“นายกฯ”เล็งประเดิมครม.สัญจรครั้งแรก“หนองบัวลำภู”ลุยแก้ปัญหาความยากจน-ภัยแล้ง-ยาเสพติด

การเมือง9 ก.ย. 2566 • 10:26 น.
“นายกฯ”เล็งประเดิมครม.สัญจรครั้งแรก“หนองบัวลำภู”ลุยแก้ปัญหาความยากจน-ภัยแล้ง-ยาเสพติด

 

เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 9 ก.ย. 66 นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้สัมภาษณ์ถึงการหารือกับตัวแทนภาคเอกชนจังหวัดหนองคาย ว่า หนองคายเป็นประตูเศรษฐกิจสำคัญที่สุด ปริมาณการค้าระหว่างประเทศที่ผ่านจากประเทศไทยไปลาวและไปประเทศจีนเป็นเรื่องใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของศุลกากรการเกษตรและคมนาคม รถไฟรางคู่ที่ต้องมาจุดเปลี่ยนถ่ายสินค้า สะพานมิตรภาพไทย-ลาว ต้องยกระดับให้รับน้ำหนักมากขึ้น รวมถึงประเด็นอื่นๆ 

นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า ส่วนการพัฒนาสถานีรถไฟนาทา จังหวัดหนองคาย ที่จะเป็นจุดเปลี่ยนถ่ายสินค้าคงต้องใช้เวลาในการสร้างพื้นที่ให้เป็นจุด One Stop Service ขนถ่ายสินค้า แต่ตอนนี้เราต้องมีการนับหนึ่งให้ได้ กลับไปต้องมีการประชุมกันอีกครั้ง โดยนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นโต้โผหลักในการประสานงาน รวมถึงการเจรจาการค้าระหว่างประเทศที่มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศร่วมด้วย หากเราทำดีแล้วยังติดขัดกับฝ่ายลาวอีก จะทำให้ไม่สามารถเดินหน้าต่อไปได้ 

เมื่อถามถึงการลงพื้นที่จังหวัดขอนแก่น และจังหวัดอุดรธานี นายเศรษฐา กล่าวว่า สองจังหวัดเป็นเมืองใหญ่ มีสนามบินศักยภาพสูงในการพัฒนาไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยวและภาคอุตสาหกรรม ซึ่ง 3 วันมานี้ได้พบกับภาคเอกชนและข้าราขการมารับฟังปัญหา สำหรับเรื่องรถไฟรางคู่เฟสสอง ขอนแก่น-หนองคายนั้น เมื่อเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก็คงจะเรียบร้อย เพราะมีการกันงบประมาณไว้แล้ว ถือเป็นเรื่องเรื่องเร่งด่วน แต่ก็ต้องทำควบคู่กันไปกับจุดเปลี่ยนถ่ายสินค้า และทำให้สะพานมิตรภาพไทย-ลาวรับน้ำหนักได้มากขึ้น การเจรจากับลาวและต้องมีการทำ One Stop service ด้วย เพื่ออำนวยความสะดวกให้ภาคเอกชน 

เมื่อถามถึง การจัดงานมหกรรมพืชสวนโลก ปี 2569 จังหวัดอุดรธานีที่มีการของบประมาณเพิ่มขึ้น นายเศรษฐา กล่าวว่า ไม่อยากใช้คำว่ายุ่งยาก แต่เป็นเรื่องที่ต้องบริหารจัดการ หน่วยงานและภาคส่วนต่างของจังหวัดมีความต้องการในการพัฒนา ดังนั้น ทุกกระทรวงต้องเรียงลำดับความสำคัญ เพราะที่มีการอนุมัติงบประมาณไปแล้ว ไม่อยากให้มีการของบประมาณมากขึ้น แต่ควรอยู่ในกรอบงบประมาณ ไม่เช่นนั้นจะมีปัญหาเรื่องกรอบวินัยการเงินการคลัง 

