เมื่อ “สามมิตร” คิดจะขยับ !? เมื่อไม่มีไฟ ย่อมไม่มีควัน ...

การเมือง8 เม.ย. 2565 • 16:00 น.
เมื่อ “สามมิตร” คิดจะขยับ !? เมื่อไม่มีไฟ ย่อมไม่มีควัน ...
ข่าวลือ ที่สะพัดมาเป็นระลอกว่า “กลุ่มสามมิตร” เตรียมขยับออกจากพรรคพลังประชารัฐ วนเวียนกลับมาอีกครั้ง เมื่อล่าสุด “สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ และเป็นหนึ่งในแกนนำกลุ่มสามมิตร ต้องมาตอบคำถามผู้สื่อข่าวว่า โดยปฏิเสธว่ากลุ่มสามมิตรจะย้ายกลับไปสังกัดพรรคเพื่อไทย ในการเลือกตั้งรอบหน้า “ผมไม่ไปไหนหรอก อยู่พรรคพลังประชารัฐนี่แหล่ะ” และยังตอบคำถามกรณีว่าจะย้ายไปพรรคเพื่อไทยว่า “ ข่าวที่ออกมาอาจมองว่า ผมมาจากพรรค เพื่อไทยเลยคิดว่า ผมจะกลับไปพรรคเพื่อไทย แต่ยืนยันผมอยู่ที่นี่ ไม่ไปไหน” ความจริงแล้วแกนนำกลุ่มสามมิตร ได้เคยออกมาชี้แจงและตอบคำถาม ถึงกระแสข่าวเรื่องการย้ายออกจากพรรคพลังประชารัฐ แล้วจะกลับไปอยู่พรรคเพื่อไทย มาแล้วหลายต่อหลายครั้ง ตั้งแต่เมื่อปลายปี 2564 ที่ผ่านมา ด้วยซ้ำ ทั้ง “สมศักดิ์ เทพสุทิน” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ และแกนหลักของกลุ่มสามมิตร หรือ “เสี่ยแฮ้งค์” อนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี หรือแม้แต่ “บิ๊กตู่”พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ที่แม้จะไม่มีตำแหน่งใดๆ ในพรรคพลังประชารัฐ แต่ยังต้องพูดถึงเรื่องนี้ด้วยเช่นกันซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ บอกว่า เป็นแค่ “ข่าวปล่อย” “ ไม่มี เป็นการปล่อยข่าว เพียงแต่ปล่อยข่าวออกมาเท่านั้นเอง” (29พ.ย.2564) วันนี้แม้ “บิ๊กเนม” ในพรรคพลังประชารัฐหรือแกนนำกลุ่มสามมิตร เองจะยืนยันว่า ไม่มีแล้วกลุ่มสามมิตร สลายไปหมดแล้วทุกคนคือพรรคพลังประชารัฐก็ตาม แต่ดูเหมือนว่า คำตอบต่างๆยังไม่สามารถหักล้างหรือสร้างความเชื่อมั่นให้ได้ว่าทั้งหมดคือ “ข่าวลือ-ข่าวปล่อย” ยิ่งเมื่อล่าสุด ภายในพรรคพลังประชารัฐเมื่อวันประชุมใหญ่ เมื่อ 3เม.ย.65 ที่จ.นครราชสีมาที่ผ่านมา ไม่มีวาระพิจารณาที่หวือหวาหรือเป็นไฮไลท์สำคัญ นอกเหนือไปจากการตั้งกรรมการบริหารพรรคคนใหม่ เข้ามาแทนคนเก่า คือกลุ่มของร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ที่พากันยกพลออกจากพรรค แล้วไปตั้งพรรคเศรษฐกิจไทย เท่านั้น รวมทั้งมีการแต่งตั้ง “สันติ พร้อมพัฒน์” รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เป็น “เลขาธิการพรรค” อย่างเป็นทางการเท่านั้น ทั้งที่ก่อนหน้านี้ กลุ่มสามมิตรของสมศักดิ์ เองเคยหมายมั่นปั้นมือที่จะคว้าเก้าอี้ “แม่บ้านพรรค” มาทำงาน เมื่อครั้งเกิดศึกภายในพรรคพลังประชารัฐ จนร.อ.ธรรมนัส และพวกต้องออกจากพรรค แต่แล้วทุกความเคลื่อนไหวที่ว่าด้วยเรื่องการชิงเก้าอี้เลขาฯพรรค โดยมีกลุ่มสามมิตร เป็นแคนดิเดตก็พลันเงียบงันไป เสมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ! มีรายงานว่า เพราะกลุ่มสามมิตร ไม่ต้องการออกแรงช่วงชิงเก้าอี้ใดๆ ภายในพรรคพลังประชารัฐอีกต่อไป เนื่องจาก “งานใหญ่” ที่รออยู่เบื้องหน้าคือการกำหนดเส้นทาง ทางการเมืองให้กับตัวเองคือเรื่องสำคัญมากกว่า ทั้งนี้ แม้แกนนำกลุ่มสามมิตรจะเคยอยู่กับพรรคเพื่อไทย ทำงานกับ “ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกฯ แต่ก็เป็นเรื่องในอดีต เป็นวันวานที่ผ่านพ้นไปแล้ว เพราะวันนี้หากจะให้สมศักดิ์ พากลุ่มออกจากพรรคพลังประชารัฐแล้วกลับไปอยู่ที่พรรคเพื่อไทย คงเป็นไปได้ยาก โดยเฉพาะการกลับไปอยู่ใต้ชายคาพรรคการเมืองของทักษิณ เพราะต้องเจอกับเงื่อนไข ความขัดแย้งเดิมๆ ไปจนถึงโอกาสในการต่อรองทางการเมือง ย่อมถูกลดทอนลงไป ด้วยเหตุนี้ เส้นทางทางการเมืองของกลุ่มสามมิตร ใช่ว่าจะจอดป้ายอยู่กับพรรคพลังประชารัฐ เป็น “สถานีสุดท้าย” แต่ เสือซุ่ม อย่างสมศักดิ์ เทพสุทิน ยังมีกระดานการเมือง ให้ต้องเดินอีกหลายทาง !