เมียตู้ห่าวรอดนอนคุก

การเมือง26 ม.ค. 2566 • 06:05 น.
เมียตู้ห่าวรอดนอนคุก

"บิ๊กตู่" ขอเห็นใจตำรวจทำคดี ตู้ห่าว ลั่นสาวถึงใครไม่มีละเว้น ด้าน บิ๊กเด่น ชงศาลถอนถอนประกัน เมียตู้ห่าว หลังพบหลักฐานข่มขู่พยานจริง แต่ศาลให้โอกาสไม่ถอนประกัน ขณะที่ "ชูวิทย์" เผยตำรวจได้ไฟเขียวเช็กบิล "ทุนใหญ่สีเทา" ปลายเดือนนี้ พร้อมเปิดชื่อย่อ "น." ขบวนการฟอกเงิน

     ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 25 ม.ค.66 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม แถลงภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ครั้งที่1/2566 ถึงความคืบหน้าการดำเนินคดีตู้ห่าวว่า ตำรวจได้แถลงไปแล้วขอให้ฟังตำรวจแถลงซึ่งมีหลายหน่วยงานทำงานเรื่องเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นคณะกรรมการปัองกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) หรือคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) อะไรต่างๆ เยอะแยะไปหมด ซึ่งต้องเห็นใจเพราะการทำงานต้องมีหลักฐานประกอบทุกอัน ตนพยายามเตือนใครที่เกี่ยวข้องก็ต้องถูกลงโทษหากตรวจสอบแล้วมีความผิดจริงไม่ละเว้น 
     
เมื่อถามว่า คดีตู้ห่าวมีการโยงถึงนักการเมือง พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ก็บอกแล้วไงถ้าสอบแล้วเจอเกี่ยวข้องมีความผิดจริง มีหลักฐาน ทั้งพยานบุคคล วัตถุพยานและหลักฐานอื่นๆทั้งหมด มันก็ต้องถูกสอบสวนนั่นแหละใช่หรือไม่ 
    
 ด้าน พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร.เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบพบว่า มีมูลตามข้อเท็จจริงตามที่นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมือง ออกมาระบุว่า ผู้ต้องหาสำคัญในคดีนายตู้ห่าว คือพ.ต.อ.หญิง วัทนารีย์ กรณ์ชายานันท์ ภรรยาของนายตู้ห่าวและพวกอีกสองคน มีพฤติการณ์ข่มขู่พยานเป็นความจริง จึงสั่งการให้พนักงานสอบสวนทำเรื่องพร้อมนำหลักฐานยื่นต่อศาลเพื่อขอเพิกถอนการประกันตัวผู้ต้องหาแล้ว แต่ทางศาลยังให้โอกาสไม่เพิกถอนประกันตัวชั่วคราว จากนี้พนักงานสอบสวนจะตรวจสอบพฤติการณ์ผู้ต้องหาทุกคนอย่างใกล้ชิด รวมทั้งรวบรวมพยานหลักฐานหากพบการข่มขู่ยุ่งเหยิงพยานก็จะยื่นเพิกถอนประกันทันที
     
พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ ระบุต่อว่า ส่วนความคืบหน้าของคดีหลังจากพนักงานอัยการรับสำนวนสอบสวนจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติแล้ว วานนี้มีการสอบพยานล่วงหน้าหนึ่งปากเป็นพยานชาวจีน ซึ่งระหว่างนี้จะทยอยเรียกสอบพยานล่วงหน้าอย่างต่อเนื่อง และยังมั่นใจในพยานหลักฐานที่ตำรวจได้รวบรวมว่าสามารถเอาผิดตัวแกนนำในคดีนี้ได้อย่างแน่นอน
    
 ขณะที่ นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมือง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ระบุว่า ....ใกล้ถึงจุดเดือดข่าวแว่วมาว่า ปลายเดือนจะมีการจัดการกับ ทุนใหญ่สีเทาแหล่งฟอกเงินของนายเอ็ดดี้ (พันณรงค์ ขุนพิทักษ์) มือเก๋าในวงการพนันออนไลน์ระดับต้นของประเทศไทย เอ็ดดี้เป็นคนสงขลา มีเงินหลายหมื่นล้าน ทำพนันออนไลน์มานาน ตั้งแต่ยุคต้นๆ เอ็ดดี้ซื้อโรงแรมที่ท่าขี้เหล็ก 3 แห่ง ซื้อบ้านที่ปอยเปต 6 หลัง ซื้ออพาร์ทเม้นท์ราคากว่า 200 ล้านบาท สร้างโรงแรมใหญ่ที่ท่าขนอม และซื้อโรงแรมที่อังกฤษราคากว่า 9,000 ล้านบาท ต่อมา เอ็ดดี้ไปซื้อบ่อนอัลลัวร์ต่อจาก ส.ว. อุปกิต และขณะเดียวกันก็ใช้เงินไปฟอกที่ น เพราะรู้จักมาจากลูกน้องตัวเองที่ชื่อปีเตอร์ ดาราเก่า น เก่งเรื่องโซเชียล เอ็ดดี้ และ น จึงร่วมกันวางแผนการฟอกเงินผ่านการขายสลาก แน่นอนว่าต้องผ่านบัญชีนอมินี และต้องทำสัญญาเงินกู้ มีการจ่ายดอกเบี้ยซึ่งเรียกตามกฎหมายว่า นิติกรรมอำพราง เส้นเงินที่ปรากฏมีการเชื่อมโยง ดีเอสไอ ,ปปง. ,ตำรวจ ป.ป.ส. ทุกหน่วยได้รับไฟเขียวจากผู้ใหญ่ให้จัดการ ปัจจุบันเอ็ดดี้โดนหมายจับคดียาเสพติด ฟอกเงิน หนีไปเสวยสุขอยู่ลอนดอนกับเมีย อยู่เมืองไทย หากอยู่ไม่เป็น เย็นไม่พอ รอไม่ได้ เป็นเดือดร้อนทุกคน เสียงกระซิบได้ยินแว่วมาว่า อีกไม่กี่วันใกล้ถึงจุดเดือด โปรดรอติดตามอย่ากะพริบตา ปฏิบัติการล้มไทยเทาพนันออนไลน์ และกระบวนการฟอกเงิน ที่ใหญ่ระดับประเทศ