“อะไรที่ดูแล้วเหมาะสมก็ต้องทำ แต่อะไรไม่เหมาะสมก็ต้องถูกตีกลับไปพิจารณากันใหม่ เพราะหลายกระทรวงก็มีความต้องการ เรื่องบางอย่างไม่ต้องการงบประมาณก็สามารถทำได้  จึงอยากให้รัฐมนตรีทุกท่านโฟกัสในจุดนี้ด้วยเช่นกัน การเปลี่ยนแปลงนโยบาย รวมถึงการแก้กฎกติกา บางอย่างที่ไม่ต้องการงบประมาณก็สามารถทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนดีขึ้นได้ เรามาทำงานวันนี้เพื่อประชาชน เรื่องความต้องการของประชาชนเป็นเรื่องสำคัญที่สุด” นายเศรษฐา กล่าว

เมื่อถามว่า การจัดงานมหกรรมพืชผลโลกมีการของบประมาณเพิ่มเท่าตัว และเหลือเวลาอีก 3 ปี จะมีการเพิ่มงบประมาณให้หรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า เป็นเรื่องที่แปลกใจ เมื่อวันที่ 8 ก.ย. 66 เป็นการมารับฟังความคืบหน้า ซึ่งเหลือเวลาอีก 3 ปี ก็ต้องดูให้ดี หากสร้างไม่ทันก็จะเป็นปัญหา เชื่อว่าทุกคนมีความกังวล แต่ทาง อบจ.บอกแล้วว่าเป็นผู้นำเสนอ และทางวิชาการก็ต้องกลับไปช่วยกันดูให้เหมาะสม ลดค่าใช้จ่ายทำให้อยู่ในกรอบงบประมาณที่สามารถทำได้ หาเพิ่มมานิดหน่อยก็น่าจะสามารถพิจารณาได้ แต่สำคัญที่สุด คือจุดเริ่มต้น จะต้องเริ่มแล้ว ไม่เช่นนั้นไม่ทัน และจะเป็นการเสียหน้า 

“หวังว่า อบจ.จะเข้าใจ เพราะทุกภาคส่วนต้องการงบประมาณหมด บางนโยบายก็เป็นเรื่องยาก จึงบอกว่าอยากลงพื้นที่ให้ได้มากที่สุดเพื่อมารับฟังปัญหา หลายเรื่องยังไม่ได้ถูกหยิบยกมาพูด อาทิ เรื่องปัญหายาเสพติด กลับไปในวันที่10 ก.ย. ผมก็จะไปประชุมเรื่องการแก้ไขปัญหายาเสพติด” นายเศรษฐา กล่าว

นายเศรษฐา กล่าวต่อว่า การลงพื้นที่ภาคอีสานหลังได้รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีครั้งนี้ รู้สึกอบอุ่นมากกว่าช่วงหาเสียง เมื่อถูกวิพากษ์วิจารณ์หรือต้องการกำลังใจ การได้มาลงพื้นที่ภาคอีสานทำให้มีกำลังใจในการกลับไปทำงาน

นายเศรษฐา ยังกล่าวถึงแนวคิดการประชุม ครม. สัญจรนอกสถานที่ ว่า ได้คุยกับรองนายกรัฐมนตรี และเลขาธิการนายกรัฐมนตรีแล้วว่า ถ้าจะประชุม ครม.นอกสถานที่ โดยวางไว้ว่าจะเป็นจังหวัดหนองบัวลำภูเป็นที่แรก เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีรายได้ประชากรต่อหัวต่ำที่สุดของประเทศ และเป็นจังหวัดที่ให้ความสำคัญเนื่องจากมีปัญหาภัยแล้ง รวมถึงปัญหายาเสพติด ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ที่หยั่งรากลึกมากในภาคอีสาน

เมื่อถามถึงกระแสข่าวการแต่งตั้ง พลตำรวจเอกรอย อิงคไพโรจน์ รองผบ.ตร. เป็นเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) คนใหม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า ไม่ทราบ แต่ต้องพิจารณาให้เหมาะสม ซึ่งเรื่องแต่งตั้งข้าราชการนั้น ได้ให้นโยบายไปว่า การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการให้ยึดความรู้ความสามารถ และซื่อสัตย์สุจริต เรื่องการซื้อขายตำแหน่งเป็นเรื่องที่รัฐบาลชุดนี้ไม่เห็นด้วย