"อลงกรณ์"รับ ปัญหาซื้อขายตำแหน่งบั่นทอนแผนปฏิรูปตำรวจ จี้ รบ.จัดการเด็ดขาด
"อลงกรณ์"รับ ปัญหาซื้อขายตำแหน่งบั่นทอนแผนปฏิรูปตำรวจ จี้ รบ.จัดการเด็ดขาด ชม คนให้เบาะแส สร้างคุณูปการต่อแผ่นดิน
วันที่ 14 มิ.ย.60 นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรู ปประเทศ(สปท.)คนที่ 1 กล่าวถึงเรื่องการปฏิรูปตำรวจว่ าขณะนี้ความคืบหน้าไปมาก นับตั้งแต่ปี 2558 สปท.คณะรัฐมนตรี (ครม.)และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ได้ดำเนินการปฏิรูปในด้านการบริ การประชาชนให้ดีขึ้น แต่อย่างไรก็ตามตนยอมรับว่าปั ญหาเรื่องการซื้อขายตำแหน่ งตำรวจที่เป็นข่าวในขณะนี้นั้ นเป็นสิ่งที่บั่นทอนการปฏิรูปกิ จการตำรวจ เพราะว่าปัญหาดังกล่าวนี้มี มานานแล้ว เปรียบเสมือนการทุจริ ตของประเทศในรูปแบบหนึ่ง และจะบั่นทอนขวัญกำลั งใจของตำรวจ บั่นทำลายต่อระบบคุณธรรมที่เป็ นหลักสำคัญของแผนปฏิรูปกิ จการตำรวจที่ทุกหน่วยงานได้เห็นชอบ เพราะว่าการแต่งตั้งโยกย้ายเจ้ าหน้าที่ตำรวจนั้นจะต้องยึดถื อหลักตามระบบคุณธรรมเป็นสำคัญ
นายอลงกรณ์กล่าวต่อว่าในรั ฐธรรมนูญ 2560 นั้นให้ความสำคัญในด้านการตั้ งคณะกรรมการอิสระเพื่อปฏิรู ปกฎหมายและปฏิรูปกระบวนการยุติ ธรรม ซึ่งรวมไปถึงการปฏิรูปตำรวจให้ ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 1 ปี มิฉะนั้น การแต่งตั้งโยกย้ายจะต้องยึ ดระบบอาวุโส ซึ่งเป็นการสะท้อนถึงปัญหาเรื่ องการซื้อขายตำแหน่งเป็นอย่างดี แต่พฤติกรรมแบบนี้กลับเกิดขึ้ นทั้งที่ไม่ควรเกิดในยุคของรั ฐบาลปฏิรูป ตนไม่เข้าใจเหมือนกันว่ากรณีที่ นายวิทยา แก้วภารดัย อดีต สปท.ออกมากล่าวว่า ประเทศไทย พล.ต.ต. ใหญ่กว่า พล.ต.อ.นั้นเกิดขึ้นได้อย่างไร ดังนั้นรัฐบาลรวมไปถึงองค์กรอิ สระ องค์กรต่างๆที่เกี่ยวข้องจะต้ องลงมาจัดการเรื่องนี้และมาสื บสวนสอบสวนอย่างเด็ดขาด ไม่ลูบหน้าปะจมูกต่อกรณีนี้ เพราะถ้าหากปล่อยให้มีการซื้ อขายตำแหน่ง ตำรวจก็จะหันหน้าเข้ าหานายมากกว่าเข้าหาประชาชน และจะแสวงหาเงินมาทุกวิถีทางเพื่ อใช้ในการไต่เต้าตามตำแหน่ง ในขณะที่ตำรวจดีๆมีความสามารถ ได้รับการประกาศเกียรติคุณกลั บถูกโยกย้ายไปที่อื่นซึ่งเปรี ยบเสมือนการลงโทษ ไม่ได้รับความเจริญก้าวหน้ าในตำแหน่งหน้าที่ แบบนี้ใช้ไม่ได้ การแต่งตั้งโยกย้ายนั้นจะต้องยึ ดหลักผลงาน ความดีเป็นสำคัญ คำว่าได้ดีเพราะพี่ให้นั้นไม่ ควรจะมี ความจริงควรจะต้องเป็นคำว่าได้ ดีเพราะผลงาน ได้ดีเพราะประชาชนให้
