต้า และโอไมครอนได้เพียงกว่า 50% เท่านั้น อีกทั้งตอนนี้ยังเหลือเค้กก้อนโตที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีน คือเด็กอายุ 0-12 ปี จำนวน 9 ล้านคน คิดเป็น 15% ของประชากรที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีน แม้ว่าตอนนี้องค์การอนามัยโลกและองค์การอาหารและยา (อย.) ได้อนุมัติให้เด็ก อายุ 5 ปีขึ้นไป สามารถฉีดวัคซีนไฟเซอร์ฝาสีส้ม แต่เกิดข้อน่าสงสัยที่กระทรวงสาธารณสุขประกาศว่าจะมีการนำวัคซีนซิโนแวคมาฉีดให้เด็กอายุ 3 ปี ทั้งที่ทั่วโลกเขาฉีดวัคซีนไฟเซอร์ฝาส้มให้กับเด็ก โดยนายอนุทินและนพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะด้านไวรัสวิทยา คลินิกภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ออกมารับลูกสนับสนุนให้ฉีดวัคซีนซิโนแวคกับเด็ก แม้ว่ายังไม่มีคำแนะนำให้ฉีดวัคซีนชนิดเชื้อตายในเด็ก และผลการศึกษาของต่างประเทศก็ยังไม่มีข้อมูลเหล่านี้ ฉีดไปก็ต้องเสี่ยงกับผลข้างเคียงด้วย และถามว่าทำไมตอนนี้ยังมีวัคซีนซิโนแวคอยู่ ยังเหลืออีกหรือ หรือว่าแอบสั่งมาเพิ่ม เพราะวัคซีนเชื้อตายในผู้ใหญ่ข้อมูลถึงทางตันแล้วพบว่าใช้ไม่ได้ แต่มาผลักดันใช้ในเด็ก คนไทยเป็นหนูทดลองไม่พอ ท่านยังเอาลูกหลานมาเป็นหนูทดลองต่อ ตนขอส่งเสียงดังๆถึงหมอเด็กว่าถ้าไม่เห็นด้วยกับการกระทำแบบนี้ก็ต้องออกมา เหมือนกับที่ท่านเคยหยุดคนไข้มาไล่อะไรสักอย่าง เด็กไทยสูญเสียโอกาสหลายอย่าง นพ.วาโย กล่าวต่อว่า ชะตากรรมของเด็กไทยสอบทีแคส หากติดโควิด-19 แล้วหายไม่ทันก่อนสอบจะทำอย่างไร แต่นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.อุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.)กลับบอกว่าให้ไปสอบปีหน้า หรือเลือกสาขาที่ไม่ใช้คะแนนสอบ รวมทั้งหากไม่ได้สอบก็ขอเงินคืนไม่ได้ เพราะบอกว่าเป็นการสร้างภาระ รวมถึงก่อนเข้าสนามสอบก็ไม่มีมาตรการตรวจเอทีเคให้ อีกทั้งมาตรการป้องกันโควิด-19 ในสนามสอบก็ไม่ดีพอ ซึ่งมาตราการที่ควรจะเป็น คือ1. ส่ง SMS ให้ผู้สอบระวังตัวแยกตัวเอง7 วันก่อนสอบ 2.จัดส่ง ATK ให้ผู้สมัคร 3.จัดสถานที่สอบกึ่งโรงพยาบาลสนาม 4.จัดสอบรอบสองให้ผู้ป่วยโควิดที่รอบแรกไม่สามารถมาสอบได้ 5.ยกเลิกจุดคัดกรองอุณหภูมิเพราะไม่ได้ผลจริง ลดความแออัด 6.กระจายสนามสอบให้มากขึ้น 7.จัดโต๊ะสอบให้ห่างกันไม่น้อยกว่า 1.5 และ 8.ให้ผู้คุมสอบในแต่ละห้องเป็นผู้สังเกตอาการ นพ.วาโย กล่าวอีกว่า ส่วนชาตะกรรมของผู้ใหญ่คนไทย ซึ่งนายวราวุธ ศิลปอาชารมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวมล้อม (ทส.) ตอบคำถามน.ส.เบญจา แสงจันทร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล เรื่องน้ำมันรั่ว ตนฟังได้ความรู้มากมาย แต่ก็งงว่าสรุปน้ำมันรั่วเท่าไหร่กันแน่ 4 แสนลิตร หรือ 1.6 แสนลิตร หรือ 5 หมื่นลิตร ขณะเดียวกันได้เทสารเคมีเพื่อให้น้ำมันกระจาย 6-7 หมื่นลิตร สรุปน้ำมันรั่ว 5 หมื่นลิตร แต่เทสารเคมี 7 หมื่นลิตร จากข้อมูลที่ศึกษาพบว่า บริษัทผู้ผลิตสารเคมีแนะนำการใช้สารเคมี 1 ต่อ 20 หรือ 1 ต่อ 30 เพื่อได้ผลลัพท์การบำบัดอย่างมีประสิทธิภาพ เบื้องต้นได้อนุมัติให้ใช้สารเคมี 4 หมื่นลิตร ต่อมาอนุมัติเพิ่มเติมอีก 3.64 หมื่นลิตร จากนั้นอนุมัติเพิ่มอีก 9 พันลิตร ตนจึงตั้งคำถามว่าน้ำมันรั่วเท่าไหร่กันแน่ "สุดท้ายน้ำมันก็เข้าสู่ชายฝั่งจนทำให้พี่น้องชาวประมงเจอสัตว์น้ำที่มีน้ำมันติดมาด้วย ซึ่งน.ส.เบญจา หวังดีเอาปูมาให้มารัฐมนตรีกิน แต่ไม่ได้เอาน้ำจิ้มมา แต่นายวราวุธ ได้แขวะน.ส.เบญจาว่า ทำไมไม่เอาน้ำจิ้มมา และยังกินปูโชว์ว่าปลอดภัย แต่น.ส.เบญจา ได้ถ่ายรูปปูทุกตัวไว้ บอกว่า ลายปูและหนังยางที่รัดไว้ไม่เหมือนกัน ขนาดเรื่องปูยังเอาตัวอื่นมากินเลย"นพ.วาโย กล่าว