รองประธาน สปท.กล่าวต่อว่าการที่มีอดีตรั ฐมนตรี หรือใครก็ตามมาแจ้งเบาะแสนั้นถื อเป็นคุณูปการต่อการปฏิรูปตำรวจ แผนการปฏิรูปตำรวจนั้น แต่การที่ยังมีมะเร็งเนื้อร้ ายในวงการตำรวจนั้น จะต้องมีการผ่าตัด กำจัดอย่างเด็ดขาดที่ผ่านมา สปท.ก็ไม่นิ่งนอนใจที่ผ่านมามี การตั้งคณะอนุกรรมการปฏิรูปกิ จการตำรวจ และคณะกรรมาธิการปราบปรามการทุ จริตและประพฤติมิชอบ เพื่อติดตามปัญหาเรื่องนี้ เพราะเราไม่ต้องการให้แผนปฏิรู ปเป็นเหมือนคัมภีร์ที่วางอยู่ บนหิ้ง ขอยืนยันว่าถ้าหากปฏิรูปกิ จการตำรวจไม่ได้ ก็จะทำให้ไม่มีความเชื่อถือต่ อการปฏิรูปประเทศ ส่งผลให้การปฏิรูปล้มเหลว
เมื่อถามถึงปัญหาเรื่องการซื้ อขายตำแหน่งว่ามีตำรวจในระดับชั้ นผู้ใหญ่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย จะทำอย่างไรเพื่อจะตัดวงจรตรงนี้ นายอลงกรณ์กล่าวว่าควรจะสร้ างระบบในการคุ้มครองพยานเพื่ อเอื้อให้ตำรวจชั้นผู้น้อยกล้ าที่จะเข้ามาเปิดเผยความจริง การให้สินบนนั้นถือว่าผิดทั้งผู้ ให้และผู้รับ ดังนั้นการกันเป็นพยานสำหรั บตำรวจที่หลงผิดแต่อยู่ภายใต้ ระบบซื้อขายตำแหน่งเพื่อให้ เขามาเปิดเผยข้อมูลการทุจริตจึ งถือว่ามีความเหมาะสม ถ้าหากมีประชาชนหรือมีตำรวจที่ ไม่ได้รับความเป็นธรรม หรืออยากกลับใจมาแจ้งข้อมูล เบาะแสให้ กับ สปท. ทางส่วนตัวตนก็พร้อมที่จะนำเรี ยนเรื่องไปถึงทางนายกรัฐมนตรีที่ เคยประกาศว่าจะจัดการเรื่องนี้ อย่างเด็ดขาดต่อไป
เมื่อถามต่อว่าที่ผ่านมาก็มี กรณีการลงโทษตำรวจหลังจากที่มี คนออกมาให้เบาะแสเรื่องการโยกย้ ายตำรวจคล้ายกับการโยกย้ายพล.ต. ท.เทศา ศิริวาโท ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค8 (ผบช.ภ.8) ที่ถูกโยกย้าย แต่ปัญหาเรื่องการซื้อขายตำแหน่ งก็ยังไม่หมดไป นายอลงกรณ์กล่าวว่าเพราะว่านี่ คือปัญหายากและใหญ่ สะสมมานาน ดังนั้นการโยกย้ายผู้บังคับหน่ วยเพื่อเปิดให้มีการสื บสวนสอบสวนนั้นถือเป็นสิ่งที่ถู กต้องแล้ว และต้องถือปฏิบติเหมือนกัน